AI ลงถนน: ยุคใหม่ของกล้องจับความเร็วเฉลี่ย
ยุคที่หลายคนชอบ “เบรกหน้ากล้อง” แล้วค่อยเหยียบต่อ กำลังจะกลายเป็นแค่เรื่องเล่า เมื่อแนวคิด ระบบกล้องจับความเร็วเฉลี่ยด้วย AI ถูกหยิบมาพูดถึงบนถนนเมืองไทย
คอนเซ็ปต์ของระบบนี้คือ ไม่ได้ดูแค่คุณขับเร็วตรงหน้าเลนส์ แต่จะ คำนวณความเร็วเฉลี่ยตลอดทั้งช่วงทาง ต่อให้ผ่อนคันเร่งเฉพาะตอนเจอกล้อง ก็ไม่แน่ว่าจะรอด
ระบบใหม่สยบสายเนียน
แนวคิดนี้มาจากการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจราจร ด้วยการนำ Average Speed Camera มาผสานกับเทคโนโลยี AI ช่วยทำงานกับกล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อให้การตรวจจับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด แม่นขึ้น ชัดขึ้น และเถียงยากขึ้น
เป้าหมายหลักของระบบตรวจจับความเร็วเฉลี่ยมีอยู่ไม่กี่ข้อแต่ตรงประเด็นมาก ได้แก่
ลดอุบัติเหตุจากการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด
เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายบนถนน
ลดข้อโต้แย้ง ทำให้การตัดสินโทษชัดเจนและแม่นยำขึ้น
จากเดิมที่กล้องจับความเร็วจะเป็นแบบ “จุดเดียว” ขับเร็วก่อนหน้าแล้วค่อยเบรกทันทีที่เห็นกล้อง หลายคนจึงเอาตัวรอดได้สบาย แต่แนวคิดใหม่จะใช้ กล้อง AI แบบจุดต่อจุดตลอดช่วงถนน
กล้องจะบันทึกเวลาที่รถผ่านแต่ละตำแหน่ง จากนั้นนำข้อมูลมาคำนวณเป็น ความเร็วเฉลี่ย หากตัวเลขออกมาว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก็จะถูกบันทึกเป็นหลักฐานทันที แม้ผู้ขับจะชะลอเฉพาะตอนเจอกล้องก็ตาม
หลักการง่าย ๆ คือ ดูเวลาที่รถวิ่งจากจุด A ไปถึงจุด B แล้วเอาระยะทางมาหารเวลาให้ได้ความเร็วเฉลี่ย เช่น ระยะทาง 10 กิโลเมตร ถ้าใช้เวลาเร็วกว่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ ก็ส่อแววว่ามีการขับเร็วเกินกำหนดระหว่างทางแน่นอน
AI ไม่หลง ไม่พลาด ไม่ลืมป้ายทะเบียน
AI ในระบบนี้ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยกล้องถ่ายภาพ แต่จะทำหน้าที่ ประมวลผลข้อมูลแบบอัตโนมัติทั้งเส้นทาง โดยมีงานหลัก ๆ เช่น
ตรวจจับและอ่านป้ายทะเบียนรถ
เชื่อมข้อมูลรถคันเดียวกันจากกล้องหลายจุดตลอดเส้นทาง
คำนวณเวลาเดินทางและความเร็วเฉลี่ยอย่างแม่นยำ
ผลลัพธ์คือ ต่อให้คุณขับช้าในช่วงที่มีกล้อง แต่ไปกดหนักช่วงถนนโล่ง ๆ ระบบก็ยังจับภาพรวมได้ทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่จังหวะที่เจอกล้องเพียงจุดเดียวอีกต่อไป
ไม่ได้อยากจับ แต่อยากให้เลิกซิ่ง
แนวคิดของระบบตรวจจับความเร็วเฉลี่ย ไม่ได้โฟกัสแค่การออกใบสั่งให้ได้เยอะ ๆ แต่ต้องการ เปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ บนถนนให้ปลอดภัยขึ้น
เป้าหมายสำคัญคือ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ลดการเร่งแบบกระชาก แล้วมาชะลอแรง ๆ ซึ่งมักเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอุบัติเหตุรุนแรง โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและทางหลวง
ในแนวคิดนี้ ยังมีการพูดถึงการปรับเพิ่มเพดานค่าปรับ จากเดิมสูงสุด 1,000 บาท เป็นสูงสุด 4,000 บาท โดยพิจารณาจากระดับความเสี่ยงของพื้นที่ เช่น เขตชุมชนหรือโรงเรียน ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ในกรณีขับเกินความเร็วที่กำหนด ยังมีการเชื่อมโยงกับระบบตัดคะแนนใบขับขี่แบบ Online Real-time หากถูกตัด 1 แต้มต่อความผิด เมื่อสะสมครบ 12 แต้ม ก็จะถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วันทันที
เส้นทางเสี่ยงที่ถูกจับตา
สำหรับการนำระบบตรวจจับความเร็วเฉลี่ยมาใช้ในช่วงแรก มีการมองไปที่เส้นทางหลักที่ผู้คนใช้ความเร็วต่อเนื่องและมีความเสี่ยงสูง ได้แก่
มอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน – โคราช)
มอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่ – กาญจนบุรี)
ทางด่วนบูรพาวิถี และถนนกาญจนาภิเษก (M9)
สายซิ่งต้องคิดใหม่: เบรกหน้ากล้องไม่ช่วยแล้ว
ถ้ากติกาบนถนนเปลี่ยน วิธีขับก็ต้องเปลี่ยนตาม โดยเฉพาะสายชอบกด ที่เคยชินกับการเล่นเกมกับกล้องจับความเร็วแบบเดิม
พฤติกรรมหลายอย่างที่เคยรอด อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป เช่น
หยุดหรือชะลอหน้ากล้องแบบเดิม จะไม่ใช่เกราะป้องกันอีกแล้ว
เร่งเฉพาะบางช่วง แล้วไปช้าบางช่วง ระบบก็ยังคำนวณภาพรวมได้
ต่อให้รู้ตำแหน่งกล้องทุกตัว ก็หนีไม่พ้น เพราะระบบดูทั้งช่วงทาง ไม่ใช่แค่จุดเดียว
ทางออกเดียวที่มั่นคงที่สุดคือ ขับตามความเร็วที่กฎหมายกำหนดทั้งเส้น
มีการพูดถึงว่าระบบกล้องจับความเร็วเฉลี่ยจะเริ่มใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้หลายคนเริ่มกังวล และคิดว่าพฤติกรรมชะลอหน้ากล้องถึงเวลาต้องเลิกอย่างจริงจัง
พลิกเกม: สรุปแล้ว AI กล้องจับความเร็วเฉลี่ยจะมาไหม?
เรื่องราวเริ่มหักมุมตรงที่ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ยที่ถูกแชร์ก่อนหน้านั้น ยังอยู่ในระดับแนวคิดเท่านั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ทางตำรวจทางหลวงได้ออกมาชี้แจงยืนยันว่า ยังไม่มีนโยบายใช้กล้อง AI เพื่อตรวจจับความเร็วเฉลี่ยบนถนนไทย ตามที่มีกระแสข่าวแพร่กระจายไปก่อนหน้า
ด้วยเหตุนี้ หลายข้อมูลที่เคยถูกนำเสนอจึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และจำเป็นต้องมีการออกมาขออภัยต่อผู้ที่ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน
สรุปมุมมองบนถนนยุค AI
ถึงแม้ตอนนี้แนวคิด AI กล้องจับความเร็วเฉลี่ย จะยังไม่ถูกเดินหน้าใช้งานจริง แต่สิ่งที่สะท้อนชัดคือ ทิศทางของการจราจรในอนาคตจะมุ่งไปสู่การใช้ เทคโนโลยีและข้อมูล มาคุมความเร็วอย่างจริงจังมากขึ้น
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะมีกล้อง AI หรือไม่ มีระบบจับความเร็วเฉลี่ยหรือเปล่า หลักการเดียวที่ทำให้ขับแล้วสบายใจกว่าคือ ขับให้ปลอดภัย อยู่ในกรอบกฎหมาย และเคารพชีวิตของตัวเองและคนอื่นบนถนน

