รับแอปรับแอป

ดีลใหญ่เขย่าวงการแพทย์ไทย: UTCC จับมือ รพ.IMH ปั้น Ai-First Hospital แห่งแรกของประเทศ

นรินทร์ ชัยกิจ01-30

ก้าวใหม่ของระบบสาธารณสุขไทยด้วย Ai

ประเทศไทยกำลังขยับสู่ยุคใหม่ของระบบสาธารณสุข เมื่อมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ในฐานะ Ai-First University จับมือกับบริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ โรงพยาบาล IMH ลงนามความร่วมมือพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Ai) สำหรับสถานพยาบาล

เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่แค่ทดลองใช้เทคโนโลยี แต่คือการผลักดันให้ IMH กลายเป็น Ai-First Hospital แห่งแรกของประเทศไทย และยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลของคนไทยทั้งระบบ

วิสัยทัศน์ Ai-First ของ UTCC

ฝั่ง UTCC ย้ำชัดว่าการร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็น มหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วย Ai ในทุกมิติ ตั้งแต่ปี 2024 โดยต้องการนำองค์ความรู้และงานวิจัยด้าน Ai มาขยายผลสู่ภาคการแพทย์อย่างจริงจัง

มหาวิทยาลัยมีทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านข้อมูลพร้อมรองรับการพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ จึงพร้อมทำงานร่วมกับโรงพยาบาล IMH เพื่อสร้าง Ai Solutions ที่ตอบโจทย์สถานการณ์จริงของโรงพยาบาลไทย

ในกรอบระยะเวลา 3 ปี ความร่วมมือนี้ถูกวางให้เป็นมากกว่าพิธีลงนาม แต่คือการผลักดัน นวัตกรรม Ai ทางการแพทย์ที่ใช้งานได้จริงในหน้างาน เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในภาพรวม

แผนของ IMH: จากโรงพยาบาลสู่ Ai-First Hospital

โรงพยาบาล IMH เดินเกมชัด วางตัวเองเป็นแนวหน้าของการใช้ Ai ในการแพทย์ ผ่านการพัฒนา Ai Medical Model ร่วมกับ UTCC โดยถือครองลิขสิทธิ์ร่วมกัน

แกนหลักของโมเดลนี้ คือการใช้ Ai เพื่อ:

  • คัดกรองโรค ให้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

  • ช่วยวินิจฉัยโรค ให้มีความถูกต้องสูง ลดความคลาดเคลื่อน

  • ทำให้คนไข้ เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

สิ่งที่ต้องการแก้โจทย์คือปัญหาใหญ่ระดับโครงสร้างของประเทศ ได้แก่

  • จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่เพียงพอ

  • งบประมาณด้านสาธารณสุขที่มีข้อจำกัด

ควบคู่กันนั้น โรงพยาบาล IMH ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรด้าน Ai Data Center จากภาค IT เพื่อรองรับการพัฒนาสู่การเป็น Ai-First Hospital อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเชิงข้อมูล ความปลอดภัย และการประมวลผลขนาดใหญ่

ความร่วมมือเชิงลึก: ไม่ได้มีแค่เทคโนโลยี

ภายใต้บันทึกข้อตกลง ไม่ได้มีแค่การพัฒนาโมเดล Ai แต่ยังครอบคลุมการต่อยอดองค์ความรู้และบุคลากรในหลายมิติ ทั้งจากฝั่งมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล

หัวใจของความร่วมมือประกอบด้วย:

  • การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ

    • การทำหน้าที่ที่ปรึกษาร่วมกัน

    • การทำวิจัยร่วมระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย และทีมแพทย์

    • การพัฒนาและทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง

  • การพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ

    • การจัดอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับ Ai และการแพทย์สมัยใหม่

    • การเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าฝึกงานในโรงพยาบาล

    • การแลกเปลี่ยนวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญระหว่างสององค์กร

  • การสร้างนวัตกรรมที่เจาะจงบริบทไทย

    • พัฒนา Ai ที่ออกแบบมาเพื่อบริบทของโรงพยาบาลและคนไข้ไทยโดยเฉพาะ

    • เน้นการนำไปใช้ได้จริงในโรงพยาบาล ไม่ใช่แค่ต้นแบบในห้องทดลอง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง คณะทำงานร่วม ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนโครงการย่อยต่าง ๆ ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดแค่พิธีลงนามบนเวที

ภาพบรรยากาศความร่วมมือ

หมุดหมายใหม่ของวงการแพทย์ไทย

หากดีลนี้เดินหน้าได้ตามแผน เราอาจได้เห็นโรงพยาบาลไทยที่:

  • ใช้ Ai ช่วยอ่าน ผลวิเคราะห์ และคัดกรองผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว

  • ลดงานเอกสารและงานรูทีนของบุคลากรทางการแพทย์

  • เปิดโอกาสให้แพทย์และพยาบาล ทุ่มเวลาไปกับการดูแลคนไข้มากกว่างานหลังบ้าน

ความร่วมมือระหว่าง UTCC และโรงพยาบาล IMH จึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของสององค์กร แต่คือ จุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยด้วย Ai ที่ทุกคนมีโอกาสได้สัมผัสในอนาคตอันใกล้