ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รถราชการไฟฟ้าแค่ 1% เมื่อระบบราชการยังเหยียบเบรกเป้าหมาย Net Zero 2050

รถราชการไฟฟ้าแค่ 1% เมื่อระบบราชการยังเหยียบเบรกเป้าหมาย Net Zero 2050
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

รถราชการไฟฟ้าคืออะไร และทำไมตัวเลข 1% จึงน่าเป็นห่วง

รถราชการไฟฟ้า คือ ยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่หน่วยงานของรัฐใช้ในภารกิจประจำ เช่น รถตรวจราชการ รถบริการประชาชน และรถผู้บริหารแทนรถใช้น้ำมัน โดยต้องอาศัยระบบจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ และสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่รองรับ จึงจะใช้งานได้ต่อเนื่องและปลอดภัย การมีรถราชการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนการปรับโครงสร้างนโยบายและระบบราชการทั้งชุดให้เดินไปสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะยาว

ตัวเลขที่น่าตกใจคือ ภาครัฐมีรถทุกประเภททั้งแบบซื้อและเช่ารวมมากกว่า 180,000 คัน แต่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ในขณะที่มีเป้าหมายประกาศชัดว่าจะมุ่งสู่ Net Zero Emission ภายในปี 2050 ช่องว่างระหว่างคำประกาศกับการปฏิบัติจริงจึงใหญ่กว่าที่สังคมคิด หากปล่อยให้ระบบราชการยังใช้รถใช้น้ำมันเป็นหลัก คำว่าลดการใช้ฟอสซิลและปล่อยก๊าซต่ำจะกลายเป็นแค่คำขวัญบนกระดาษ ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจริงในภาคขนส่งของรัฐ

รถราชการไฟฟ้าแค่ 1% เมื่อระบบราชการยังเหยียบเบรกเป้าหมาย Net Zero 2050

ตัวเลข 1.8 แสนคันกับ 1% BEV ภาพสะท้อนรัฐที่พูดมากกว่าทำ

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านคมนาคมและการคลังระบุว่า ในช่วงปีงบประมาณที่รวบรวมมีการใช้รถราชการทุกประเภทมากกว่า 180,000 คัน ทั้งแบบจัดซื้อและแบบเช่า แต่สัดส่วนที่เป็นยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่มีเพียงร้อยละ 1 ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติ แต่คือหลักฐานว่ารัฐยังไม่กล้าปรับกองยานพาหนะของตัวเองให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พลังงานที่ประกาศ

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานยอมรับว่า การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero Emission ปี 2050 การที่กองรถราชการยังเป็นเครื่องยนต์สันดาปเกือบทั้งหมด จึงเท่ากับว่าภาคส่วนที่ควรเป็นตัวอย่างกลับกลายเป็นจุดอ่อนของนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า หากรัฐยังไม่เร่งเปลี่ยนยานพาหนะของตัวเอง ภาคเอกชนและประชาชนก็ยากจะเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นเรื่องจริงจัง

เมื่อเกณฑ์งบประมาณและระบบข้อมูลไม่พร้อม รถ EV เลยสะดุดตั้งแต่หน้าประตูราชการ

หน่วยงานด้านพลังงานชี้ชัดว่าปัญหาหลักไม่ใช่ความไม่รู้จักเทคโนโลยี แต่คือข้อจำกัดเชิงระบบของราชการ ตั้งแต่ขั้นตอนขอตั้งงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ไปจนถึงการเบิกจ่ายค่าอัดประจุไฟฟ้า เกณฑ์บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์และอัตราค่าเช่ารถยังออกแบบมาเพื่อรถใช้น้ำมัน ไม่ได้รองรับรถ EV และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง เมื่อรถไฟฟ้าถูกจัดอยู่ในกรอบเก่า มันจึงเสียเปรียบตั้งแต่บนกระดาษ

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ข้อมูลการใช้ยานพาหนะของส่วนราชการยังไม่มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ รัฐจึงไม่รู้แม้กระทั่งภาพรวมการใช้รถ ขนาดการวิ่ง หรือค่าใช้จ่ายจริง ทำให้ยากจะวางแผนเปลี่ยนรถใช้น้ำมันเป็นรถราชการไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อไม่มีข้อมูล ก็ไม่มีแรงกดดันให้ปรับวิธีใช้รถและงบประมาณ ผลคือวงจรเดิมยังดำเนินต่อไป รถใช้น้ำมันยังครองกองยานพาหนะของรัฐ และรถ EV ถูกมองเป็นของทดลองมากกว่ามาตรฐานใหม่

แผนสนพ.กับบททดสอบว่ารัฐจะเลิกเหยียบคันเร่งหลอกหรือไม่

เพื่อแก้ปัญหานี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานได้ศึกษาจัดทำแผนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาสถานีอัดประจุในหน่วยงานราชการ พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญ เช่น ปรับมาตรฐานบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์และบัญชีอัตราค่าเช่ารถให้ครอบคลุมรถ EV และสถานีอัดประจุ รวมถึงจัดทำมาตรฐานและแนวทางการใช้งานเพื่อความปลอดภัย และกำหนดหน่วยงานกำกับติดตามอย่างชัดเจน แนวคิดนี้หากเดินหน้าเต็มรูปแบบจะเปลี่ยนรถราชการไฟฟ้าจากโครงการนำร่องให้เป็นมาตรฐานใหม่ของกองรถภาครัฐ

แผนดังกล่าวยังถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคขนส่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของรัฐ แต่คำถามสำคัญคือ รัฐจะยอมปรับเกณฑ์งบประมาณและระบบราชการที่ตัวเองคุ้นชินหรือไม่ หากข้อเสนอเหล่านี้ถูกดองไว้ในลิ้นชัก เป้าหมาย Net Zero 2050 ก็จะเป็นเพียงสโลแกน ในทางกลับกัน หากรัฐบาลกล้าตัดสินใจให้เกณฑ์ใหม่บังคับใช้จริง การมีรถราชการไฟฟ้าในสัดส่วนสูงขึ้นภายในกรอบแผนระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

บทสรุป รถราชการไฟฟ้าเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจต่อ Net Zero 2050

การมีรถราชการไฟฟ้าเพียงร้อยละ 1 จากกองรถกว่า 1.8 แสนคัน เป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นทางสู่ Net Zero 2050 ยังเต็มไปด้วยร่องลึกของระบบราชการเก่า การตั้งเป้าลดการใช้ฟอสซิลและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะไม่มีความหมาย หากหน่วยงานที่ถืออำนาจงบประมาณไม่เปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง รัฐต้องเลิกมองรถ EV เป็นแค่โครงการเขียวเพื่อรายงาน และเริ่มใช้มันเป็นหัวหอกในการปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงบประมาณ และการจัดการข้อมูล

ท้ายที่สุด รถราชการไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยีหรือภาพลักษณ์ แต่คือบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐต่อสังคมว่า การประกาศเป้าหมาย Net Zero 2050 เป็นพันธสัญญาที่จะทำจริงหรือเป็นเพียงคำพูดสวยหรู การเร่งแก้อุปสรรคเชิงระบบตามแผนที่เสนอออกมาแล้วจึงเป็นสิ่งจำเป็น หากภาครัฐยังไม่ยอมขยับ ก็คงยากที่ทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมจะเดินไปสู่อนาคตการปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ตามที่ตั้งใจ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!