ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ผู้ผลิตรถจีนหนีสงครามราคาในบ้าน BYD เทหมดหน้าตักสู่ตลาดโลก

ผู้ผลิตรถจีนหนีสงครามราคาในบ้าน BYD เทหมดหน้าตักสู่ตลาดโลก
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

จากกำไรหดในจีนสู่ยุทธศาสตร์หนีสงครามราคา

ยุทธศาสตร์ BYD ส่งออกต่างประเทศ คือแนวทางที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนเลือกใช้เพื่อลดผลกระทบจากสงครามราคารถจีนในตลาดบ้าน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้และยอดขายจากต่างประเทศผ่านการตั้งเป้ายอดส่งออก การสร้างโรงงานในต่างแดน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรระยะยาวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า วันที่ 31 สิงหาคม หุ้น BYD ร่วงเกือบ 5% หลังเปิดผลประกอบการครึ่งปีแรกที่สะท้อนแรงกดดันอย่างชัดเจน รายได้รวมลดลง 7.1% เหลือ 3.448 แสนล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิลดลงถึง 20.5% เหลือ 1.23 หมื่นล้านหยวน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อมูลทางบัญชี แต่คือสัญญาณเตือนว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีนกำลังแข่งขันดุเดือดจนกัดเซาะกำไร EV ลดลงอย่างต่อเนื่อง BYD เองก็ยอมรับว่าอุปสงค์ภายในประเทศซบเซา บวกกับต้นทุนวัตถุดิบและชิปที่สูงขึ้น ทำให้การอัดโปรโมชั่นและลดราคากลายเป็นกับดักที่บีบกำไรของผู้ผลิตยานยนต์ทุกราย หน้าที่ของฝ่ายบริหารจึงไม่ใช่แค่ขายให้ได้มากขึ้นในจีน แต่ต้องหาทางหนีออกจากสนามรบที่กำลังเผาเงินอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขที่บอกว่าอนาคตของ BYD อยู่นอกจีน

แม้ภาพรวมครึ่งปีแรกในจีนจะมืดมน แต่ฝั่งต่างประเทศกลับตรงกันข้าม ยอดส่งออกรถยนต์ของ BYD ในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 67.8% จากปีก่อน แตะระดับ 792,000 คัน นี่คือหลักฐานชัดว่าตลาดโลกยังเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้าในระดับที่สร้างกำไรได้ และช่วยชดเชยแรงกดดันจากสงครามราคารถจีนอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลจากการประชุมนักลงทุนถูกนำมาสรุปว่า BYD ตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศสำหรับปี 2569 เพิ่มเป็น 1.9-2 ล้านคัน จากเดิม 1.5 ล้านคัน และขยับเป้าหมายระยะสั้นต่อเนื่องไปยังปี 2570 ตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศมากกว่า 2.5 ล้านคัน เพิ่มกว่า 55 เท่าจากปี 2565 ที่ส่งออกได้เพียงราว 45,000 คัน คำกล่าวว่า "BYD ตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศมากกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2570 เพิ่มกว่า 55 เท่าจากปี 2565" สะท้อนเจตนาชัดเจนว่าบริษัทกำลังย้ายจุดศูนย์กลางของการเติบโตออกไปนอกจีนอย่างเต็มตัว เมื่อคู่แข่งในจีนพร้อมลดราคาชนกันไม่หยุด การขยายตลาดโลกจึงไม่ใช่ทางเลือกสำรอง แต่เป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ใหม่ BYD เลือกเดินเส้นทางที่กำไรต่อคันยังดูสมเหตุสมผลมากกว่าการยื้อแย่งส่วนแบ่งตลาดในบ้านให้ได้มากสุด

ผู้ผลิตรถจีนหนีสงครามราคาในบ้าน BYD เทหมดหน้าตักสู่ตลาดโลก

ขยายตลาดโลกด้วยโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานชาร์จเร็ว

การขยายตลาดโลกของ BYD ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเพิ่มยอดส่งออกจากจีนเท่านั้น แต่ไปไกลถึงการสร้างฐานการผลิตใหม่ในหลายภูมิภาค และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว รายงานระบุว่า BYD เดินหน้าตั้งโรงงานในอินโดนีเซียที่เริ่มเดินสายการผลิตแล้ว โรงงานในบราซิลกำลังเพิ่มกำลังผลิตสู่ระดับ 300,000 คันต่อปี และโรงงานในฮังการีมีแผนผลิตรถคันแรกภายในเดือนธันวาคม ฝ่ายบริหารยังยอมรับว่าข้อจำกัดด้านการขนส่งเคยเป็นตัวฉุดปริมาณการส่งออกในช่วงต้นปี จึงแก้ปัญหาโดยเพิ่มจำนวนเรือขนส่งรถโดยเฉพาะควบคู่กับการสร้างโรงงานในต่างประเทศเพื่อไม่ต้องพึ่งการส่งออกรถจากจีนเพียงทางเดียว แถมยังตั้งเป้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูงพิเศษหรือ Super-Fast Charging ให้มีจำนวน 90,000 แห่งทั่วโลกภายในสิ้นปี 2571 โดยประมาณ 6,000 แห่งจะอยู่ในตลาดต่างประเทศ ยุทธศาสตร์นี้บอกชัดว่าการ ขยายตลาดโลก ของ BYD ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยงแบบผิวเผิน แต่เป็นการวางรากฐานให้แบรนด์กลายเป็นผู้เล่นระดับโลก ทั้งด้านการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานชาร์จ เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขาย 2.5 ล้านคันและมากกว่านั้นในอนาคต

กำไร EV ลดลงในจีน แต่ต่างประเทศยังเป็นแหล่งทำเงิน

เมื่อกำไร EV ลดลง ในตลาดบ้าน การมองหาพื้นที่ที่ยังทำเงินจึงสำคัญมาก รายงานระบุว่าฝ่ายบริหาร BYD ประเมินว่าธุรกิจต่างประเทศสามารถสร้างกำไรต่อคันได้ในระดับคงที่ แม้ต้องรับมือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และยังต้องลงทุนต่อเนื่องเพื่อขยายเครือข่ายการขายและกำลังผลิต นั่นหมายความว่าตลาดโลกยังเป็นพื้นที่ซึ่งการตั้งราคาไม่ถูกบีบจนบางเท่าจีน ทำให้การขยายประเทศปลายทางและช่องทางจำหน่ายยังมีเหตุผลทางเศรษฐกิจชัดเจน ในจีน BYD ระบุชัดว่าการแข่งขันที่รุนแรงบวกกับต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ วัตถุดิบ และชิปที่สูงขึ้น กำลังกดดันอัตรากำไรของผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่าย ขณะเดียวกัน สงครามราคารถจีน ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่าการโตด้วยการลดราคาต่อเนื่องจะพบบรรทัดล่างที่ยั่งยืนหรือไม่ แม้กำไรครึ่งปีแรกจะหดตัว แต่บางสำนักวิเคราะห์ยังคาดว่าผลประกอบการหลักของ BYD ในไตรมาส 3 จะดีขึ้นและกำไรทั้งปีอาจสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของตลาดถึงราว 8% หากการส่งออกและธุรกิจต่างประเทศยังรักษาแรงส่งได้ จุดนี้ทำให้เห็นชัดว่าเส้นทางหลบแรงบดจากสงครามราคาที่บริษัทเลือกเดินกำลังมีน้ำหนักมากขึ้นในสายตาตลาดทุน

บทสรุป: หนีสงครามราคาไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการเลือกสนามรบ

ภาพรวมของ BYD ในช่วงนี้คือบริษัทที่กำไรกำลังถูกบีบหนักในตลาดบ้าน แต่เลือกตอบสนองด้วยการเร่ง ขยายตลาดโลก แทนการทุ่มลดราคาแข่งอย่างไม่สิ้นสุดในจีน ผลประกอบการครึ่งปีแรกที่รายได้ลดลง 7.1% และกำไรสุทธิหด 20.5% คือสัญญาณว่าการยื้อในตลาดที่อุปสงค์ซบเซาและต้นทุนสูงไม่ใช่ทางออกระยะยาว ในทางกลับกัน ยอดส่งออกที่โต 67.8% และเป้ายอดขายต่างประเทศ 2.5 ล้านคันในปี 2570 บอกชัดว่าบริษัทกำลังย้ายศูนย์กลางการเติบโตไปยังตลาดที่โครงสร้างกำไรยังเอื้อให้ลงทุนได้ต่อเนื่อง การสร้างโรงงานใหม่และโครงสร้างพื้นฐานชาร์จทั่วโลกยิ่งตอกย้ำว่าการ BYD ส่งออกต่างประเทศ คือยุทธศาสตร์เชิงรุก ไม่ใช่แผนหนีปัญหาชั่วคราว สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน การตัดสินใจของ BYD สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า เวลาเผชิญสงครามราคาที่เผากำไร การเลือกสนามรบใหม่ที่ยังให้ผลตอบแทนสมเหตุสมผล อาจเป็นทางรอดที่มีเหตุผลกว่าการยืนหยัดอยู่ในสมรภูมิเดิมเพียงเพราะเป็นบ้านของตัวเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!