เปิดหอศิลป์ใหม่ วช. : เมื่อศาสตร์จับมือกับศิลป์
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จับมือกับสมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย (TACDA) เปิด “หอศิลป์ร่วมสมัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ดึงงานวิจัยมาเล่าเรื่องผ่านงานศิลปะร่วมสมัย
ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่หอศิลป์สำหรับชมงานสวย ๆ แต่ถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่บูรณาการระหว่างศาสตร์และศิลป์ เชื่อมโลกของนักวิจัย ศิลปิน และนักออกแบบ เข้ากับผู้ชมทั่วไปในสังคมร่วมสมัย
นิทรรศการนำร่องเปิดตัวพร้อมกันถึง 2 เรื่อง ได้แก่
“เฉดสีจากอารามหลวง (Colour Palette of the Royal Temple)”
“ของเล่นไทย สนุกแบบวิทย์ คิดแบบเล่น (Mechanics of Play)”
สองนิทรรศการนี้ต่างหยิบ “ของคุ้นตา” รอบตัวเรามาเล่าในมุมใหม่ ทั้งสีจากวัดอารามหลวง และของเล่นไทยพื้นบ้านที่เราเคยเล่นกันตอนเด็ก ๆ
บรรยากาศงานเปิดนิทรรศการ
พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้น ณ หอศิลป์ร่วมสมัย ชั้น 2 อาคาร วช. 8 โดยมีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนเข้ามาร่วมเสริมพลัง ทั้งภาคอุตสาหกรรมสีทาอาคารและธุรกิจไอศกรีมที่หยิบ “เฉดสีวัด” มาตีความในแบบของตัวเอง
บริษัท เบเยอร์ จำกัด
บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์ จำกัด (มหาชน)
Royal Ice Cream ผู้สร้างสีสันในงานผ่านไอศกรีมเฉดสีวัดสุดเก๋
การร่วมมือกันครั้งนี้สะท้อนว่า งานวิจัยไม่ได้หยุดอยู่ในห้องทดลอง แต่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จริงที่จับต้องได้ ทั้งในเชิงศิลปะ สถาปัตยกรรม และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่
นิทรรศการที่ 1: เฉดสีจากอารามหลวง
นิทรรศการ “เฉดสีจากอารามหลวง (Colour Palette of the Royal Temple)” เกิดจากงานวิจัยด้านสีและสุนทรียศาสตร์ของพระอารามสำคัญในกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง TACDA และ วช.
วัดที่ถูกหยิบมาศึกษา ได้แก่
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรมหาวิหาร
ทีมวิจัยลงลึกไปถึง พัฒนาการของสีและเฉดสี ที่ปรากฏในงานศิลปกรรมของทั้งสามอาราม ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประดับลวดลาย หรือองค์ประกอบสถาปัตยกรรม แล้วเชื่อมโยงเข้ากับหลักทฤษฎีสีและสุนทรียศาสตร์ เพื่อไขแนวคิดของครูช่างไทยโบราณที่สร้างสรรค์งานศิลป์ทรงคุณค่าเหล่านี้
ชุดเฉดสีวัดหลวงสู่ฐานข้อมูลและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
หัวใจของนิทรรศการนี้คือ “ชุดเฉดสีจากอารามหลวง” ที่หยิบสีไทยในมุมมองใหม่มานำเสนอในแบบร่วมสมัย ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่า สีของรัตนโกสินทร์ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่มีบริบท วัฒนธรรม และเรื่องราวซ่อนอยู่
จากงานวิจัยสู่ผลงานจัดแสดง นิทรรศการยังชี้ทางต่อยอดไปสู่
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หยิบเฉดสีวัดมาใช้เป็นเอกลักษณ์
ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรมที่อ้างอิงจากชุดสีวิจัย
การสร้างฐานข้อมูลสี (Colour Database) สำหรับต่อยอดเชิงพาณิชย์
ด้วยการร่วมมือของ Beger และ SCG แนวคิดนี้ถูกนำไปต่อยอดเป็น ผลิตภัณฑ์สีทาอาคารเชิงนวัตกรรม ที่รักษาเอกลักษณ์สีไทย แต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตอบโจทย์ทั้งสายอนุรักษ์ และสายออกแบบร่วมสมัย
นิทรรศการที่ 2: ของเล่นไทย สนุกแบบวิทย์ คิดแบบเล่น
อีกด้านหนึ่งของหอศิลป์คือโลกของ “ของเล่น” ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ของเล่นเด็ก แต่ในนิทรรศการ “ของเล่นไทย สนุกแบบวิทย์ คิดแบบเล่น (Mechanics of Play)” วช., สมาคมฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทีมกันมาชวนเราคิดใหม่
นิทรรศการนี้ศึกษา “กลไกแห่งการเล่น” ของ ของเล่นไทยพื้นบ้าน เพื่อชี้ให้เห็นว่า ของเล่นเหล่านี้ซ่อนองค์ความรู้ไว้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น
หนังสติ๊ก
ลูกข่าง
แมลงปอสมดุล
ของเล่นพื้นบ้านเหล่านี้ล้วนสะท้อนหลักฟิสิกส์พื้นฐาน เช่น
แรงเหวี่ยง
แรงโน้มถ่วง
แรงเสียดทาน
เมื่อเด็ก ๆ เล่น พวกเขากำลังเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว ทำให้การเล่นกลายเป็น ห้องทดลองขนาดย่อม ที่ฝึกทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้จินตนาการ ตามแนวทาง STEM Education แบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งแต่หนังสือเรียน
ของเล่นไทยในฐานะมรดกภูมิปัญญา
นอกจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ นิทรรศการยังชวนมองกลับไปที่ คุณค่าทางวัฒนธรรมของของเล่นไทย ในฐานะ “มรดกภูมิปัญญาไทย” ที่เชื่อมคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นหลังเข้าด้วยกัน
ของเล่นพื้นบ้านสะท้อนหลายอย่างในสังคมไทย
วิถีชีวิตเรียบง่ายที่ใช้วัสดุใกล้ตัว
ความคิดสร้างสรรค์ในการดัดแปลงของธรรมดาให้เล่นได้
ภูมิปัญญาการออกแบบกลไกแสนฉลาดแบบไทย ๆ
ของเล่นหนึ่งชิ้นจึงไม่ใช่แค่ของใช้แก้เหงา แต่คือภาพจำของวัยเด็ก วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ในชุมชนที่ค่อย ๆ ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาในพื้นที่จัดแสดงนี้
หอศิลป์ วช.: พื้นที่ทดลองไอเดียระหว่างวิจัยและชีวิตจริง
หอศิลป์ร่วมสมัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ถูกรีโนเวตจากอาคารเดิมของ วช. ให้กลายเป็น พื้นที่เรียนรู้แบบใหม่ ที่ผสมผสาน
งานวิจัย
ศิลปะและการออกแบบ
นวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์
เป้าหมายคือให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางของการพบกันระหว่างนักวิจัย ศิลปิน และนักออกแบบ เพื่อ
แลกเปลี่ยนความคิดและองค์ความรู้
ทดลองแปลงงานวิจัยเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้
ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศจากฐานองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้ว
กล่าวได้ว่า หอศิลป์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็น “เวทีทดลอง” ที่เปิดให้ทั้งคนทำงานวิจัยและคนดูทั่วไปได้มาลองคิด ลองมองโลกในมุมใหม่ไปพร้อมกัน
ชวนไปสัมผัสสี วัด และของเล่นด้วยตัวเอง
ผู้สนใจสามารถไปร่วมชม 2 นิทรรศการนี้ได้ที่หอศิลป์ร่วมสมัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ชั้น 2 อาคาร วช. 8 ซึ่งภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษให้ร่วมสนุก และไอศกรีมเฉดสีวัดจาก Royal Ice Cream ที่หยิบงานวิจัยด้านสีมาทำให้…อร่อยขึ้นแบบจริงจัง
ถ้าคุณชอบศิลปะ รักของเล่นไทย หรือหลงใหลงานออกแบบที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมไทย ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาด
ไปดูให้เห็นกับตา แล้วจะรู้ว่าทั้งสีวัดและของเล่นไทย…มีมิติซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิดเยอะมาก

