รับแอปรับแอป

ไปฝรั่งเศสทั้งที ต้องมีเน็ต! eSIM ฝรั่งเศสเริ่ม 33 บาท ใช้ง่ายตั้งแต่วินาทีแตะรันเวย์

พงศ์ภัทร จันดี01-31

อินเทอร์เน็ตแรงตลอดทริปฝรั่งเศส แค่มี eSIM ติดเครื่อง

การเที่ยวฝรั่งเศสจะสนุกขึ้นแบบคูณสิบ ถ้าคุณมีเน็ตแรง ๆ ใช้ตลอดทริป ไม่ว่าจะเปิดแผนที่เดินเล่นในปารีส นั่งรถไฟไปนีซ หรือโพสต์รูปคาเฟ่สวย ๆ ที่ลียง ทุกอย่างง่ายขึ้นแค่คุณเตรียม eSIM ฝรั่งเศส ไว้ล่วงหน้า

ติดตั้งได้ในไม่ถึง 5 นาที ไม่ต้องถอดซิมไทย ไม่ต้องรอรับซิมที่สนามบิน แถมแพ็กเกจเริ่มต้นเพียง 33 บาท ประหยัดกว่าการโรมมิ่งแบบเดิมเยอะมาก

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก eSIM แบบเข้าใจง่าย พร้อมเคล็ดลับเลือกแพ็กให้คุ้มสุดสำหรับทริปฝรั่งเศสของคุณ

eSIM คืออะไร ทำไมคนเที่ยวต่างประเทศถึงนิยมใช้

eSIM คือซิมการ์ดดิจิทัลที่ถูกฝังอยู่ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของคุณตั้งแต่แรก ไม่ต้องใส่ซิมจริงให้วุ่นวาย เพียงสแกน QR Code หรือกรอกรหัสที่ได้รับจากผู้ให้บริการ ก็เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตในฝรั่งเศสได้ทันที

  • ไม่ต้องถอดซิมไทยออก

  • ไม่ต้องเดินหาซื้อซิมที่สนามบิน

  • ไม่ต้องกลัวทำซิมเดิมหาย

คุณสามารถเลือกแพ็กเกจให้ตรงกับจำนวนวันที่เดินทางและปริมาณดาต้าที่ใช้จริง จึงมัก ถูกกว่าการโรมมิ่งจากค่ายมือถือไทย

สำหรับนักเดินทางที่ต้องการเน็ตแรง เสถียร ครอบคลุมทั่วประเทศ และพร้อมใช้ทันทีที่เครื่องลงจอด eSIM คือไอเทมที่ควรมีติดเครื่องก่อนบิน

เทียบตัวเลือกเน็ตเที่ยวฝรั่งเศส: eSIM, ซิมจริง, Pocket Wi‑Fi

เวลาแพ็กกระเป๋าไปฝรั่งเศส หลายคนมักลังเลว่าจะใช้เน็ตแบบไหนดี ระหว่าง eSIM, ซิมจริง หรือ Pocket Wi‑Fi เพราะแต่ละแบบก็มีจุดเด่นต่างกันทั้งด้านความสะดวก ความเร็ว และราคา

ทริคเลือกง่าย ๆ คือ:

  • ถ้าอยากเที่ยวแบบเบาเครื่อง ไม่พกอะไรเพิ่ม
    • เลือก eSIM ติดตั้งครั้งเดียว จบทุกอย่างในเครื่องเดียว

  • ถ้าเดินทางหลายประเทศในยุโรป
    • เลือก eSIM แบบโรมมิ่งหลายประเทศ เดินข้ามพรมแดนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนซิม

  • ถ้าไปกันหลายคนแล้วต้องแชร์เน็ตตลอด
    • Pocket Wi‑Fi อาจคุ้มกว่า ถ้าแบ่งค่าเช่ากันหลายคน

สรุป: ถ้าเดินทางคนเดียวหรือสองคน เน้นสะดวกไม่พกอุปกรณ์เพิ่ม eSIM คือคำตอบที่ลงตัวสุด

ผู้ให้บริการ eSIM ในฝรั่งเศส เลือกอย่างไรให้คุ้ม

การเลือกผู้ให้บริการก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะแต่ละเจ้าแตกต่างกันทั้งราคา ความแรงสัญญาณ และระยะเวลาใช้งาน

แพลตฟอร์มอย่าง Trip.com มีการรวบรวมแพ็กเกจยอดนิยมจากหลายผู้ให้บริการในฝรั่งเศสมาให้เลือกเปรียบเทียบง่าย ๆ คุณจึงเลือกได้ทั้งแบบเน้นประหยัด เน้นเน็ตแรง หรือเน้นใช้นาน

เป้าหมายคือหาแพ็กที่ “คุ้มจริง” และเหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณ ไม่ว่าจะสายคาเฟ่ สายมิวเซียม หรือสาย Road Trip ทั่วประเทศ

มือถือรุ่นไหนรองรับ eSIM ฝรั่งเศสบ้าง

ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รองรับ eSIM แล้ว ทำให้การเที่ยวต่างประเทศสะดวกขึ้นมาก คุณสามารถเช็กได้ด้วยตัวเองโดยไปที่เมนู การตั้งค่า > การจัดการซิม / เซลลูลาร์ ถ้ามีตัวเลือกเพิ่ม eSIM แสดงว่าพร้อมใช้งาน

⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ:

มือถือบางเครื่องที่ซื้อจากจีน แผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง หรือไต้หวัน อาจไม่รองรับ eSIM หรือรองรับเฉพาะบางรุ่น/เฟิร์มแวร์ เช่น iPhone บางตัวที่ซื้อในจีน ดังนั้นควรตรวจสอบในเครื่องหรือติดต่อผู้ขายก่อนซื้อแพ็ก eSIM ทุกครั้ง

Apple

  • iPhone XR–iPhone 16 (รวม mini / Plus / Pro / Pro Max)

  • iPhone SE (Gen 2–3)

Samsung Galaxy

  • S20–S24 (รวม Ultra / FE)

  • Note 20 / Note 20 Ultra

  • Z Flip 3–5, Z Fold 3–5

Google Pixel

  • Pixel 3–8 (รวม Pro และ a‑series)

HUAWEI

  • Mate 40 Pro

  • P40 Pro

  • P50 / P60 / Mate 60 Series

OPPO / OnePlus

  • OPPO Find X3–X7, Reno 6–11

  • OnePlus 11 / 12

Xiaomi / Redmi

  • Xiaomi 13–14 Series

  • Redmi Note 12 Pro 5G ขึ้นไป

Sony Xperia

  • Xperia 10 V, 1 V, 5 V ขึ้นไป

Motorola

  • Razr 2019–Razr 2024

ถ้าจะให้ชัวร์ คุณสามารถกด *#06# และเช็กว่ามีเลข EID แสดงหรือไม่ ถ้ามี แปลว่ารองรับ eSIM

วิธีติดตั้งและใช้งาน eSIM ฝรั่งเศสแบบ Step‑by‑Step

การเปิดใช้งาน eSIM ฝรั่งเศส ทำได้ง่ายมาก ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เมื่อเครื่องแตะรันเวย์ปุ๊บ ก็พร้อมใช้เน็ตปั๊บ ถ้าทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้

สำหรับผู้ใช้ iPhone (iOS)

การติดตั้งผ่าน QR Code

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → เซลลูลาร์ (Cellular) → เพิ่ม eSIM (Add eSIM)

  2. เลือก ใช้รหัส QR (Use QR Code) แล้วสแกน QR ที่ได้รับจากอีเมลยืนยัน

  3. แตะ เปิดใช้งาน eSIM (Activate eSIM) → ดำเนินการต่อ (Continue)

  4. ตั้งชื่อโปรไฟล์ เช่น “France eSIM” เพื่อจำง่าย

  5. ตั้งให้ eSIM นี้เป็นเครือข่ายหลักสำหรับ ข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data)

  6. เปิด โรมมิ่งข้อมูล (Data Roaming) เพื่อให้เชื่อมต่อเครือข่ายฝรั่งเศสได้

💡 ถ้าเปิดแล้วต่อเน็ตไม่ได้ ลองไปที่เมนู “เลือกเครือข่าย (Network Selection)” แล้วเลือกเครือข่ายเอง เช่น Orange หรือ SFR

การติดตั้งแบบกรอกรายละเอียดเอง (Manual)

  1. ไปที่ การตั้งค่า → เซลลูลาร์ → เพิ่ม eSIM

  2. แตะ ใช้รหัส QR จากนั้นเลือก ป้อนรายละเอียดด้วยตนเอง (Enter Details Manually)

  3. กรอกข้อมูล “SM‑DP+ Address” และ “Activation Code” ตามที่ได้รับในอีเมล

  4. กดยืนยัน ตั้งชื่อโปรไฟล์ เปิดใช้งาน พร้อมเปิดโรมมิ่งข้อมูล

สำหรับผู้ใช้ Android

ขั้นตอนที่ 1: การติดตั้ง eSIM

การติดตั้งผ่านรหัส QR

  1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Network & Internet)

  2. แตะเครื่องหมาย + ข้างเมนู “ซิม” แล้วเลือก ดาวน์โหลดซิมแทน (Download SIM Instead)

  3. แตะ ถัดไป (Next) และสแกน QR Code ที่ได้รับ

  4. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ แตะ ตั้งค่า (Set Up) เพื่อเปิดใช้งาน

การติดตั้งแบบ Manual (ป้อนเอง)

  1. ไปที่ การตั้งค่า → เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต → + (เพิ่มซิม)

  2. เลือก ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่? (Need Help?) → ป้อนข้อมูลด้วยตนเอง (Enter Manually)

  3. กรอกรหัสเปิดใช้งาน (Activation Code) จากอีเมล แล้วแตะ ดาวน์โหลด (Download)

  4. ดาวน์โหลดเสร็จ แตะ ตั้งค่า (Set Up) เพื่อเปิดใช้ eSIM

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งค่าให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้จริง

  1. ไปที่ การตั้งค่า → ซิมการ์ด (SIMs) แล้วเลือก eSIM ที่เพิ่งเพิ่ม

  2. เปิด ใช้ซิม (Use SIM) แล้วกด “ใช่ (Yes)”

  3. เปิด ข้อมูลมือถือ (Mobile Data) และ โรมมิ่ง (Data Roaming)

  4. ถ้ายังต่อเน็ตไม่ได้ ให้ลองเลือก “เครือข่ายโดยอัตโนมัติ (Select Network Automatically)” หรือเลือกเครือข่ายเอง เช่น Orange / SFR

⚠️ หมายเหตุสำคัญก่อนบิน

  • หลังติดตั้งแล้ว ห้ามลบ eSIM ออกจากเครื่อง เพราะถ้าลบแล้ว แพ็กเกจที่ซื้อจะหาย ใช้งานต่อไม่ได้

  • ถ้าเปิดแล้วไม่มีสัญญาณ ให้ลองเปิด–ปิดโหมดเครื่องบิน หรือรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง

  • หากยังมีปัญหา สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของผู้ให้บริการเพื่อให้ช่วยตรวจสอบได้ทันที

เลือก eSIM ฝรั่งเศสแบบไหนให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของคุณ

สไตล์การเที่ยวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเดินเล่นในปารีส 3–4 วัน บางคนขับรถเที่ยวทั้งประเทศ ดังนั้นการเลือก eSIM ฝรั่งเศส ให้เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้คุณทั้งประหยัดและใช้งานได้ไม่ขาดตอน

💡 เคล็ดลับเลือกแพ็ก eSIM ให้ตรงใจ

  • ดูความครอบคลุมสัญญาณก่อนเสมอ
    เช็กว่าผู้ให้บริการมีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ที่คุณจะไป เช่น ปารีส ลียง นีซ หรือเมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้

  • เปรียบเทียบปริมาณดาต้า ระยะเวลา และราคา
    ทริปสั้น ๆ 5–7 วัน อาจพอด้วย 5GB แต่ทริปยาวหรือคนที่ใช้โซเชียลจัด ๆ อาจต้อง 15–30GB ขึ้นไป

  • ดูบริการหลังการขาย
    เลือกแพ็กจากผู้ให้บริการที่มีแชทช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เผื่อมีปัญหาช่วงเปิดใช้งานครั้งแรกจะได้แก้ได้ทัน

✅ ข้อดีเด่น ๆ ของ eSIM ฝรั่งเศส

  • ใช้งานง่ายสุด ๆ – สแกน QR ไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมใช้เน็ต จะเริ่มเปิดก่อนบินหรือหลังแตะรันเวย์ก็ได้

  • ยืดหยุ่นสูง – เลือกจำนวนวันและ GB ได้ตามสไตล์การใช้งาน เปลี่ยนแพ็กได้สะดวก

  • รองรับหลายประเทศในยุโรป – แพ็กบางแบบใช้ได้มากกว่าหนึ่งประเทศ เหมาะกับคนที่เที่ยวทัวร์ยุโรป

⚠️ สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

  • หลายแพ็กเป็นดาต้าอย่างเดียว
    ถ้าต้องการโทรแบบเสียงหรือส่ง SMS แนะนำให้ใช้ WhatsApp, LINE หรือ Messenger แทน

  • มือถือบางรุ่นไม่รองรับ eSIM
    โดยเฉพาะรุ่นเก่าหรือเครื่องจากจีนแผ่นดินใหญ่ อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ก่อนสั่งซื้อ

  • ต้องทำตามคู่มือเปิดใช้งานให้ครบขั้นตอน
    ทั้งการสแกน QR หรือกรอกรหัสเปิดใช้งาน ถ้าทำถูกขั้นตอน ส่วนใหญ่ไม่ถึง 5 นาทีก็เรียบร้อย

สรุป: ถ้าอยากได้เน็ตแรง ใช้งานง่าย ไม่ต้องรอซิมจริง และเปิดใช้ได้ทันทีที่ถึงฝรั่งเศส — eSIM คือทางเลือกที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคนี้ที่สุด

ทำไมหลายคนเลือกซื้อ eSIM ฝรั่งเศสผ่าน Trip.com

แพ็ก eSIM มีให้เลือกเยอะก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Trip.com คือความสะดวกและความสบายใจเวลาใช้งานจริง

  • มีตัวเลือกให้เปรียบเทียบเพียบ
    เลือกได้ทั้ง eSIM สำหรับฝรั่งเศสล้วน หรือแบบใช้ได้หลายประเทศในยุโรป จะเที่ยวไม่กี่วันหรืออยู่ยาวเป็นเดือนก็มีแพ็กให้เลือก

  • ราคาเคลียร์ ชัด ไม่มีบวกเพิ่มทีหลัง
    เห็นเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง แถมยังมีโปรลดราคาออกมาเรื่อย ๆ

  • ซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง
    ถ้าเปิดใช้แล้วมีปัญหา ไม่ว่าจะติดตั้งไม่ผ่านหรือไม่มีสัญญาณ ก็มีทีมงานคอยช่วยดูให้ แก้ปัญหาได้ไว ไม่ต้องรอข้ามวัน

สรุป: ถ้าอยากได้ eSIM ที่ทั้งคุ้ม ทั้งอุ่นใจ และพร้อมใช้งานทันทีที่เครื่องแตะรันเวย์ การซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีบริการครบและซัพพอร์ตชัดเจน คือทางเลือกที่สบายใจกว่าเยอะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ eSIM ฝรั่งเศส

Q1: ใช้ eSIM จากค่ายมือถือไทยในฝรั่งเศสได้ไหม?

ได้ แต่ส่วนใหญ่จะนับเป็นโรมมิ่งต่างประเทศ ทำให้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และบางแพ็กอาจมีการจำกัดความเร็วหลังใช้ครบโควตา (FUP) ถ้าเน้นความคุ้มและสัญญาณเสถียร แนะนำซื้อ eSIM ฝรั่งเศสโดยตรง จะตอบโจทย์มากกว่า

Q2: มี eSIM แบบเน็ตไม่อั้น (Unlimited) ไหม?

มีแพ็กเกจบางแบบที่ใช้งานได้คล้ายไม่จำกัด โดยจะให้ความเร็วเต็มสปีดในปริมาณดาต้าหนึ่ง เช่น 5GB หรือ 10GB จากนั้นความเร็วจะถูกลดลงแต่ยังใช้งานต่อได้ เหมาะสำหรับสายโซเชียลที่ต้องอยู่กับเน็ตทั้งวัน

Q3: มือถือรุ่นไหนใช้ eSIM ฝรั่งเศสได้บ้าง?

ส่วนใหญ่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เช่น iPhone XR ขึ้นไป, Samsung S20 ขึ้นไป, Google Pixel 3 ขึ้นไป จะรองรับ eSIM ทั้งหมด แต่เครื่องจากจีนแผ่นดินใหญ่บางรุ่นอาจไม่รองรับ แนะนำให้กด *#06# แล้วเช็กว่ามีหมายเลข EID หรือไม่ ถ้ามี แปลว่าพร้อมใช้ eSIM

Q4: เปิดใช้งาน eSIM ฝรั่งเศสต้องทำยังไง?

หลังจากซื้อ eSIM คุณจะได้รับอีเมลยืนยันพร้อม QR Code สำหรับติดตั้ง แค่เข้าเมนู การตั้งค่า – เซลลูลาร์ (iOS) หรือ เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต (Android) สแกน QR จากนั้นเปิด Data Roaming ก็ใช้เน็ตได้เลย ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

Q5: ถ้าเที่ยวเฉพาะปารีส ควรเลือกแพ็กแบบไหน?

  • ถ้าใช้เน็ตทั่ว ๆ ไป เช่น ดูแผนที่ เล่นโซเชียล แปลภาษา
    → แนะนำแพ็ก 5–10GB / 7–10 วัน ก็มักจะพอ

  • ถ้าชอบถ่ายรูปเยอะ ไลฟ์สด ดูสตอรี่–คลิปทั้งวัน
    → เลือกแพ็ก 15–20GB ขึ้นไป จะได้ใช้สบาย ไม่ต้องคอยกลัวเน็ตหมดกลางทริป

ปิดท้าย: ถ้าคุณกำลังแพลนทริปฝรั่งเศส ไม่ว่าจะไปชมเอฟเฟล เดินชิลริมแม่น้ำแซน หรือกระโดดต่อไปเมืองอื่นในยุโรป การเตรียม eSIM ฝรั่งเศส ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง คือวิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้ทริปลื่นไหล ไม่หลง ไม่หลุด และไม่หลุดโซเชียลตลอดการเดินทางของคุณ