รับแอปรับแอป

Dirty Coffee -86°C กาแฟเย็นโคตรสุดขั้ว ที่คอกาแฟต้องลองให้ได้สักครั้ง!

เอกชัย พูลเพิ่ม01-30

Dirty Coffee -86°C ปรากฏการณ์กาแฟเย็นที่ฮอตแรงกว่าแดดเมืองไทย

ถ้าพูดถึงเมนูกาแฟที่เล่นใหญ่ทั้งไอเดียและประสบการณ์ในแก้วเดียว Dirty Coffee -86°C ของ SoSo Coffee ต้องติดโผแบบไม่ต้องสงสัย เพราะนี่คือเมนูกาแฟที่ถูกนิยามว่าเป็น “Thailand’s First -86°C Dirty” หรือดอร์ตี้ในแก้วอุณหภูมิติดลบที่แรกในไทย

จากกระแสบนโซเชียลที่ทำให้คลิปใน TikTok ทะลุยอดชมกว่า 8.79 ล้านครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในคำค้นหายอดฮิตของคนกรุงเทพฯ บอกเลยว่า Dirty Coffee -86°C ไม่ได้ดังเล่น ๆ แต่มาพร้อมคอนเซ็ปต์และประสบการณ์ที่คิดมาแล้วอย่างดี เพื่อยกระดับคาเฟ่ไทยให้ตอบโจทย์ Café Economy ของคนรุ่นใหม่ แบบเต็มตัว

แนวคิด “กาแฟต้องเป็นมากกว่ากาแฟ” ในสไตล์ SoSo Coffee

SoSo Coffee คือคาเฟ่พรีเมียมสัญชาติไทย ภายใต้การบริหารของ บริษัท โบเบน แบรนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด ที่เชื่อว่ากาแฟไม่ควรเป็นแค่เครื่องดื่ม แต่ต้องกลายเป็น ประสบการณ์ที่คนจดจำได้

เมนูซิกเนเจอร์ Dirty Coffee -86°C จึงถูกออกแบบมาให้สะท้อนทั้ง

  • นวัตกรรม

  • ความคิดสร้างสรรค์

  • คุณค่าของประสบการณ์การดื่ม

ทั้งหมดถูกเล่าเรื่องผ่านกาแฟแก้วเดียว ที่เล่นกับอุณหภูมิ ความรู้สึก และช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในการดื่ม

Dirty Coffee -86°C ในหนึ่งแก้ว มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง?

Dirty Coffee -86°C ไม่ได้พิเศษแค่ชื่อ แต่ใส่ดีเทลลงไปในทุกขั้นตอนการเสิร์ฟ

  • ใช้ แก้วกาแฟที่ถูกแช่ในตู้เย็นอุณหภูมิติดลบถึง -86°C นานกว่า 12 ชั่วโมง

  • เมื่อถึงเวลาจะเสิร์ฟ แก้วจะถูกนำออกมาในสภาพที่ผิวแก้วเคลือบไปด้วยละอองน้ำแข็ง

  • บาริสต้าจะรินเอสเพรสโซร้อนลงในแก้วเย็นจัด ทำให้ความต่างอุณหภูมิปลุกให้ กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งขึ้นแบบทันที

จากนั้นประสบการณ์ในปากจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามเวลา

  • คำแรกคือความรู้สึก “เย็นซึมถึงกระดูก” ผสานกับความขมแบบเข้มข้นของเอสเพรสโซ

  • พอดื่มต่อเนื่อง รสสัมผัสจะค่อย ๆ ไล่ไปเป็นฟีล “ไอศกรีมกาแฟ” ที่นุ่ม ละมุน และกลมกล่อมขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อให้ได้ช่วงเวลารสชาติดีที่สุด แนะนำให้ดื่มให้จบภายใน 40 นาที เพราะนี่คือช่วงที่อุณหภูมิ เนื้อสัมผัส และกลิ่น อยู่ในจุดบาลานซ์ที่สุดของแก้วนี้

Dirty Coffee -86°C มีให้เลือก 2 สไตล์

  • Classic – สำหรับสายกาแฟเข้มดั้งเดิม

  • Matcha – สำหรับคนที่อยากได้อะไรสนุกขึ้น มีความหอมละมุนของมัทฉะ

และที่สำคัญ เสิร์ฟแบบ จำกัดเพียง 60 แก้วต่อวัน เท่านั้น ยิ่งทำให้เมนูนี้กลายเป็นของหายากที่ Coffee Lover ต้องรีบจองจังหวะไปลอง

SoSo Coffee: ไม่ใช่แค่คาเฟ่ แต่คือ Lifestyle Space

สำหรับ SoSo Coffee ตัวร้านไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเพียงจุดแวะดื่มกาแฟแบบไว ๆ เท่านั้น แต่ถูกวางคอนเซ็ปต์ให้เป็น “Lifestyle Space” ของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่อยากหาที่นั่งพัก ชาร์จพลัง และปลุกแรงบันดาลใจไปพร้อมกับแก้วโปรด

สาขาแรกตั้งอยู่ในโครงการ ECO PARK พัฒนาการ ซอย 32 โดยดีไซน์ร้านมาในโทน

  • สไตล์ Modern Luxury Loft

  • โทนสีเบจอบอุ่น

  • เพดานสูง โปร่งโล่ง

  • เปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องทั่วทั้งร้าน

ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูโมเดิร์น หรู แต่ยังรู้สึกสบายตา ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ที่ เรียบง่าย แต่ดูดี และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

แบ่งโซนชัด สายเร่งรีบหรือสายละเมียดก็แฮปปี้ได้

ด้านในร้านถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนดื่มกาแฟ แบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ๆ

  • Speed Bar – โซนสำหรับสายรีบ สายออฟฟิศ หรือใครที่ต้องการความเข้มข้นและความเร็วเป็นหลัก มา ปุ๊บ สั่ง ปั๊บ ได้กาแฟพร้อมลุยต่อ

  • Slow Bar – โซนสำหรับคอกาแฟที่อยากละเมียดกับรสชาติและเวลา โดยเฉพาะสายดริปที่ชอบนั่งมองการสกัดกาแฟช้า ๆ แบบมีสุนทรีย์

ในเรื่องของเมล็ดกาแฟ SoSo Coffee เลือกใช้เมล็ดจากหลากหลายแหล่งปลูกคุณภาพ ทั้ง

  • เอธิโอเปีย

  • โคลอมเบีย

  • คอสตาริกา

เพื่อสร้างโปรไฟล์รสชาติที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีเมนูชาให้เลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ เช่น

  • White Peach Oolong

  • Japanese Sencha

ทั้งยังมีแบบบรรจุขวดให้ซื้อกลับบ้านได้ รวมไปถึงเบเกอรี่กินคู่กาแฟ และสินค้า Merchandise สไตล์พรีเมียมให้สายคาเฟ่ได้ช้อปกลับไปเก็บสะสม

DNA ของแบรนด์: นวัตกรรม เรียบง่าย แต่ไปสุดทาง

SoSo Coffee วางค่านิยมหลักของแบรนด์ไว้ชัดเจน 3 คำ

  • Innovation – นวัตกรรม

  • Simplicity – ความเรียบง่าย

  • Extreme – ความสุดขั้ว

ทั้งหมดถูกสรุปไว้ในสโลแกนที่จำง่ายและมีคาแรกเตอร์ว่า “So Not Basic. So −86°C Dirty.”

ในวันที่หลายคนโฟกัสแค่ความอร่อยของกาแฟ SoSo Coffee กลับเลือกโฟกัสไปที่ “ความรู้สึก” และ “ช่วงเวลาที่คนจดจำได้” มากกว่า ทำให้แบรนด์ไม่ใช่แค่ร้านขายกาแฟ แต่กลายเป็น “แบรนด์ประสบการณ์” ที่เล่าเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ผ่านทุกแก้วที่เสิร์ฟ

การเปิดตัว Dirty Coffee -86°C จึงไม่ใช่แค่การออกเมนูใหม่ แต่เป็นการสร้างเคสสตูดี้ด้านการตลาดและประสบการณ์ลูกค้า ที่ได้รับเสียงตอบรับล้นหลามทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ และช่วยตอกย้ำว่าการดื่มกาแฟสามารถเชื่อมโยง ความสุข การดื่ม และแรงบันดาลใจ เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

สายคาเฟ่ต้องรู้: โลเคชัน เวลาเปิด และเมนู Must-Try

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัส Dirty Coffee -86°C ด้วยตัวเอง SoSo Coffee คือคาเฟ่ที่ถูกออกแบบมา เพื่อคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

  • ที่ตั้ง: โครงการ ECO PARK ซอยพัฒนาการ 32

  • เวลาเปิดบริการ: ทุกวัน 08.00–17.00 น.

  • ไฮไลท์เมนู: Dirty -86°C ทั้งแบบ Classic และ Matcha

  • คิวมีจำกัด: ให้บริการเพียง 60 แก้วต่อวัน เท่านั้น

ใครที่อินกับคาเฟ่บรรยากาศดี มีคาแรกเตอร์ชัด และอยากลองกาแฟที่ให้ประสบการณ์ต่างจากสิ่งที่เคยดื่มมา Dirty Coffee -86°C จาก SoSo Coffee น่าจะกลายเป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ที่คุณไม่ควรพลาด