ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ใช่แค่ประกอบรถ แต่สร้างฐานการผลิตเต็มรูปแบบ

การที่โรงงาน BYD ระยองสามารถผลิตรถไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 100,000 คัน พร้อมใช้แรงงานในพื้นที่และชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ท้องถิ่น คือกรณีศึกษาว่าการผลิตรถไฟฟ้าในไทยกำลังย้ายจากโมเดลโรงงานประกอบไปสู่ฮับการผลิตเต็มรูปแบบที่เชื่อมตั้งแต่การขึ้นรูปตัวถัง การเชื่อม พ่นสี ไปจนถึงผลิตแบตเตอรี่และสายไฟในโรงงานเดียวกัน สะท้อนว่าค่ายรถไม่มองพื้นที่นี้แค่ตลาดปลายทาง แต่เป็นฐานยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาค เบื้องหลังตัวเลข 100,000 คัน คือการเปิดข้อมูลจาก BYD Auto และ Rêver Automotive ว่าโรงงาน BYD ระยองเป็นฐานผลิตแห่งแรกของค่ายนี้นอกจีน และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี การฉลองหลักไมล์นี้จึงไม่ใช่แค่งานประชาสัมพันธ์ แต่เป็นจังหวะที่เหมาะจะตั้งคำถามกลับไปยังข้อวิจารณ์เรื่อง “EV จีนศูนย์เหรียญ” ว่าเมื่อโครงสร้างการผลิตลงหลักในพื้นที่แล้ว มูลค่าจะกระจายสู่แรงงานและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในประเทศแค่ไหน

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

แรงงาน 95% จากคนท้องถิ่น ซัพพลายเชน 50% Local Content เปลี่ยนสมดุลข้อครหา

แก่นของกลยุทธ์โลคัลไลเซชันของ BYD ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยอมปล่อยให้คนท้องถิ่นเข้าไปยืนกลางสายพาน โรงงาน BYD ระยองมีพนักงานมากกว่า 6,000 คน โดยประมาณ 95% เป็นคนในพื้นที่ ส่วนโรงงานเชื่อมมีพนักงานไทยราว 98% และโรงงานผลิตสายไฟมีพนักงานไทยถึง 99.3% นี่คือการตอบกลับด้วยข้อมูลจริงต่อคำถามว่าโรงงานลงทุนมหาศาลเหล่านี้เป็นเพียง “โรงงานศูนย์เหรียญ” หรือไม่ ในมุมชิ้นส่วน Local Content รถยนต์ อยู่ที่ประมาณ 50% BYD ระบุว่าร่วมงานกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศแล้วกว่า 266 ราย และในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศ 125 ราย พร้อมชิ้นส่วนที่ผ่านมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ การแตะระดับ 50% ยังไม่ใช่ที่สุด แต่ถือเป็นสัญญาณชัดว่าค่ายรถไฟฟ้ายอมสร้างฐานซัพพลายเชนในประเทศ แทนการขนชิ้นส่วนมาประกอบแล้วส่งกลับ

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

จากสายประกอบถึงผลิตเตอรี่ BYD ไทย ระยองกลายเป็นฮับเทคโนโลยี EV

จุดที่ทำให้โรงงาน BYD ระยองแตกต่างจากโมเดลประกอบรถแบบดั้งเดิม คือการรวมกระบวนการผลิตสำคัญไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่โรงงานปั๊มขึ้นรูปที่ใช้เครื่องปั๊มอัตโนมัติขนาดใหญ่แรงกด 7,900 ตัน ผลิตตัวถังได้ราว 6,000 ชุดต่อเดือน ไปจนถึงโรงงานเชื่อมขนาดราว 70,000 ตารางเมตร มีสายการผลิต 20 สาย ใช้หุ่นยนต์กว่า 520 ตัว และมีกำลังผลิตสูงสุด 45 คันต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น การผลิตเตอรี่ BYD ไทยคือหมุดหมายสำคัญ โรงงานแบตเตอรี่ Blade Battery แบบแพ็กในนิคม WHA ระยอง 36 เป็นฐานผลิตแบตเตอรี่แพ็กแห่งแรกของ BYD นอกจีน มี 3 สายการผลิตและกำลังผลิตสูงสุด 150,000 ชุดต่อปี รองรับรถยนต์พลังงานใหม่ 150,000 คันต่อปี เมื่อรวมกับโรงงานผลิตสายไฟที่ผลิตได้ราว 6,500 ชุดต่อเดือน และขยายได้ถึง 10,000 ชุดต่อเดือน โรงงานแห่งนี้จึงกลายเป็นโหนดเทคโนโลยีที่ถือเคล็ดลับสำคัญของรถไฟฟ้าไว้ในมือ ไม่ใช่เพียงประกอบชิ้นส่วนที่ส่งมาจากต่างประเทศ

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

พอร์ตผลิต 5 รุ่น ครบทั้งไฟฟ้าล้วน ไฮบริด ปลั๊กอิน สะท้อนยุทธศาสตร์จับทุกเซกเมนต์

การผลิตครบ 100,000 คันจะไม่มีความหมาย หากโรงงานยังจำกัดตัวเองอยู่กับรุ่นเดียวหรือเทคโนโลยีเดียว โรงงาน BYD ระยองเลือกเดินอีกทาง ด้วยการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i ครอบคลุมตั้งแต่รถไฟฟ้าล้วนไปจนถึงปลั๊กอินไฮบริดและระบบ ไฮบริดแบบ DM-i ทำให้โรงงานมีความยืดหยุ่นที่จะตอบรับดีมานด์หลายรูปแบบ ตั้งแต่คนที่พร้อมขยับสู่รถไฟฟ้าล้วน ไปจนถึงกลุ่มที่ยังต้องการโหมดน้ำมันสำรอง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รถคันที่ 100,000 คือ BYD ATTO 3 หนึ่งในรุ่นที่สร้างชื่อให้แบรนด์ในตลาด การที่สายการผลิตเลือกส่งรถรุ่นนี้ออกมาเป็นคันประวัติศาสตร์ สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์จับตลาดรถไฟฟ้าล้วนควบคู่กับปลั๊กอินไฮบริด เมื่อความสามารถในการผลิตครอบคลุมหลายเทคโนโลยี โรงงานก็พร้อมมากขึ้นในการรับบทฮับผลิตรถไฟฟ้าในภูมิภาค

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

จากโรงงาน BYD ระยองสู่ฐานส่งออก ภูมิภาคต้องจับตาบทบาทใหม่ของฮับ EV

การปักหมุดผลิตรถไฟฟ้าในไทยจะทรงพลังหรือไม่ อยู่ที่บทบาทของโรงงานในแผนใหญ่ระดับภูมิภาค โรงงาน BYD ระยองไม่ได้ผลิตเพื่อขายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ถูกวางให้เป็นฐานส่งออกด้วย ช่วงครึ่งแรกของปีหนึ่ง การส่งออกคิดเป็นประมาณ 40% ของการผลิตทั้งหมด และมียอดส่งออกสะสมมากกว่า 24,000 คัน ไปยังมากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค ทั้งอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป เมื่อกำลังการผลิตแตะ 150,000 คันต่อปี การลงทุนสะสมในประเทศถูกเปิดเผยว่ามากกว่า 30,000 ล้านบาทจาก BYD และกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้อง คำถามต่อจากนี้จึงไม่ใช่ว่าโรงงานจะผลิตได้อีกกี่คัน แต่คือจะดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าไปลึกในซัพพลายเชนการผลิตรถไฟฟ้าแค่ไหน และจะเพิ่มบทบาทโรงงานระยองในเครือข่ายการผลิตระดับโลกเพียงใด หากสามารถขยับ Local Content ให้สูงขึ้น พร้อมขยายงานวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ สมการ “EV จีนศูนย์เหรียญ” อาจต้องถูกนิยามใหม่ว่าเป็นฮับการผลิตที่แบ่งปันมูลค่าให้พื้นที่มากกว่าที่เคยคิด

จากสายประกอบสู่ฮับการผลิต รถไฟฟ้าของ BYD พลิกเกมกลยุทธ์ท้องถิ่น

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!