รับแอปรับแอป

6 กลยุทธ์พลิกเกมปี 2026: ธุรกิจไทยต้องรีบอัปเกรดดิจิทัล–กรีน–AI ตั้งแต่วันนี้

ชยุต ชัยมงคล01-30

ปี 2026 ไม่ได้มีแค่ AI แต่คือปีแห่งการ “สอบใหญ่” ของทุกธุรกิจ

โลกธุรกิจในปีที่ผ่านมาไม่ได้ถูกเขย่าแค่ด้วย AI แต่ยังเจอแรงสั่นสะเทือนจาก Trade War รอบใหม่ และกฎเกณฑ์ด้าน ESG ที่เข้มข้นขึ้นแบบไม่เหลือพื้นที่ให้เฉยชา

เมื่อเกมเปลี่ยนเร็วขนาดนี้ การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่กลายเป็น เงื่อนไขการอยู่รอด ของทุกองค์กร โดยเฉพาะธุรกิจที่อยากโตในปี 2026 ต้องคิดแบบใหม่และลงมือแบบจริงจัง

5 สัญญาณใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนเกมธุรกิจ

1. AI ไม่ใช่เทรนด์ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจ

AI กำลังแทรกอยู่ในทุกอุตสาหกรรม ทั้งงานหลังบ้าน การวิเคราะห์ลูกค้า งานขาย ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ธุรกิจที่ยังไม่เร่งอัปเกรดสู่ดิจิทัลและใช้ AI เป็นกล้ามเนื้อเสริมประสิทธิภาพ มีโอกาส เสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง

2. Trade War 2.0 ทำให้โลกการค้าไม่เหมือนเดิม

ความตึงเครียดระหว่างประเทศพุ่งสูง การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ทำให้

  • ซัพพลายเชนโลกผันผวน

  • ค่าเงินเหวี่ยงแรงและบ่อย

  • ต้นทุนการค้าและการส่งออกเสี่ยงขึ้นอย่างมีนัย

ธุรกิจที่พึ่งตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการส่งออก ต้องให้ความสำคัญกับ การบริหารความเสี่ยงค่าเงินและซัพพลายเชน มากกว่าที่เคย

3. ESG จากภาพลักษณ์ สู่ข้อบังคับจริงจัง

เรื่องรักษ์โลกและธรรมาภิบาลไม่ใช่แค่ทำสวยในรายงานอีกต่อไป หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการด้านข้อมูลและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เช่น

  • EU AI Act ที่คุมเข้มการใช้ AI

  • CSRD ที่บังคับให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับสหภาพยุโรปต้องจัดทำ รายงานความยั่งยืน อย่างเป็นระบบ

ธุรกิจที่ยังมอง ESG เป็น “โครงการเสริม” กำลังเสี่ยงทั้งด้านกฎหมาย ภาพลักษณ์ และโอกาสเข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำในอนาคต

4. อาเซียนและตลาดท้องถิ่นกลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่ห้ามมองข้าม

ภูมิภาคอาเซียนยังเต็มไปด้วยโอกาส ทั้งด้าน

  • นวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • พลังงานสะอาดและโครงการกรีน

  • การเติบโตของผู้บริโภคในตลาดท้องถิ่น

สำหรับธุรกิจไทย นี่คือ เวทีทองในการขยายตลาด ทั้งสินค้าและบริการ หากเตรียมพร้อมเรื่องเงิน สกุลเงิน และโลจิสติกส์ให้ดี

5. ตลาดทุนผันผวน ทำให้ “กระแสเงินสด” สำคัญกว่าที่เคย

กฎเกณฑ์การเงินเปลี่ยนแปลงถี่ ความไม่แน่นอนก็สูงขึ้นตาม ทำให้การรักษา สภาพคล่อง และบริหารเงินสดอย่างรัดกุม กลายเป็นหัวใจของการ “ประคอง–ต่อยอด–ขยาย” ธุรกิจอย่างยั่งยืน

สรุปภาพใหญ่คือ ธุรกิจยุคนี้ต้องพร้อมทั้งดิจิทัล รักษ์โลก และจัดการความเสี่ยงค่าเงินไปพร้อมกัน

6 กลยุทธ์ปี 2026 ที่ธุรกิจควรเริ่มทำทันที

จากบทเรียนเข้มข้นในปี 2025 มี 6 ทิศทางที่ธุรกิจควรเร่งขยับในปี 2026 แบบไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

1) ดิจิทัลต้องครบ: Omni-Payment ให้ลูกค้าจ่ายแบบไหนก็ได้

ลูกค้ายุคใหม่ไม่ได้จ่ายเงินแค่ช่องทางเดียวอีกต่อไป ธุรกิจจึงต้องมีระบบรับชำระที่ ไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์–ออฟไลน์ เพื่อไม่ให้เสียยอดขายไปแบบน่าเสียดาย

  • รองรับการจ่ายผ่านหลายช่องทางในระบบเดียว

  • เชื่อมข้อมูลยอดขายให้เห็นภาพรวมทั้งหน้าร้านและออนไลน์

Omni-Payment ที่ครบ คือการตอบทุกพฤติกรรมจ่ายเงินของลูกค้าในยุคดิจิทัล

2) คว้างานรัฐให้ทัน: เตรียมความพร้อม e-Bidding และเอกสารดิจิทัล

โอกาสจากโครงการภาครัฐยังมีมูลค่าสูง แต่กติกาใหม่คือ ทุกอย่างกำลังย้ายขึ้นออนไลน์

ธุรกิจที่ต้องการเข้าร่วมประมูลงานรัฐควรเร่ง

  • จัดการเอกสารให้เป็นดิจิทัล เช่น e-Tax, e-Sign, e-Doc

  • ปรับกระบวนการภายในให้รองรับการยื่นงานออนไลน์แบบครบวงจร

ยิ่งระบบเอกสารคล่องและแม่นเท่าไร ยิ่งได้เปรียบทั้งด้านเวลา ความพร้อม และความน่าเชื่อถือในการชิงโอกาสจากงานรัฐ

3) ESG ต้องทำจริง ไม่ใช่แค่สโลแกน

การวางแผน Green และ ESG แบบเป็นรูปธรรม ไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์ แต่ช่วยเปิดประตูสู่เงินทุนต้นทุนต่ำและโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะ

  • สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน

  • นักลงทุนที่สนใจธุรกิจรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจที่ปรับตัวด้าน ESG ก่อน ย่อมพร้อมกว่าเมื่อกฎระเบียบเข้มข้นเต็มรูปแบบในอนาคต

4) จัดการความเสี่ยงค่าเงินอย่างมีกลยุทธ์

ในโลกที่ค่าเงินเหวี่ยงแรง การปล่อยให้รายได้–ต้นทุนผูกกับสกุลเงินเดียวแบบไร้การป้องกัน คือความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ธุรกิจควรมองหาเครื่องมือจัดการความเสี่ยง เช่น

  • สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward)

  • การใช้บัญชีหลายสกุลเงินเพื่อบาลานซ์รายรับ–รายจ่าย

เป้าหมายไม่ใช่เดาอนาคตค่าเงินให้แม่น แต่คือการคุมความเสี่ยงไม่ให้กระทบธุรกิจเกินควบคุม

5) บุกตลาด ASEAN: เล่นเกมข้ามพรมแดนให้เป็น

ตลาดอาเซียนกำลังโตเร็ว ทั้งในมิติผู้บริโภค การลงทุน และซัพพลายเชน ธุรกิจที่มองไกลควรเริ่มวางระบบให้รองรับการค้าระหว่างประเทศอย่างจริงจัง

สิ่งที่ควรเตรียม เช่น

  • ระบบรับ–จ่ายเงิน หลายสกุล (Multi-Currency)

  • โครงสร้างโลจิสติกส์ที่คล่องตัวและตรวจสอบได้

  • กระบวนการเอกสารนำเข้า–ส่งออกแบบดิจิทัล

เมื่อโครงสร้างหลังบ้านพร้อม การขยายสู่ตลาดอาเซียนจะไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

6) เพิ่มสปีดธุรกิจด้วย AI: ทำงานเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น ต้นทุนต่ำลง

AI ไม่ได้มีไว้แค่เป็นคำเท่ ๆ ในสไลด์พรีเซนต์ แต่สามารถเป็น แรงขับเคลื่อนจริง ให้ธุรกิจเติบโตได้ หากนำมาใช้ให้ถูกจุด เช่น

  • ใช้ AI ช่วยงานหลังบ้าน ลดงานซ้ำ ๆ และลดข้อผิดพลาด

  • วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อออกแบบข้อเสนอและแคมเปญที่ตรงใจ

  • เสริมประสิทธิภาพทีมขาย เพิ่มโอกาสปิดการขายได้เร็วและแม่นขึ้น

ธุรกิจที่เริ่มทดลอง ใช้ และเรียนรู้จาก AI ตั้งแต่ตอนนี้ จะทิ้งคู่แข่งที่ยังลังเลไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา

จากแผนสู่การลงมือ: เช็กลิสต์ธุรกิจที่อยากนำเกมให้คนอื่นตาม

การพลิกเกมธุรกิจไม่เกิดจากไอเดียบนกระดาษ แต่เกิดจากการ ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 6 เรื่องที่ควรเริ่มทันที

  • ติดตั้งระบบรับเงินแบบ Omni-payment
    ให้ลูกค้าจ่ายสะดวกทุกช่องทาง ทั้ง QR Code เครื่องรูดบัตรพกพา (Mobile POS) หรือการส่งลิงก์จ่ายเงิน

  • เตรียมพร้อมชิงงานรัฐผ่านระบบออนไลน์
    ย้ายเอกสารสำคัญเข้าสู่รูปแบบดิจิทัล เช่น e-Tax และ e-Doc เพื่อเข้าร่วม e-Bidding ได้อย่างไม่ติดขัด

  • ขยับสู่ธุรกิจสายกรีนอย่างจริงจัง
    มีโรดแม็ปด้าน ESG และการรักษ์โลกที่ชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน

  • ใช้เครื่องมือจัดการความเสี่ยงค่าเงิน (FX Solutions)
    ตั้งเกราะป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ

  • ขยายโอกาสในภูมิภาคอาเซียน
    เปิดบัญชีหลายสกุลเงินและเตรียมระบบรองรับธุรกิจข้ามพรมแดน ทั้งการรับเงิน จ่ายเงิน และการขนส่ง

  • ผสาน AI และ Automation เข้ากับงานประจำวัน
    นำระบบอัตโนมัติและ AI มาใช้ในงานขาย (เช่น ระบบ CRM) และงานเอกสารอย่าง e-Invoice เพื่อเพิ่มความเร็วและลดภาระทีมงาน

สรุป: ใครวางแผนและลงมือก่อน ย่อมมีสิทธิ์นำเกม

ในยุคที่ AI, Trade War, ESG และความผันผวนทางการเงินซัดเข้าพร้อมกัน ธุรกิจที่รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อนค่อยขยับ อาจไม่มีจังหวะให้แก้ตัว

องค์กรที่กล้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ตั้งแต่ดิจิทัล การเงิน ไปจนถึงความยั่งยืน และเลือกใช้โซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์จริง จะเป็นกลุ่มที่ไม่เพียงแค่รอด แต่เติบโตได้อย่างยั่งยืนในปี 2026 และต่อจากนั้น