สมัครร้านค้า “คนละครึ่งพลัส” ต้องเริ่มยังไงดี?
โครงการ คนละครึ่งพลัส เปิดให้ร้านค้าร่วมโครงการรอบใหม่ ทั้งร้านอาหาร ร้านทั่วไป ไปจนถึงสายบริการสวยหล่ออย่าง นวด สปา ทำเล็บ ทำผม ใครเป็นเจ้าของกิจการต้องไม่พลาดสิทธิ์รอบนี้
มาดูภาพรวมกันก่อนว่า ลงทะเบียนเมื่อไร ทำยังไง และร้านแบบไหนถึงจะสมัครได้
1. ร้านค้าลงทะเบียนได้ช่วงไหน?
โครงการคนละครึ่งพลัสเปิดให้ ร้านค้าลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568
ช่วงเวลานี้คือหน้าต่างโอกาสของร้านค้าทุกประเภทที่เข้าเกณฑ์ อย่าปล่อยผ่านแล้วมานั่งเสียดายทีหลัง
2. วิธีลงทะเบียนร้านค้า ต้องทำอย่างไรบ้าง
การสมัครร้านค้าร่วมโครงการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือร้านที่เคยร่วมโครงการมาก่อน และร้านใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมเลย
2.1 ร้านที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน
เข้าไปตรวจสอบข้อมูลในแอปฯ ถุงเงิน
หากระบบแจ้งว่าผ่านเกณฑ์ สามารถกดยืนยันเงื่อนไขและรับสิทธิ์เป็นร้านค้าในโครงการได้ทันที
สรุปคือ ใครเคยอยู่ในระบบแล้ว ง่ายมาก แค่เช็กและกดยอมรับก็พร้อมเข้าร่วมโครงการ
2.2 ร้านที่ไม่เคยร่วมคนละครึ่งพลัสมาก่อน
สำหรับร้านใหม่ ขั้นตอนจะละเอียดขึ้นเล็กน้อย แต่ทำตามได้ไม่ยาก
ขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้:
ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย
สมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
สมัครผ่านเว็บไซต์ `www.ถุงเงินกรุงไทย.com`
ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ ถุงเงิน ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ตรวจสอบประเภทกิจการ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร
ร้านค้าบุคคลธรรมดา / ผู้ประกอบการ / วิสาหกิจชุมชน
ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับ กระทรวงมหาดไทย
ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย หรือธุรกิจเฉพาะ
ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับ ธนาคารกรุงไทย
นำเอกสารไปยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการที่จุดให้บริการธนาคารกรุงไทย
เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่
ใบสมัครที่กรอกครบถ้วน
บัตรประจำตัวประชาชน
รูปถ่ายหน้าร้านที่มองเห็นร้านชัดเจน และมีรูปเจ้าของร้านขณะประกอบกิจการ
รอผลอนุมัติ
หากผ่านการอนุมัติ จะได้รับ SMS และการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน
เมื่อได้รับสิทธิ์แล้ว
แบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
เข้าไปอ่านและ กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ของโครงการ
เริ่ม รับชำระเงินจากประชาชนผ่านโครงการ ได้เลย
ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
เวลาใช้งานระหว่าง 06:00 – 23:00 น.
3. ร้านค้าแบบไหนสมัครร่วมโครงการได้บ้าง?
โครงการคนละครึ่งพลัสไม่ได้เปิดกว้างแบบไร้ขอบเขต แต่กำหนดประเภทผู้ประกอบการและลักษณะร้านค้าอย่างชัดเจน
3.1 ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป
คุณสมบัติสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องมีสัญชาติไทย และอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้
ผู้ประกอบการที่ ไม่ใช่นิติบุคคล
ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้า) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล
ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ
ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ
ข้อควรระวังสำคัญ:
ต้อง ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
ต้องมีการประกอบกิจการจริง และ สามารถตรวจสอบได้
3.2 กลุ่มบริการ นวด สปา ทำเล็บ ทำผม
สายบิวตี้ สายสุขภาพ และคนทำร้านทำเล็บต้องอ่านส่วนนี้ให้ละเอียด เพราะอยู่ในกลุ่ม ผู้ประกอบการบริการ ที่เข้าร่วมได้ โดยมีเงื่อนไขคือ
ผู้ประกอบการมีสัญชาติไทย
เป็นผู้ประกอบการบริการที่ ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ
เป็นผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ
เป็นผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ
ข้อกำหนดเพิ่มเติม:
ต้องมี สถานประกอบการชัดเจน ตรวจสอบได้
หากเป็นบริการ นวด หรือสปา จะต้องมี ใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับร้าน ทำเล็บ / ทำผม จุดแข็งคืออยู่ในกลุ่มบริการที่รัฐสนับสนุนให้คนออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้าจัดร้านดี บริการโดน มีสิทธิ์ได้ลูกค้าใหม่จากโครงการนี้เพียบ
3.3 ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ
กลุ่มนี้คือผู้ให้บริการขนส่งที่มีสัญชาติไทย และ ไม่ใช่นิติบุคคล เช่น
รถแท็กซี่ (TAXI – METER)
รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้อง
รถสามล้อสาธารณะ
รถสองแถวรับจ้าง
รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ
รถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารประเภทอื่นที่ตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ
ผู้ขับขี่ต้องมี ใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
3.4 ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ
เช่น
รถไฟฟ้าในเขตเมือง
รถไฟ
รถโดยสารประจำทางสาธารณะ
เรือโดยสารสาธารณะ
3.5 นิติบุคคลขนาดเล็ก
เฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย และ
ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 50) ตามมาตรา 68
ยื่นงบการเงินตามมาตรา 69 สำหรับรอบบัญชี ปี 2567
โดยต้องมีลักษณะกิจการดังนี้
ขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือ
ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม หรือ
ให้บริการขนส่งสาธารณะ
และมีรายได้ ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามข้อมูลกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
สำหรับผู้ให้บริการนวด สปา หรือขนส่งสาธารณะ ต้องมี ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับกลุ่มบุคคลธรรมดา
3.6 ร้านค้าที่เคยถูกระงับสิทธิ์จากโครงการรัฐ
ร้านค้าจะ ไม่เข้าเกณฑ์ หากเคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐ เช่น
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5
หากมีประวัติไม่ดีในระบบเดิม มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านการพิจารณา
3.7 ประเภทสินค้าและบริการที่เข้าร่วมได้ – ไม่ได้
สินค้าที่เข้าร่วมได้ เช่น
อาหาร
เครื่องดื่ม
สินค้าทั่วไป
บริการนวด
บริการสปา
บริการทำเล็บ
บริการทำผม
บริการขนส่งสาธารณะ
สินค้าหรือบริการที่ ไม่ร่วมโครงการ เช่น
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
บัตรกำนัล / บัตรเงินสด
บริการที่เป็นการ ชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ข่าวดีสำหรับสายเดลิเวอรี่:
ร้านค้าที่อยู่ใน แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ สามารถเข้าร่วมโครงการได้
4. ไทม์ไลน์สำคัญสำหรับร้านค้า และฟู้ดเดลิเวอรี่
จัดตารางเวลาให้พร้อม แล้วอย่าพลาดวันสำคัญเหล่านี้
15 ตุลาคม 2568 – วันแรกของการเปิดลงทะเบียนร้านค้าใหม่เข้าร่วมโครงการ
29 ตุลาคม 2568 – ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิจากประชาชนวันแรก
3 พฤศจิกายน 2568 – เปิดลงทะเบียนสำหรับ ฟู้ดเดลิเวอรี่
7 พฤศจิกายน 2568 – ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการ
31 ธันวาคม 2568 – วันสิ้นสุดโครงการ
5. สรุปสำหรับเจ้าของร้านทำเล็บและสายบริการ
สำหรับคนทำร้าน ทำเล็บ / ทำผม / นวด / สปา โครงการนี้คือโอกาสดีในการ
เพิ่มลูกค้าใหม่จากกลุ่มที่อยากใช้สิทธิรัฐ
สร้างยอดขายปลายปี
เพิ่มการมองเห็นร้านในระบบถุงเงินและแพลตฟอร์มที่เข้าร่วม
ก่อนลงทะเบียน ลองเช็กลิสต์ตัวเองอีกครั้งว่า
มีบัญชีกรุงไทยและแอปฯ ถุงเงินเรียบร้อย
ร้านมีสถานที่ชัดเจน ตรวจสอบได้
หากเป็นนวดหรือสปา มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ไม่เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา
เตรียมเอกสารให้ครบ เช็กวันให้ดี แล้วรีบสมัครให้ทันช่วงเวลา 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 2568 เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดึงลูกค้าเข้าร้านในรอบนี้

