อินเทอร์เน็ตแรงตลอดทริปฝรั่งเศส แค่มี eSIM ติดเครื่อง
การเที่ยวฝรั่งเศสจะสนุกขึ้นแบบคูณสิบ ถ้าคุณมีเน็ตแรง ๆ ใช้ตลอดทริป ไม่ว่าจะเปิดแผนที่เดินเล่นในปารีส นั่งรถไฟไปนีซ หรือโพสต์รูปคาเฟ่สวย ๆ ที่ลียง ทุกอย่างง่ายขึ้นแค่คุณเตรียม eSIM ฝรั่งเศส ไว้ล่วงหน้า
ติดตั้งได้ในไม่ถึง 5 นาที ไม่ต้องถอดซิมไทย ไม่ต้องรอรับซิมที่สนามบิน แถมแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 33 บาท ประหยัดกว่าการโรมมิ่งแบบเดิมเยอะมาก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก eSIM แบบเข้าใจง่าย พร้อมเคล็ดลับเลือกแพ็กให้คุ้มสุดสำหรับทริปฝรั่งเศสของคุณ
eSIM คืออะไร ทำไมคนเที่ยวต่างประเทศถึงนิยมใช้
eSIM คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ถูกฝังอยู่ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณตั้งแต่แรก ไม่ต้องใส่ซิมจริงให้วุ่นวาย เพียงสแกน QR Code หรือกรอกรหัสที่ได้รับจากผู้ให้บริการ ก็เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตในฝรั่งเศสได้ทันที
ไม่ต้องถอดซิมไทยออก
ไม่ต้องเดินหาซื้อซิมที่สนามบิน
ไม่ต้องกลัวทำซิมเดิมหาย
คุณสามารถเลือกแพ็กเกจให้ตรงกับจำนวนวันที่เดินทางและปริมาณดาต้าที่ใช้จริง จึงมัก ถูกกว่าการโรมมิ่งจากค่ายมือถือไทย
สำหรับนักเดินทางที่ต้องการเน็ตแรง เสถียร ครอบคลุมทั่วประเทศ และพร้อมใช้ทันทีที่เครื่องลงจอด eSIM คือไอเทมที่ควรมีติดเครื่องก่อนบิน
เทียบตัวเลือกเน็ตเที่ยวฝรั่งเศส: eSIM, ซิมจริง, Pocket Wi‑Fi
เวลาแพ็กกระเป๋าไปฝรั่งเศส หลายคนมักลังเลว่าจะใช้เน็ตแบบไหนดี ระหว่าง eSIM, ซิมจริง หรือ Pocket Wi‑Fi เพราะแต่ละแบบก็มีจุดเด่นต่างกันทั้งด้านความสะดวก ความเร็ว และราคา
ทริคเลือกง่าย ๆ คือ:
- ถ้าอยากเที่ยวแบบเบาเครื่อง ไม่พกอะไรเพิ่ม
เลือก eSIM ติดตั้งครั้งเดียว จบทุกอย่างในเครื่องเดียว
- ถ้าเดินทางหลายประเทศในยุโรป
เลือก eSIM แบบโรมมิ่งหลายประเทศ เดินข้ามพรมแดนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม
- ถ้าไปกันหลายคนแล้วต้องแชร์เน็ตตลอด
Pocket Wi‑Fi อาจคุ้มกว่า ถ้าแบ่งค่าเช่ากันหลายคน
สรุป: ถ้าเดินทางคนเดียวหรือสองคน เน้นสะดวกไม่พกอุปกรณ์เพิ่ม eSIM คือคำตอบที่ลงตัวสุด
ผู้ให้บริการ eSIM ในฝรั่งเศส เลือกอย่างไรให้คุ้ม
การเลือกผู้ให้บริการก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแต่ละเจ้าแตกต่างกันทั้งราคา ความแรงสัญญาณ และระยะเวลาใช้งาน
แพลตฟอร์มอย่าง Trip.com มีการรวบรวมแพ็กเกจยอดนิยมจากหลายผู้ให้บริการในฝรั่งเศสมาให้เลือกเปรียบเทียบง่าย ๆ คุณจึงเลือกได้ทั้งแบบเน้นประหยัด เน้นเน็ตแรง หรือเน้นใช้นาน
เป้าหมายคือหาแพ็กที่ “คุ้มจริง” และเหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณ ไม่ว่าจะสายคาเฟ่ สายมิวเซียม หรือสาย Road Trip ทั่วประเทศ
มือถือรุ่นไหนรองรับ eSIM ฝรั่งเศสบ้าง
ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว ทำให้การเที่ยวต่างประเทศสะดวกขึ้นมาก คุณสามารถเช็กได้ด้วยตัวเองโดยไปที่เมนู การตั้งค่า > การจัดการซิม / เซลลูลาร์ ถ้ามีตัวเลือกเพิ่ม eSIM แสดงว่าพร้อมใช้งาน
⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ:
มือถือบางเครื่องที่ซื้อจากจีน แผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง หรือไต้หวัน อาจไม่รองรับ eSIM หรือรองรับเฉพาะบางรุ่น/เฟิร์มแวร์ เช่น iPhone บางตัวที่ซื้อในจีน ดังนั้นควรตรวจสอบในเครื่องหรือติดต่อผู้ขายก่อนซื้อแพ็ก eSIM ทุกครั้ง
Apple
iPhone XR–iPhone 16 (รวม mini / Plus / Pro / Pro Max)
iPhone SE (Gen 2–3)
Samsung Galaxy
S20–S24 (รวม Ultra / FE)
Note 20 / Note 20 Ultra
Z Flip 3–5, Z Fold 3–5
Google Pixel
Pixel 3–8 (รวม Pro และ a‑series)
HUAWEI
Mate 40 Pro
P40 Pro
P50 / P60 / Mate 60 Series
OPPO / OnePlus
OPPO Find X3–X7, Reno 6–11
OnePlus 11 / 12
Xiaomi / Redmi
Xiaomi 13–14 Series
Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป
Sony Xperia
Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป
Motorola
Razr 2019–Razr 2024
ถ้าจะให้ชัวร์ คุณสามารถกด *#06# และเช็กว่ามีเลข EID แสดงหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ารองรับ eSIM
วิธีติดตั้งและใช้งาน eSIM ฝรั่งเศสแบบ Step‑by‑Step
การเปิดใช้งาน eSIM ฝรั่งเศส ทำได้ง่ายมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เมื่อเครื่องแตะรันเวย์ปุ๊บ ก็พร้อมใช้เน็ตปั๊บ ถ้าทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้
สำหรับผู้ใช้ iPhone (iOS)
การติดตั้งผ่าน QR Code
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → เซลลูลาร์ (Cellular) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)
เลือก ใช้รหัส QR (Use QR Code) แล้วสแกน QR ที่ได้รับจากอีเมลยืนยัน
แตะ เปิดใช้งาน eSIM (Activate eSIM) → ดำเนินการต่อ (Continue)
ตั้งชื่อโปรไฟล์ เช่น “France eSIM” เพื่อจำง่าย
ตั้งให้ eSIM นี้เป็นเครือข่ายหลักสำหรับ ข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data)
เปิด โรมมิ่งข้อมูล (Data Roaming) เพื่อให้เชื่อมต่อเครือข่ายฝรั่งเศสได้
💡 ถ้าเปิดแล้วต่อเน็ตไม่ได้ ลองไปที่เมนู “เลือกเครือข่าย (Network Selection)” แล้วเลือกเครือข่ายเอง เช่น Orange หรือ SFR
การติดตั้งแบบกรอกรายละเอียดเอง (Manual)
ไปที่ การตั้งค่า → เซลลูลาร์ → เพิ่ม eSIM
แตะ ใช้รหัส QR จากนั้นเลือก ป้อนรายละเอียดด้วยตนเอง (Enter Details Manually)
กรอกข้อมูล “SM‑DP+ Address” และ “Activation Code” ตามที่ได้รับในอีเมล
กดยืนยัน ตั้งชื่อโปรไฟล์ เปิดใช้งาน พร้อมเปิดโรมมิ่งข้อมูล
สำหรับผู้ใช้ Android
ขั้นตอนที่ 1: การติดตั้ง eSIM
การติดตั้งผ่านรหัส QR
ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet)
แตะเครื่องหมาย + ข้างเมนู “ซิม” แล้วเลือก ดาวน์โหลดซิมแทน (Download SIM Instead)
แตะ ถัดไป (Next) และสแกน QR Code ที่ได้รับ
เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ แตะ ตั้งค่า (Set Up) เพื่อเปิดใช้งาน
การติดตั้งแบบ Manual (ป้อนเอง)
ไปที่ การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → + (เพิ่มซิม)
เลือก ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่? (Need Help?) → ป้อนข้อมูลด้วยตนเอง (Enter Manually)
กรอกรหัสเปิดใช้งาน (Activation Code) จากอีเมล แล้วแตะ ดาวน์โหลด (Download)
ดาวน์โหลดเสร็จ แตะ ตั้งค่า (Set Up) เพื่อเปิดใช้ eSIM
ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้จริง
ไปที่ การตั้งค่า → ซิมการ์ด (SIMs) แล้วเลือก eSIM ที่เพิ่งเพิ่ม
เปิด ใช้ซิม (Use SIM) แล้วกด “ใช่ (Yes)”
เปิด ข้อมูลมือถือ (Mobile Data) และ โรมมิ่ง (Data Roaming)
ถ้ายังต่อเน็ตไม่ได้ ให้ลองเลือก “เครือข่ายโดยอัตโนมัติ (Select Network Automatically)” หรือเลือกเครือข่ายเอง เช่น Orange / SFR
⚠️ หมายเหตุสำคัญก่อนบิน
หลังติดตั้งแล้ว ห้ามลบ eSIM ออกจากเครื่อง เพราะถ้าลบแล้ว แพ็กเกจที่ซื้อจะหาย ใช้งานต่อไม่ได้
ถ้าเปิดแล้วไม่มีสัญญาณ ให้ลองเปิด–ปิดโหมดเครื่องบิน หรือรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง
หากยังมีปัญหา สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการเพื่อให้ช่วยตรวจสอบได้ทันที
เลือก eSIM ฝรั่งเศสแบบไหนให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณ
สไตล์การเที่ยวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเดินเล่นในปารีส 3–4 วัน บางคนขับรถเที่ยวทั้งประเทศ ดังนั้นการเลือก eSIM ฝรั่งเศส ให้เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้คุณทั้งประหยัดและใช้งานได้ไม่ขาดตอน
💡 เคล็ดลับเลือกแพ็ก eSIM ให้ตรงใจ
ดูความครอบคลุมสัญญาณก่อนเสมอ
เช็กว่าผู้ให้บริการมีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ที่คุณจะไป เช่น ปารีส ลียง นีซ หรือเมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้เปรียบเทียบปริมาณดาต้า ระยะเวลา และราคา
ทริปสั้น ๆ 5–7 วัน อาจพอด้วย 5GB แต่ทริปยาวหรือคนที่ใช้โซเชียลจัด ๆ อาจต้อง 15–30GB ขึ้นไปดูบริการหลังการขาย
เลือกแพ็กจากผู้ให้บริการที่มีแชทช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เผื่อมีปัญหาช่วงเปิดใช้งานครั้งแรกจะได้แก้ได้ทัน
✅ ข้อดีเด่น ๆ ของ eSIM ฝรั่งเศส
ใช้งานง่ายสุด ๆ – สแกน QR ไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้เน็ต จะเริ่มเปิดก่อนบินหรือหลังแตะรันเวย์ก็ได้
ยืดหยุ่นสูง – เลือกจำนวนวันและ GB ได้ตามสไตล์การใช้งาน เปลี่ยนแพ็กได้สะดวก
รองรับหลายประเทศในยุโรป – แพ็กบางแบบใช้ได้มากกว่าหนึ่งประเทศ เหมาะกับคนที่เที่ยวทัวร์ยุโรป
⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
หลายแพ็กเป็นดาต้าอย่างเดียว
ถ้าต้องการโทรแบบเสียงหรือส่ง SMS แนะนำให้ใช้ WhatsApp, LINE หรือ Messenger แทนมือถือบางรุ่นไม่รองรับ eSIM
โดยเฉพาะรุ่นเก่าหรือเครื่องจากจีนแผ่นดินใหญ่ อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ก่อนสั่งซื้อต้องทำตามคู่มือเปิดใช้งานให้ครบขั้นตอน
ทั้งการสแกน QR หรือกรอกรหัสเปิดใช้งาน ถ้าทำถูกขั้นตอน ส่วนใหญ่ไม่ถึง 5 นาทีก็เรียบร้อย
✨ สรุป: ถ้าอยากได้เน็ตแรง ใช้งานง่าย ไม่ต้องรอซิมจริง และเปิดใช้ได้ทันทีที่ถึงฝรั่งเศส — eSIM คือทางเลือกที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคนี้ที่สุด
ทำไมหลายคนเลือกซื้อ eSIM ฝรั่งเศสผ่าน Trip.com
แพ็ก eSIM มีให้เลือกเยอะก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Trip.com คือความสะดวกและความสบายใจเวลาใช้งานจริง
มีตัวเลือกให้เปรียบเทียบเพียบ
เลือกได้ทั้ง eSIM สำหรับฝรั่งเศสล้วน หรือแบบใช้ได้หลายประเทศในยุโรป จะเที่ยวไม่กี่วันหรืออยู่ยาวเป็นเดือนก็มีแพ็กให้เลือกราคาเคลียร์ ชัด ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง
เห็นเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง แถมยังมีโปรลดราคาออกมาเรื่อย ๆซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง
ถ้าเปิดใช้แล้วมีปัญหา ไม่ว่าจะติดตั้งไม่ผ่านหรือไม่มีสัญญาณ ก็มีทีมงานคอยช่วยดูให้ แก้ปัญหาได้ไว ไม่ต้องรอข้ามวัน
✨ สรุป: ถ้าอยากได้ eSIM ที่ทั้งคุ้ม ทั้งอุ่นใจ และพร้อมใช้งานทันทีที่เครื่องแตะรันเวย์ การซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีบริการครบและซัพพอร์ตชัดเจน คือทางเลือกที่สบายใจกว่าเยอะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM ฝรั่งเศส
Q1: ใช้ eSIM จากค่ายมือถือไทยในฝรั่งเศสได้ไหม?
ได้ แต่ส่วนใหญ่จะนับเป็นโรมมิ่งต่างประเทศ ทำให้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และบางแพ็กอาจมีการจำกัดความเร็วหลังใช้ครบโควตา (FUP) ถ้าเน้นความคุ้มและสัญญาณเสถียร แนะนำซื้อ eSIM ฝรั่งเศสโดยตรง จะตอบโจทย์มากกว่า
Q2: มี eSIM แบบเน็ตไม่อั้น (Unlimited) ไหม?
มีแพ็กเกจบางแบบที่ใช้งานได้คล้ายไม่จำกัด โดยจะให้ความเร็วเต็มสปีดในปริมาณดาต้าหนึ่ง เช่น 5GB หรือ 10GB จากนั้นความเร็วจะถูกลดลงแต่ยังใช้งานต่อได้ เหมาะสำหรับสายโซเชียลที่ต้องอยู่กับเน็ตทั้งวัน
Q3: มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM ฝรั่งเศสได้บ้าง?
ส่วนใหญ่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เช่น iPhone XR ขึ้นไป, Samsung S20 ขึ้นไป, Google Pixel 3 ขึ้นไป จะรองรับ eSIM ทั้งหมด แต่เครื่องจากจีนแผ่นดินใหญ่บางรุ่นอาจไม่รองรับ แนะนำให้กด *#06# แล้วเช็กว่ามีหมายเลข EID หรือไม่ ถ้ามี แปลว่าพร้อมใช้ eSIM
Q4: เปิดใช้งาน eSIM ฝรั่งเศสต้องทำยังไง?
หลังจากซื้อ eSIM คุณจะได้รับอีเมลยืนยันพร้อม QR Code สำหรับติดตั้ง แค่เข้าเมนู การตั้งค่า – เซลลูลาร์ (iOS) หรือ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Android) สแกน QR จากนั้นเปิด Data Roaming ก็ใช้เน็ตได้เลย ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
Q5: ถ้าเที่ยวเฉพาะปารีส ควรเลือกแพ็กแบบไหน?
ถ้าใช้เน็ตทั่ว ๆ ไป เช่น ดูแผนที่ เล่นโซเชียล แปลภาษา
→ แนะนำแพ็ก 5–10GB / 7–10 วัน ก็มักจะพอถ้าชอบถ่ายรูปเยอะ ไลฟ์สด ดูสตอรี่–คลิปทั้งวัน
→ เลือกแพ็ก 15–20GB ขึ้นไป จะได้ใช้สบาย ไม่ต้องคอยกลัวเน็ตหมดกลางทริป
ปิดท้าย: ถ้าคุณกำลังแพลนทริปฝรั่งเศส ไม่ว่าจะไปชมเอฟเฟล เดินชิลริมแม่น้ำแซน หรือกระโดดต่อไปเมืองอื่นในยุโรป การเตรียม eSIM ฝรั่งเศส ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง คือวิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้ทริปลื่นไหล ไม่หลง ไม่หลุด และไม่หลุดโซเชียลตลอดการเดินทางของคุณ

