ก้าวใหม่ของระบบสาธารณสุขไทยด้วย Ai
ประเทศไทยกำลังขยับสู่ยุคใหม่ของระบบสาธารณสุข เมื่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ในฐานะ Ai-First University จับมือกับบริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ โรงพยาบาล IMH ลงนามความร่วมมือพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Ai) สำหรับสถานพยาบาล
เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่แค่ทดลองใช้เทคโนโลยี แต่คือการผลักดันให้ IMH กลายเป็น Ai-First Hospital แห่งแรกของประเทศไทย และยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลของคนไทยทั้งระบบ
วิสัยทัศน์ Ai-First ของ UTCC
ฝั่ง UTCC ย้ำชัดว่าการร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็น มหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วย Ai ในทุกมิติ ตั้งแต่ปี 2024 โดยต้องการนำองค์ความรู้และงานวิจัยด้าน Ai มาขยายผลสู่ภาคการแพทย์อย่างจริงจัง
มหาวิทยาลัยมีทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านข้อมูลพร้อมรองรับการพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ จึงพร้อมทำงานร่วมกับโรงพยาบาล IMH เพื่อสร้าง Ai Solutions ที่ตอบโจทย์สถานการณ์จริงของโรงพยาบาลไทย
ในกรอบระยะเวลา 3 ปี ความร่วมมือนี้ถูกวางให้เป็นมากกว่าพิธีลงนาม แต่คือการผลักดัน นวัตกรรม Ai ทางการแพทย์ที่ใช้งานได้จริงในหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในภาพรวม
แผนของ IMH: จากโรงพยาบาลสู่ Ai-First Hospital
โรงพยาบาล IMH เดินเกมชัด วางตัวเองเป็นแนวหน้าของการใช้ Ai ในการแพทย์ ผ่านการพัฒนา Ai Medical Model ร่วมกับ UTCC โดยถือครองลิขสิทธิ์ร่วมกัน
แกนหลักของโมเดลนี้ คือการใช้ Ai เพื่อ:
คัดกรองโรค ให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
ช่วยวินิจฉัยโรค ให้มีความถูกต้องสูง ลดความคลาดเคลื่อน
ทำให้คนไข้ เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
สิ่งที่ต้องการแก้โจทย์คือปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างของประเทศ ได้แก่
จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่เพียงพอ
งบประมาณด้านสาธารณสุขที่มีข้อจำกัด
ควบคู่กันนั้น โรงพยาบาล IMH ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรด้าน Ai Data Center จากภาค IT เพื่อรองรับการพัฒนาสู่การเป็น Ai-First Hospital อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงข้อมูล ความปลอดภัย และการประมวลผลขนาดใหญ่
ความร่วมมือเชิงลึก: ไม่ได้มีแค่เทคโนโลยี
ภายใต้บันทึกข้อตกลง ไม่ได้มีแค่การพัฒนาโมเดล Ai แต่ยังครอบคลุมการต่อยอดองค์ความรู้และบุคลากรในหลายมิติ ทั้งจากฝั่งมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล
หัวใจของความร่วมมือประกอบด้วย:
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ
การทำหน้าที่ที่ปรึกษาร่วมกัน
การทำวิจัยร่วมระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย และทีมแพทย์
การพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง
การพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ
การจัดอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Ai และการแพทย์สมัยใหม่
การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานในโรงพยาบาล
การแลกเปลี่ยนวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญระหว่างสององค์กร
การสร้างนวัตกรรมที่เจาะจงบริบทไทย
พัฒนา Ai ที่ออกแบบมาเพื่อบริบทของโรงพยาบาลและคนไข้ไทยโดยเฉพาะ
เน้นการนำไปใช้ได้จริงในโรงพยาบาล ไม่ใช่แค่ต้นแบบในห้องทดลอง
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง คณะทำงานร่วม ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนโครงการย่อยต่าง ๆ ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดแค่พิธีลงนามบนเวที
ภาพบรรยากาศความร่วมมือ
หมุดหมายใหม่ของวงการแพทย์ไทย
หากดีลนี้เดินหน้าได้ตามแผน เราอาจได้เห็นโรงพยาบาลไทยที่:
ใช้ Ai ช่วยอ่าน ผลวิเคราะห์ และคัดกรองผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว
ลดงานเอกสารและงานรูทีนของบุคลากรทางการแพทย์
เปิดโอกาสให้แพทย์และพยาบาล ทุ่มเวลาไปกับการดูแลคนไข้มากกว่างานหลังบ้าน
ความร่วมมือระหว่าง UTCC และโรงพยาบาล IMH จึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของสององค์กร แต่คือ จุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยด้วย Ai ที่ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสในอนาคตอันใกล้

