รับแอปรับแอป

เจ้าของร้านทำเล็บต้องรู้! คู่มือสมัคร “คนละครึ่งพลัส” แบบเข้าใจง่าย ทำตามได้เลย

อดิศร วัฒนะ01-30

สมัครร้านค้า “คนละครึ่งพลัส” ต้องเริ่มยังไงดี?

โครงการ คนละครึ่งพลัส เปิดให้ร้านค้าร่วมโครงการรอบใหม่ ทั้งร้านอาหาร ร้านทั่วไป ไปจนถึงสายบริการสวยหล่ออย่าง นวด สปา ทำเล็บ ทำผม ใครเป็นเจ้าของกิจการต้องไม่พลาดสิทธิ์รอบนี้

มาดูภาพรวมกันก่อนว่า ลงทะเบียนเมื่อไร ทำยังไง และร้านแบบไหนถึงจะสมัครได้

1. ร้านค้าลงทะเบียนได้ช่วงไหน?

โครงการคนละครึ่งพลัสเปิดให้ ร้านค้าลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568

ช่วงเวลานี้คือหน้าต่างโอกาสของร้านค้าทุกประเภทที่เข้าเกณฑ์ อย่าปล่อยผ่านแล้วมานั่งเสียดายทีหลัง

2. วิธีลงทะเบียนร้านค้า ต้องทำอย่างไรบ้าง

การสมัครร้านค้าร่วมโครงการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือร้านที่เคยร่วมโครงการมาก่อน และร้านใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมเลย

2.1 ร้านที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน

  • เข้าไปตรวจสอบข้อมูลในแอปฯ ถุงเงิน

  • หากระบบแจ้งว่าผ่านเกณฑ์ สามารถกดยืนยันเงื่อนไขและรับสิทธิ์เป็นร้านค้าในโครงการได้ทันที

สรุปคือ ใครเคยอยู่ในระบบแล้ว ง่ายมาก แค่เช็กและกดยอมรับก็พร้อมเข้าร่วมโครงการ

2.2 ร้านที่ไม่เคยร่วมคนละครึ่งพลัสมาก่อน

สำหรับร้านใหม่ ขั้นตอนจะละเอียดขึ้นเล็กน้อย แต่ทำตามได้ไม่ยาก

ขั้นตอนหลัก ๆ มีดังนี้:

  1. ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย

  2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน

    • สมัครผ่านเว็บไซต์ `www.ถุงเงินกรุงไทย.com`

    • ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ ถุงเงิน ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  3. ตรวจสอบประเภทกิจการ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร

    • ร้านค้าบุคคลธรรมดา / ผู้ประกอบการ / วิสาหกิจชุมชน

      • ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับ กระทรวงมหาดไทย

    • ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย หรือธุรกิจเฉพาะ

      • ใช้แบบฟอร์มสมัครร้านค้าสำหรับ ธนาคารกรุงไทย

  4. นำเอกสารไปยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการที่จุดให้บริการธนาคารกรุงไทย

    เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่

    • ใบสมัครที่กรอกครบถ้วน

    • บัตรประจำตัวประชาชน

    • รูปถ่ายหน้าร้านที่มองเห็นร้านชัดเจน และมีรูปเจ้าของร้านขณะประกอบกิจการ

  5. รอผลอนุมัติ

    • หากผ่านการอนุมัติ จะได้รับ SMS และการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  6. เมื่อได้รับสิทธิ์แล้ว

    • แบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน

    • เข้าไปอ่านและ กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข ของโครงการ

  7. เริ่ม รับชำระเงินจากประชาชนผ่านโครงการ ได้เลย

    • ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

    • เวลาใช้งานระหว่าง 06:00 – 23:00 น.

3. ร้านค้าแบบไหนสมัครร่วมโครงการได้บ้าง?

โครงการคนละครึ่งพลัสไม่ได้เปิดกว้างแบบไร้ขอบเขต แต่กำหนดประเภทผู้ประกอบการและลักษณะร้านค้าอย่างชัดเจน

3.1 ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป

คุณสมบัติสำคัญคือ ผู้ประกอบการต้องมีสัญชาติไทย และอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้

  • ผู้ประกอบการที่ ไม่ใช่นิติบุคคล

  • ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้า) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล

  • ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน หรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ

  • ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ

ข้อควรระวังสำคัญ:

  • ต้อง ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์

  • ต้องมีการประกอบกิจการจริง และ สามารถตรวจสอบได้

3.2 กลุ่มบริการ นวด สปา ทำเล็บ ทำผม

สายบิวตี้ สายสุขภาพ และคนทำร้านทำเล็บต้องอ่านส่วนนี้ให้ละเอียด เพราะอยู่ในกลุ่ม ผู้ประกอบการบริการ ที่เข้าร่วมได้ โดยมีเงื่อนไขคือ

  • ผู้ประกอบการมีสัญชาติไทย

  • เป็นผู้ประกอบการบริการที่ ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

  • เป็นผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมือง ตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ

  • เป็นผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ

ข้อกำหนดเพิ่มเติม:

  • ต้องมี สถานประกอบการชัดเจน ตรวจสอบได้

  • หากเป็นบริการ นวด หรือสปา จะต้องมี ใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับร้าน ทำเล็บ / ทำผม จุดแข็งคืออยู่ในกลุ่มบริการที่รัฐสนับสนุนให้คนออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้าจัดร้านดี บริการโดน มีสิทธิ์ได้ลูกค้าใหม่จากโครงการนี้เพียบ

3.3 ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ

กลุ่มนี้คือผู้ให้บริการขนส่งที่มีสัญชาติไทย และ ไม่ใช่นิติบุคคล เช่น

  • รถแท็กซี่ (TAXI – METER)

  • รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้อง

  • รถสามล้อสาธารณะ

  • รถสองแถวรับจ้าง

  • รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ

  • รถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารประเภทอื่นที่ตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ

ผู้ขับขี่ต้องมี ใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย

3.4 ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ

เช่น

  • รถไฟฟ้าในเขตเมือง

  • รถไฟ

  • รถโดยสารประจำทางสาธารณะ

  • เรือโดยสารสาธารณะ

3.5 นิติบุคคลขนาดเล็ก

เฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งตามกฎหมายไทย และ

  • ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 50) ตามมาตรา 68

  • ยื่นงบการเงินตามมาตรา 69 สำหรับรอบบัญชี ปี 2567

โดยต้องมีลักษณะกิจการดังนี้

  • ขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือ

  • ให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม หรือ

  • ให้บริการขนส่งสาธารณะ

และมีรายได้ ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามข้อมูลกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568

สำหรับผู้ให้บริการนวด สปา หรือขนส่งสาธารณะ ต้องมี ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับกลุ่มบุคคลธรรมดา

3.6 ร้านค้าที่เคยถูกระงับสิทธิ์จากโครงการรัฐ

ร้านค้าจะ ไม่เข้าเกณฑ์ หากเคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐ เช่น

  • โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5

หากมีประวัติไม่ดีในระบบเดิม มีโอกาสสูงที่จะไม่ผ่านการพิจารณา

3.7 ประเภทสินค้าและบริการที่เข้าร่วมได้ – ไม่ได้

สินค้าที่เข้าร่วมได้ เช่น

  • อาหาร

  • เครื่องดื่ม

  • สินค้าทั่วไป

  • บริการนวด

  • บริการสปา

  • บริการทำเล็บ

  • บริการทำผม

  • บริการขนส่งสาธารณะ

สินค้าหรือบริการที่ ไม่ร่วมโครงการ เช่น

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • บัตรกำนัล / บัตรเงินสด

  • บริการที่เป็นการ ชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า

ข่าวดีสำหรับสายเดลิเวอรี่:

  • ร้านค้าที่อยู่ใน แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ สามารถเข้าร่วมโครงการได้

4. ไทม์ไลน์สำคัญสำหรับร้านค้า และฟู้ดเดลิเวอรี่

จัดตารางเวลาให้พร้อม แล้วอย่าพลาดวันสำคัญเหล่านี้

  • 15 ตุลาคม 2568 – วันแรกของการเปิดลงทะเบียนร้านค้าใหม่เข้าร่วมโครงการ

  • 29 ตุลาคม 2568 – ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิจากประชาชนวันแรก

  • 3 พฤศจิกายน 2568 – เปิดลงทะเบียนสำหรับ ฟู้ดเดลิเวอรี่

  • 7 พฤศจิกายน 2568 – ร้านค้าถุงเงินเริ่มรับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ที่เข้าร่วมโครงการ

  • 31 ธันวาคม 2568 – วันสิ้นสุดโครงการ

5. สรุปสำหรับเจ้าของร้านทำเล็บและสายบริการ

สำหรับคนทำร้าน ทำเล็บ / ทำผม / นวด / สปา โครงการนี้คือโอกาสดีในการ

  • เพิ่มลูกค้าใหม่จากกลุ่มที่อยากใช้สิทธิรัฐ

  • สร้างยอดขายปลายปี

  • เพิ่มการมองเห็นร้านในระบบถุงเงินและแพลตฟอร์มที่เข้าร่วม

ก่อนลงทะเบียน ลองเช็กลิสต์ตัวเองอีกครั้งว่า

  • มีบัญชีกรุงไทยและแอปฯ ถุงเงินเรียบร้อย

  • ร้านมีสถานที่ชัดเจน ตรวจสอบได้

  • หากเป็นนวดหรือสปา มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

  • ไม่เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา

เตรียมเอกสารให้ครบ เช็กวันให้ดี แล้วรีบสมัครให้ทันช่วงเวลา 15 ต.ค. – 19 ธ.ค. 2568 เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดึงลูกค้าเข้าร้านในรอบนี้