BINCHO คือใคร ทำไมคนรักร้านอาหารญี่ปุ่นต้องรู้จัก?
MAGURO Group แบรนด์ร้านอาหารที่เติบโตเร็วมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เดินหน้าลุยต่อแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว ด้วยความเชื่อว่า จังหวะดี + ทำเลใช่ = โอกาสที่ห้ามพลาด
จากกลุ่มลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอนนี้บริษัทเริ่มขยายสู่ต่างจังหวัด พร้อมต่อยอดพอร์ตแบรนด์อาหารให้หลากหลายยิ่งขึ้น ล่าสุดเปิดตัวแบรนด์ที่ 6 ในนาม BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านสไตล์ดั้งเดิม ที่ตั้งใจดึงเสน่ห์ญี่ปุ่นวิถีชนบทมาเล่าใหม่ให้คนเมืองได้สัมผัส
Concept ใหญ่: “Washoku for now” ญี่ปุ่นดั้งเดิมในเวอร์ชันคนเมือง
BINCHO ถูกออกแบบให้เป็นร้านที่เล่าเรื่องผ่านการกินอย่างแท้จริง ใช้แนวทางการตลาดแบบ Storytelling ดึงเสน่ห์อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมมาเล่าในสไตล์ร่วมสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Washoku for now”
หัวใจของแนวคิดนี้ คือการเอา แก่นแท้ของอาหารญี่ปุ่นสไตล์บ้านๆ วิถีชนบท มาปรับให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบ แต่ยังอยากได้มื้ออาหารที่มีคุณค่าและมีความหมาย ไม่ใช่แค่กินให้อิ่มแล้วจบ
จุดเด่นของ BINCHO คือการใช้เตาระบบย่างคู่แบบดั้งเดิม ได้แก่
เตา อิโอริ (Iori)
เตา โรบาตะยากิ (Robatayaki)
ให้บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในร้านย่างถ่านของญี่ปุ่นยุคก่อน ทั้งกลิ่นไฟถ่าน เสียงย่าง และหน้าตาอาหารที่เต็มไปด้วยดีเทล
ในส่วนวัตถุดิบ ร้านเลือกใช้ทั้งของนำเข้าจากญี่ปุ่นและของคุณภาพดีในประเทศ โดยเฉพาะ
ข้าวสายพันธุ์ Yumepirika จากฮอกไกโด
หุงด้วยหม้อ ฮากามะ แบบดั้งเดิม สดใหม่ในแต่ละรอบ
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้ ใช้เวลาอยู่กับมื้ออาหารจริงๆ ซึมซับรสชาติ และดื่มด่ำประสบการณ์ในขณะนั้น ไม่ใช่แค่กินผ่านๆ แล้วลุกออกจากร้าน

พรีเมียมแมส แต่เข้าถึงง่าย: งบ 300 บาทก็เอาอยู่
สายกินห้างฟังแล้วต้องสนใจ เพราะ BINCHO วางตัวเป็นร้านสำหรับกลุ่ม พรีเมียมแมส คือดูดี มีสตอรี รสชาติจริงจัง แต่ราคายังเอื้อมถึงได้
งบ ไม่เกินประมาณ 300 บาทต่อคน ก็อิ่มได้แบบจัดเต็ม
รูปแบบร้านเปิดในห้างสรรพสินค้า เข้าถึงง่าย ไม่ต้องเดินทางไกล
ในแง่การลงทุนต่อสาขา BINCHO ใช้งบประมาณ ราว 10 ล้านบาทต่อสาขา โดยสาขาที่สองจะเปิดให้เห็นช่วงต้นปี 2569 และเป้าหมายคือภายใน 2–3 ปี จะขยายให้ครบ 10 สาขา
กลยุทธ์นี้ไม่ได้แค่สร้างแบรนด์ใหม่ แต่ยังช่วยหนุนให้รายได้ทั้งเครือของ MAGURO Group เติบโตในภาพรวมด้วย
ไม่เล่นสงครามราคา แต่เล่นเกมคุณค่าและประสบการณ์
ธุรกิจร้านอาหารหนีไม่พ้นการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เต็มตลาด แต่ MAGURO Group เลือกเดินอีกทางหนึ่ง
ไม่เน้นตัดราคาสู้
ให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความคุ้มค่าในมุมประสบการณ์
ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของกลุ่ม ยังมีการออกเมนูพิเศษ ราคาโดนใจมาให้ลูกค้าได้ลองกันต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงนี้ยาวไปจนถึงปลายปี เป็นวิธีเพิ่มความคุ้มค่าโดยไม่ลดทอนภาพลักษณ์หรือมาตรฐานของแบรนด์

เป้าหมายใหญ่: โต 30% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แรง
ด้านตัวเลขธุรกิจ MAGURO Group วางเป้าชัดว่า ปีนี้ต้องโต 30% พร้อมกับคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้ม เพื่อให้กำไรเดินตามแผนที่วางไว้
กลยุทธ์หลักคือ
เน้นคุณภาพอาหารและบริการเป็นอันดับแรก
บริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
กระจายพอร์ตแบรนด์ ไม่ผูกชีวิตกับร้านใดร้านหนึ่งมากเกินไป
แม้ยอมรับว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกกระทบยอดขายในบางสาขา โดยเฉพาะโลเคชันใจกลางเมืองที่ยอดลดลง แต่สาขานอกเมือง เช่น นนทบุรี และบางนา กลับยังไปได้ดี แถม SSG (Same-Store Sales Growth) ยังเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นชัดว่า กำลังซื้อยังมี แต่แตกต่างไปตามทำเล
ปัจจุบัน ร้าน Maguro ยังเป็นรายได้หลักราว 50% ของทั้งกลุ่ม แต่มีแนวโน้มลดสัดส่วนลง เพราะแบรนด์อื่นจะถูกดันให้เติบโตขึ้นตามแผน กระจายความเสี่ยง และเปิดทางสู่หมวดอาหารอื่นๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ญี่ปุ่น–เกาหลีเท่านั้น

ตลาดอาหารยังไปต่อ และอาหารญี่ปุ่นยังเป็นลูกรักคนไทย
จากข้อมูลประมาณการ มูลค่าตลาดร้านอาหารรวมอยู่ที่ราว 646,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 2.8% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดอาหารญี่ปุ่นมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และยังอยู่ในช่วงเติบโตต่อเนื่อง เพราะเป็นหมวดอาหารที่คนไทยนิยมสูงมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ MAGURO Group ยังเดินหน้าขยายสาขา และเปิดแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ 5 ปัจจัยหลักที่เป็น มาตรฐานใหม่ของผู้บริโภคธุรกิจอาหาร ในปัจจุบันเป็นเข็มทิศ ได้แก่
ความแปลกใหม่
ประสบการณ์ที่น่าจดจำ
คุณภาพ
สุขภาพ
ราคาสมเหตุสมผล
ด้วยฐานคิดแบบนี้ ทำให้เชื่อมั่นว่า BINCHO จะสามารถมอบประสบการณ์มื้ออาหารที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคยุคนี้ได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Mid Market ที่ต้องการอาหารอร่อย แปลกใหม่ คุ้มค่า และมีความลงตัวในทุกองค์ประกอบ

BINCHO สาขาเมกาบางนา: ไฮไลต์เมนูที่ต้องลอง
สาขาแรกของ BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ตั้งอยู่ที่
ชั้น 1 ศูนย์การค้าเมกาบางนา
ที่นี่จัดเต็มเมนูย่างถ่านสายพรีเมียมแบบเข้าถึงง่าย โดยมีเมนูเด่นที่สายย่างห้ามพลาด เช่น
ปลา Kinki ย่าง – ปลาพรีเมียมจากญี่ปุ่น เนื้อหวานตามธรรมชาติ ย่างด้วยไฟถ่านจนหนังกรอบ ด้านในยังนุ่มและฉ่ำ ละลายในปาก
ปลาบู่ย่างซอสไซเกียว – ปลาบู่หมักซอสไซเกียวสูตรเฉพาะ ก่อนนำไปย่างบนเตาถ่าน กลิ่นหอมเด่น รสกลมกล่อม
แซลมอนย่างเกลือและอิกุระ – แซลมอนย่างหนังกรอบ เสิร์ฟคู่ไข่ปลาอิกุระรสเค็มละมุน ตัดกันแบบพอดีคำ
ในส่วนเมนูเซ็ต ราคาเริ่มต้นราว 170 บาท และถ้ารวมทั้งมื้อแล้ว งบประมาณ ประมาณ 300 บาท ก็สามารถอิ่มได้สบายๆ
ยังมีเมนูสายย่างและกินเล่นอีกหลายตัว เช่น
Yakitori ย่างเสียบไม้ด้วยไฟกำลังดี เริ่มต้นไม้ละประมาณ 30 บาท
เมนู โอเด้ง และอาหารทานเล่นอีกหลายแบบให้เลือกจับคู่

สรุป: ย่างถ่านดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวันนี้
BINCHO ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านอีกร้านในห้าง แต่คือการพยายามเอา “แก่นแท้อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม” มาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้
เล่าเรื่องผ่านอาหารและเตาย่างแบบดั้งเดิม
รักษาคุณภาพวัตถุดิบและวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถัน
ทำราคาให้อยู่ในระดับที่คนกลุ่มพรีเมียมแมสเข้าถึงได้จริง
สาขาแรกที่เมกาบางนา เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ใครที่ชอบสัมผัสกลิ่นถ่าน ไฟย่าง และรสชาติญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ แต่ไม่อยากจ่ายแรงระดับไฟน์ไดน์นิ่ง BINCHO คือหนึ่งในร้านที่ควรไปลองด้วยตัวเองสักครั้ง

