นั่งรถไฟชิล ๆ จากหัวลำโพงสู่สวนผลไม้ปราจีนบุรี

ทริปนี้เป็นการรวมพลังของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมกันจัดกิจกรรม รถไฟไทยพิเศษ SRT Royal Blossom แบบ One Day Trip เช้าไป–เย็นกลับ จากสถานีหัวลำโพง กรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี
เป้าหมายของทริปไม่ใช่แค่พานักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเล่น แต่คือการพาไป ชิม ชม และช้อปผลไม้ถึงในสวน พร้อมช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกรท้องถิ่นแบบตรง ๆ
ไฮไลต์ผลไม้ปราจีนบุรี ทุเรียน GI 7 สายพันธุ์

รถไฟพิเศษขบวนนี้พานักท่องเที่ยวแวะสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี รวม 3 สวน โดยเน้นให้ทุกคนได้ชิม ผลไม้สด ๆ จากต้นในสวน โดยเฉพาะทุเรียนชื่อดังของปราจีนบุรีที่ขึ้นทะเบียนสินค้า GI แล้ว
ทุเรียน GI ปราจีนบุรีมีทั้งหมด 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็น
- กลุ่มพันธุ์การค้า
ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว
ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
ทุเรียนพันธุ์ชะนี
ทุเรียนพันธุ์กระดุมทอง
- กลุ่มพันธุ์พื้นเมือง
ทุเรียนพันธุ์กบชายน้ำ
ทุเรียนพันธุ์ชมพูศรี
ทุเรียนพันธุ์กำปั่น
นอกจากทุเรียนแล้ว ยังมีผลไม้อื่น ๆ ให้ชิมและเลือกซื้อ เช่น ส้มโอ เงาะ มังคุด และกระท้อน เรียกว่าคนรักผลไม้ต้องถูกใจแน่นอน
แวะงานวันเกษตร–วันชาวสวน ช้อปของดีจากเกษตรกร

หลังจากชิมผลไม้ในสวนแล้ว ทริปยังพาต่อไปที่ งานวันเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี หรือ “งานวันชาวสวน” ครั้งที่ 59 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 8 มิถุนายน 2568
งานจัดบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก
นักท่องเที่ยวได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการจัดคณะนางรำมารำต้อนรับ ก่อนพาขึ้นรถปรับอากาศเดินทางต่อเข้าสวนผลไม้ต่าง ๆ
สวนหงส์เจริญ สวนทุเรียนโบราณกว่า 50 ปี

จุดหมายแรกของทริปเที่ยวเชิงเกษตรคือ สวนหงส์เจริญ ของลุงชา–ป้าเภา ซึ่งเป็นสวนทุเรียนเก่าแก่กว่า 50 ปี เจ้าของคือ นายปรีชา และ นางสุชีรา หงส์เจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี
สวนแห่งนี้มีพื้นที่มากกว่า 20 ไร่ ใช้แนวทาง เกษตรอินทรีย์ ดูแลผลผลิตอย่างใส่ใจ นักท่องเที่ยวได้รับการต้อนรับอย่างดี และได้ชิมทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์จากสวน เช่น
ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว
ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
ทุเรียนพันธุ์ทับทิมทอง
ทุเรียนพันธุ์ชะนี
รวมถึงผลไม้อื่นอย่าง เงาะ มังคุด และกระท้อน
ทั้งหมดนี้ให้ชิมกันแบบสด ๆ ในสวน สร้างความประทับใจทั้งรสชาติและบรรยากาศ ก่อนกลับ นักท่องเที่ยวยังได้เลือกซื้อผลไม้กลับบ้านกันอย่างจุใจ

โปรแกรมเต็มวัน: รถไฟ ทัวร์สวน ไหว้พระ และช้อปปิดท้าย
ทริปนี้มีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 160 คน เดินทางด้วยขบวนรถไฟไทยพิเศษ SRT Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพง กรุงเทพฯ เวลา 06.00 น. เดินทางกลับตอน 18.00 น. ถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 20.00 น.
การจัดกลุ่มท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
กลุ่มที่ไปสวนลุงชา–ป้าเภา ทุเรียนโบราณ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี
กลุ่มที่ไปเที่ยวสวนริมปือ
กลุ่มที่ไปเที่ยวสวนจ่าแมน
เฉพาะสวนลุงชา–ป้าเภา มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปด้วยรถตู้ 2 คัน รวม 38 คน เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศสวนแบบใกล้ชิด
คูปองกินฟรี–ช้อปต่อให้จุใจ

หลังเที่ยวชมและชิมในสวน แต่ละคนยังได้รับ คูปองมูลค่า 300 บาท เพื่อใช้ชิมผลไม้ฟรีในสวนอีกด้วย จากนั้นจึงเลือกซื้อผลผลิตกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนสายพันธุ์ต่าง ๆ เงาะ หรือมังคุดจากสวนลุงชา–ป้าเภา
เมื่ออิ่มจากผลไม้แล้ว คณะทัวร์ยังได้ไปรับประทานอาหารที่ภัตตาคารแสวงสว่างใจ ต่อด้วยโปรแกรมสายบุญ
สายบุญต้องถูกใจ: ไหว้พระ 2 วัดดัง
หลังจากอิ่มหนำจากผลไม้และอาหาร ทริปยังพาต่อไป ไหว้พระ ทำบุญ เสริมสิริมงคลให้กับการเดินทาง
เส้นทางสายบุญประกอบด้วย
แวะไหว้พระที่ วัดแก้วพิจิตร
ถวายสังฆทานที่ วัดแจ้ง
ถือเป็นการเติมเต็มทริปทั้งด้านการกิน เที่ยว และทำบุญในวันเดียวกัน
ปิดท้ายที่งานวันชาวสวน ช้อปผลผลิตตรงจากเกษตรกร

ช่วงท้ายของโปรแกรม ก่อนขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ คณะทัวร์ได้แวะอีกครั้งที่ งานวันเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี หรือ งานวันชาวสวน ครั้งที่ 59 บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี
นักท่องเที่ยวได้เดินชมและเลือกซื้อผลผลิตจากชาวสวนโดยตรง ทั้งผลไม้สด และผลิตภัณฑ์แปรรูป เป็นการช่วยสร้างรายได้ให้ชาวสวน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน
สรุป: ทริปรถไฟที่ได้มากกว่าคำว่าเที่ยว
ทริป SRT Royal Blossom เส้นทางกรุงเทพฯ–ปราจีนบุรี แบบวันเดียวไป–กลับนี้ เป็นมากกว่าแค่การนั่งรถไฟไปเที่ยวสวนผลไม้ เพราะรวมทั้ง
การชิมทุเรียน GI และผลไม้สดจากสวนเกษตรอินทรีย์
การสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น ผ่านการกิน–ช้อปตรงจากสวนและในงานวันเกษตร
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสายบุญ ผ่านการไหว้พระและทำบุญ
ใครกำลังมองหาทริปสั้น ๆ แต่มีกิจกรรมครบทั้งกิน เที่ยว และทำบุญ ทริปรถไฟแนวนี้คือคำตอบที่น่าเก็บลงลิสต์ให้ต้องไปลองสักครั้งในฤดูกาลผลไม้หน้าแล้ว

