ก่อนจองตั๋ว ลองถามตัวเองว่า “อยากสบายแค่ไหน?”
เวลาจองตั๋วเครื่องบิน เรามักมองแค่ราคา แล้วก็เผลอกดจองแบบเร็ว ๆ โดยไม่ได้คิดว่าต้องนั่งอยู่บนฟ้าเป็นชั่วโมง ๆ
แต่ถ้าอยากให้ทั้งทริป โดยเฉพาะไฟลท์ไกล ๆ อย่างยุโรปหรืออเมริกา นั่งสบาย ไม่เมื่อย ไม่หงุดหงิดกลางทาง เราควรรู้ก่อนว่า ที่นั่งบนเครื่องบินมีทั้งหมดกี่ชั้น แต่ละชั้นต่างกันยังไง และแบบไหนเหมาะกับเรา
ภาพรวม 4 ชั้นที่นั่งบนเครื่องบิน
โดยทั่วไป ที่นั่งบนเครื่องบินจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ชั้นหลัก ๆ ซึ่งแต่ละชั้นต่างกันทั้งเรื่อง ความสบาย พื้นที่ส่วนตัว น้ำหนักกระเป๋า และราคา
Economy Class
Premium Economy Class
Business Class
First Class
ยิ่งระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ ก็ได้ทั้งความสบาย ความเงียบ ความเป็นส่วนตัว และสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้นตาม แต่ราคาก็ขยับขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ต่อไปเรามาไล่ดูทีละชั้น ว่าแบบไหนเหมาะกับสไตล์การเดินทางของคุณ
ชั้นประหยัด (Economy Class): ตัวเลือกยอดฮิตของสายเที่ยวประหยัด
Economy Class (Y Class) คือชั้นพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่นั่งกัน ราคามิตรภาพที่สุด และมีจำนวนที่นั่งเยอะที่สุดบนเครื่อง
ที่นั่งมักจะอยู่ตั้งแต่โซนกลาง ไปจนถึงท้ายลำตัวเครื่องบิน พื้นที่วางขาและความกว้างของเก้าอี้จะค่อนข้างจำกัด สามารถเอนเบาะได้เล็กน้อยแต่ไม่ถึงขั้นนอนราบ
ด้านบริการจะมี อาหารและเครื่องดื่มมาตรฐาน เสิร์ฟตามช่วงเวลา และปริมาณ น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องมักอยู่ราว ๆ 20 กิโลกรัม ถ้าใครขนของเยอะ ต้องซื้อเพิ่ม
เหมาะกับใคร
คนเดินทางใกล้–กลาง ไม่เกินประมาณ 6 ชั่วโมง
สายเที่ยวประหยัด เน้นถึงจุดหมายปลอดภัยและคุ้มราคา
คนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่นั่งมากนัก
รหัสตั๋วของ Economy Class
เวลาเช็กตั๋ว ลองดูตัวอักษรเล็ก ๆ บนหน้า Booking หรือ E-ticket จะมีรหัสบอกประเภทตั๋วซ่อนอยู่ ซึ่งช่วยบอกได้ว่าเป็นตั๋วธรรมดาหรือแบบลดราคาเป็นพิเศษ
S (Economy Class) ชั้นประหยัด
Y (Economy Class) ชั้นประหยัด
B (Economy Class Discounted) ชั้นประหยัดลดราคาพิเศษ
II (Economy Class Discounted) ชั้นประหยัดลดราคาพิเศษ
K, L, M, T, Q, V, X (Economy Class Discounted) ทั้งหมดคือชั้นประหยัดลดราคาพิเศษ
โดยทั่วไป ตั๋วแบบลดราคาพิเศษมักจะ เปลี่ยนวัน–คืนเงินยากกว่า หรือมีเงื่อนไขเยอะกว่า แต่ราคาก็ถูกลงตามไปด้วย
ชั้นพรีเมียมประหยัด (Premium Economy): อัปเลเวลสบายขึ้นอีกนิด
Premium Economy Class (W Class) คือเวอร์ชันอัปเกรดของชั้นประหยัด เหมาะกับคนที่อยากสบายขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นยอมทุ่มไปชั้นธุรกิจ
เก้าอี้จะกว้างขึ้นกว่าชั้นประหยัดตามปกติ มีพื้นที่วางขามากขึ้นนิดหน่อย เอนได้สบายขึ้น แต่ยังไม่สามารถปรับนอนราบได้เหมือนชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง
บริการอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นมาตรฐานคลาสประหยัด น้ำหนักกระเป๋าโดยมากจะอยู่ที่ ประมาณ 20 กิโลกรัม เช่นเดิม หากต้องการมากกว่านั้นยังต้องซื้อเพิ่ม
สิ่งสำคัญคือ ที่นั่งแบบนี้มักจะเปิดให้ซื้อเฉพาะ เส้นทางบินไกล (Long Haul Flight) เช่น บินไปยุโรป หรืออเมริกา ที่ใช้เวลาบินเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป
เหมาะกับใคร
คนที่ต้องบินไกล ๆ แล้วรู้ตัวว่า นั่ง Economy ธรรมดาไม่ไหว
สายเที่ยวที่อยากสบายขึ้น แต่ยังอยากควบคุมงบประมาณ
รหัสตั๋ว Premium Economy
W (Economy Class Premium) ชั้นประหยัดบริการพิเศษ
ถ้าเห็นตัว W บนตั๋ว แปลว่าคุณได้อัปเลเวลจาก Economy ปกติเรียบร้อยแล้ว
ชั้นธุรกิจ (Business Class): พื้นที่เยอะ บริการจัดเต็ม เหมาะกับไฟลท์ไกล
Business Class (C Class) หรือชั้นธุรกิจ คือจุดเริ่มต้นของคำว่า “นั่งสบายจริงจัง” บนเครื่องบิน
ที่นั่งมักจะอยู่ด้านหน้าของโซนชั้นประหยัด บางลำมีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แยกจากผู้โดยสารกลุ่มใหญ่ชัดเจน บรรยากาศจะเงียบกว่าและเป็นส่วนตัวกว่า
จุดเด่นของชั้นธุรกิจ
เก้าอี้เอนได้เยอะ บางสายการบินปรับได้ถึงขั้นนอนราบ
พื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ไม่ต้องเบียดคนข้าง ๆ
อาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เลือกเมนูได้มากขึ้น
น้ำหนักกระเป๋าโหลดได้ประมาณ 30 กิโลกรัมต่อคน
ชั้นธุรกิจมักแบ่งย่อยเป็น 3 แบบ ได้แก่
ชั้นธุรกิจ (Business Class)
ชั้นธุรกิจราคาพิเศษ (Business Class Discounted)
ชั้นธุรกิจบริการพิเศษ (Business Class Premium)
เหมาะกับใคร
นักธุรกิจที่ต้องการความพร้อมเมื่อลงจากเครื่องแล้วไปประชุมต่อ
คนที่ต้องบินไกลหลายชั่วโมง และอยากหลับยาวแบบสบาย ๆ
ผู้โดยสารที่ให้ความสำคัญกับ เวลา พลังงาน และความสบาย มากกว่าราคา
รหัสตั๋วของ Business Class
C (Business Class) ชั้นธุรกิจ
D (Business Class Discounted) ชั้นธุรกิจราคาพิเศษ
I (Business Class Discounted) ชั้นธุรกิจราคาพิเศษ
J (Business Class Premium) ชั้นธุรกิจบริการพิเศษ
ถ้าเห็นตัว C หรือ J ให้รู้ไว้เลยว่า ประสบการณ์บนเครื่องของคุณจะไม่เหมือน Economy แน่นอน
ชั้นหนึ่ง (First Class): สุดทางความหรูหราและความเป็นส่วนตัว
ถ้าพูดถึง ความสบายบนเครื่องบินแบบสุดทาง ต้องยกให้ชั้นหนึ่ง หรือ First Class (F Class) เท่านั้น
ที่นั่งในชั้นนี้จะมีจำนวนจำกัดมาก พื้นที่กว้างแบบนั่ง–นอนสบาย บางสายการบินถึงขั้นเป็น เคบินส่วนตัวหรือสวีตเล็ก ๆ ที่ปิดประตูได้ ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด
จุดเด่นของ First Class
พื้นที่กว้างขวางสุด ๆ นั่ง นอน เหยียดขาได้เต็มที่
สิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าโหลดได้ราว ๆ 40 กิโลกรัมต่อคน
บริการระดับไฮเอนด์ ทั้งแชมเปญ อาหารคุณภาพสูง และเมนูให้เลือกหลากหลาย
การดูแลจากพนักงานต้อนรับแบบใกล้ชิด
บรรยากาศเงียบ สงบ เป็นส่วนตัวสุด ๆ
นอกจากนั้นยังมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน โดยรวมแล้วถือเป็นระดับที่ออกแบบมาสำหรับการเดินทางที่ทั้งหรูหราและสบายแบบไม่ต้องกังวลเรื่องราคา
รูปแบบการบริการในชั้นนี้สามารถแบ่งได้อีก เช่น
ชั้นหนึ่ง (First Class)
ชั้นหนึ่งราคาพิเศษ (First Class Discounted)
ชั้นหนึ่งบริการพิเศษ (First Class Premium)
เครื่องบินความเร็วเหนือเสียง (Supersonic)
เหมาะกับใคร
ผู้บริหาร นักลงทุน หรือคนที่มีตารางงานแน่นและต้องใช้พลังงานเต็มที่ทันทีที่ลงเครื่อง
คนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความสบายในระดับสูงสุด
รหัสตั๋วของ First Class
F (First Class) ชั้นหนึ่ง
A (First Class Discounted) ชั้นหนึ่งราคาพิเศษ
P (First Class Premium) ชั้นหนึ่งบริการพิเศษ
R (Supersonic) เครื่องบินประเภทความเร็วเหนือเสียง
แล้วเราควรเลือกที่นั่งแบบไหน?
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่าแต่ละชั้นเหมาะกับใคร ลองสรุปแบบง่าย ๆ ให้เลือกตามนี้
เน้นถูกไว้ก่อน เดินทางไม่เกิน 5–6 ชั่วโมง ทนได้แม้ที่นั่งจะแคบหน่อย → เลือก Economy Class
บินไกล แต่ยังต้องคุมงบ อยากได้พื้นที่เพิ่มขึ้นกว่าชั้นประหยัด → ลองมองหา Premium Economy
ต้องลงจากเครื่องแล้วไปทำงานต่อ อยากนอนสบายจริงจัง ไม่อยากเมื่อยหลัง → จัด Business Class
ให้รางวัลกับตัวเองครั้งใหญ่ หรือมีงบไม่อั้น อยากสัมผัสประสบการณ์การบินระดับสุดทาง → ถ้ามีโอกาส ลอง First Class สักครั้งในชีวิต
สรุปง่าย ๆ คือ “ระยะทาง, งบประมาณ และสไตล์การใช้ชีวิต” จะเป็นตัวกำหนดชั้นที่นั่งของคุณ
ปิดท้าย: เลือกที่นั่งให้ตรงใจ ก่อนบินไปทริปในฝัน
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า บนเครื่องบินไม่ได้มีแค่เก้าอี้เรียงกันเฉย ๆ แต่ทุกชั้นที่นั่งถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้โดยสารคนละแบบ
ก่อนจะกดจองตั๋วครั้งต่อไป ลองเช็กดูนิดหนึ่งว่า
ต้องบินไกลแค่ไหน
ร่างกายคุณทนนั่งนาน ๆ ได้ไหม
งบประมาณที่คุณสบายใจที่จะจ่ายอยู่ตรงไหน
จากนั้นค่อยเลือกชั้นที่นั่งให้เหมาะกับตัวเอง แล้วทริปต่อไป ไม่ว่าจะบินเที่ยวใกล้ ๆ หรือบินยาวไปยุโรป คุณก็จะได้นั่งสบายตลอดทางอย่างที่ตั้งใจไว้

