รับแอปรับแอป

51 เรื่อง 38 คู่จิ้น: แซฟฟิกไทยจากยุค “เล่นเพื่อน–ทอมดี้” สู่จักรวาล GL ยุคทอง

นพดล แก้วคำ01-31

13 ปีที่ GL ไทยไต่จากคู่รอง สู่จักรวาลแซฟฟิกเต็มรูปแบบ

ซีรีส์ Girls’ Love (GL) ไทยใช้เวลาแค่ราวสิบกว่าปี ค่อยๆ ขยับจากการเป็นเพียงคู่รองในซีรีส์วาย (BL) กลายเป็นจักรวาลแซฟฟิกที่แข็งแรงของตัวเอง

จากการเก็บข้อมูลซีรีส์ GL ในไทยระหว่างปี 2013-2025 (ถึง 16 มิ.ย. 2025) ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่บทเด่น และมีเส้นเรื่องความสัมพันธ์ชัดเจน พบว่า

  • มีซีรีส์ GL รวม 51 เรื่อง

  • ก่อให้เกิดคู่จิ้น GL ที่แฟนรู้จักอย่างน้อย 38 คู่

  • ดึงนักแสดงหญิงมาร่วมจักรวาลแซฟฟิกแล้ว 74 คน

ในช่วงเวลาเดียวกับที่ BL ถูกพูดถึงในฐานะ “ซอฟต์พาวเวอร์” ของไทย GL ก็เดินเกมของตัวเองแบบเงียบแต่แรง ตั้งแต่จุดประกายด้วยหนัง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย (2010) ไปจนถึงการเป็นคู่รองใน BL หลายเรื่อง ก่อนจะมีซีรีส์ GL ฟูลเล็งท์ของตัวเอง และปัจจุบันกลายเป็นคอนเทนต์ที่ฟรีทีวี แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ไปจนถึงเวทีนางงามแย่งกันลงทุน

Rocket Media Lab เลยรวบทุกเส้นทาง GL ไทยตลอด 13 ปีมาดูว่า จักรวาลนี้โตยังไง ใครคือคีย์เพลเยอร์ แพลตฟอร์มไหนแบก และทำไม GL ถึงเริ่มกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์อีกร่างของไทยในสายตาโลก

เส้นเวลา GL ไทย: จากคลับฟรายเดย์สู่ยุคที่ปีเดียวมี 21 เรื่อง

หากไล่ดูจำนวนซีรีส์ GL ที่ออกฉายปีต่อปี จะเห็นชัดว่าเรากำลังอยู่ในยุคบูมของแซฟฟิกแบบเต็มตัว

  • 2013 – จุดเริ่มต้นบนทีวี (1 เรื่อง)
    เริ่มนับจาก รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) ที่เจ–ดรีมถูกวางให้เป็นคู่หญิงรักหญิงหลัก มีฉากใกล้ชิด จูบ หอมแก้ม และเส้นความสัมพันธ์ชัดเจน แม้จบด้วยการเลิกกัน แต่ถือเป็นหมุดหมายบนจอทีวีดิจิทัล

  • 2014-2016 – ยุคตั้งไข่ ทดสอบตลาด
    GL ปรากฏในฐานะเส้นเรื่องรอง หรือหนึ่งตอนของซีรีส์ชุดใหญ่ เช่น

    • ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2, 3

    • สงครามนางงาม 1, 2

    • The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก

    • ผมม้าหน้าเต่อ
      พร้อมกับ Club Friday อีกหลายตอนที่หยิบเรื่องหญิงรักหญิงจากเคสจริงมาเล่า

  • 2017-2019 – เนื้อหาหนัก ดราม่า เจ็บจริงจบเศร้า
    หลายเรื่องยังคงโทน “รักไม่สมหวัง” ตามขนบ Club Friday — ตัวละครต้องยอมแพ้ สละความรัก หรือยุติความสัมพันธ์ เช่น รักแท้หรือแค่ความหวัง หรือ รักล้ำเส้น ที่รักกันแต่โครงสร้างครอบครัวสังคมไม่ยอมรับ

  • 2020 – ช่องว่างหนึ่งปี
    ปีที่ไม่มีซีรีส์ GL ใหม่ออกฉาย

  • 2021 – จุดเปลี่ยนจาก “คู่รองที่เด่นจนแยกร่างเป็นซีรีส์”
    GL กลับมาขยับอีกทีด้วย

    • 7 Project ตอน Remember

    • โดยเฉพาะ Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน ที่ดันคู่รอง ภา–อิ๊งค์ จนเกิดแท็ก #มิ้ลค์เลิฟ และต่อยอดสู่มินิซีรีส์ Magic of Zero ตอน Zero Photography ที่ให้คู่ GL ยืนเดี่ยวอย่างเต็มตัว

  • 2022 – GAP เปิดศักราชแซฟฟิกไทยยุคใหม่
    ปีที่มี GL 4 เรื่อง แต่สิ่งที่พลิกเกมคือ GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู ของคู่ #ฟรีนเบค

    • ยอดชมรวมใน YouTube ทะลุ 300 ล้านวิว

    • ออกอากาศบน ช่อง 3 ฟรีทีวี ช่วงดึกวันเสาร์พร้อมกับปล่อยย้อนหลังใน YouTube

    • ยาว 12 ตอนเต็ม ไม่ใช่แค่ตอนแถมหรือมินิซีรีส์
      จากเดิม GL ถูกมองเป็นแค่ subplot หรือคู่รอง พอ GAP ทะลุเพดาน ทุกคนเห็นพร้อมกันว่า “ตลาด GL มีจริง และใหญ่กว่าที่คิด”

  • 2023 – GL เริ่มกลายเป็นเมนคอร์ส
    มีซีรีส์ GL 5 เรื่อง เช่น

    • 23.5 องศาที่โลกเอียง – แซฟฟิกเรื่องแรกของ GMMTV

    • Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย

    • Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก

    • Lucky My Love รักนี้มากับดวง

  • 2024 – ปีทอง GL: ปีเดียว 21 เรื่อง
    พีคสุดในรอบทศวรรษ GL ระเบิดฟอร์มทั้งบนทีวีและสตรีมมิ่ง เช่น

    • Affair รักเล่นกล

    • Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง (+ SS2)

    • The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์

    • The Secret of Us ใจซ่อนรัก

    • Mate The Series เพื่อนรัก

    • หม่อมเป็ดสวรรค์ (Mhom Ped Sawan)

    • Reverse 4 You, Pluto, Unlock Your Love ฯลฯ

  • 2025 – หลังจากบูม ก็ยังไม่ตกเทรนด์ (อย่างน้อย 5 เรื่อง)
    เช่น

    • I’m Your Moon กัษธิษฐาน

    • Music Story: Losing Control

    • Reverse With Me ล้านวงโคจร

    • Your Apple เธอ…ที่รักของฉัน

    • Us รักของเรา

จาก “ทดสอบตลาดด้วยมินิซีรีส์” กลายเป็น “ปีที่มี GL ออกฉายกว่า 20 เรื่อง” เส้นโค้งนี้บอกชัดว่าจักรวาล GL ไทยกำลังเข้า ยุคทอง แบบเต็มตัว

จาก “รักสามเส้า–ทอมดี้–จบเศร้า” สู่ GL ที่เล่าโลกของผู้หญิงแบบเต็มใบ

ยุคแรกของ GL ไทยยังติดอยู่ในกรอบหลายชั้น ทั้งรูปแบบตัวละครและวิธีจบเรื่อง

สูตรยุคบุกเบิกที่เจอบ่อย

  • รักสามเส้ากับผู้ชาย
    ตัวละครหญิงมักมีแฟนผู้ชายมาก่อน แล้วค่อยๆ ค้นพบว่าตัวเองรู้สึกพิเศษกับผู้หญิงอีกคน ก่อนตัดสินใจเลิกกับผู้ชายเพื่อมารักทอม หรือหญิงที่แมนกว่า

  • ภาพจำ “ทอม–ดี้” ชัดมาก

    • คนหนึ่งถูกวางให้เป็น ทอม – ผมสั้น เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ บุคลิกแมน

    • อีกคนคือ ดี้ – ผู้หญิงที่ยังแต่งตัวผู้หญิง แต่รักทอม
      ตัวละครเจใน Club Friday, เอ้ใน รักออนไลน์ หรืออลิสในสงครามนางงาม 2 ล้วนถูกแพ็กในภาพทอมแมนชัดเจน

  • ตอนจบมักขมมากกว่าหวาน
    โดยเฉพาะเรื่องที่มาจาก Club Friday ที่เล่าจากเคสจริง มักจบด้วยการเลิก, เสียสละ, เจ็บปวด หรือกลับไปอยู่ในกรอบเดิม สะท้อนภาพว่าความรักหญิง–หญิงในบริบทไทยยุคนั้นถูกมองว่า “ไม่นาน, ไม่มั่นคง, หรือผิดปกติ” ใกล้เคียงกับ BL ยุคแรกๆ ที่จบเศร้าเป็นส่วนใหญ่

พอเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล ซีรีส์อย่าง รักเธอรักเขาและรักของเรา ถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นนับจักรวาล GL เพราะให้คู่หญิง–หญิงเป็น “คู่รักจริง” มีทั้งความหวาน ลึกซึ้ง แต่ก็ยังคงตีกลับไปจบแบบเลิกรา

จุดเปลี่ยนแบบเห็นได้ชัดจริงๆ เริ่มชัดหลังปี 2021 เมื่อคู่รอง ภา–อิ๊งค์ ใน Bad Buddy ทำให้คนดูเริ่ม “อิน” กับความสัมพันธ์หญิง–หญิงในแบบที่ทั้งสองแต่งตัวเป็นผู้หญิงปกติ ไม่ต้องแมน–หวานตัดกัน และความรักถูกเล่าแบบละมุน ไม่ใช่คู่ทดลองตลาดอีกต่อไป

จากนั้น GAP The Series ก็เดินหน้าแบบไม่หันหลังกลับ เปิดจักรวาล GL ที่ตัวละครผู้หญิงรักผู้หญิงแบบไม่ต้องอธิบายตัวเองยืดยาว และไม่ต้องถูกลงโทษด้วยตอนจบอีกต่อไป

GL vs BL: เส้นทางแพลตฟอร์มคนละสาย แต่เจอจุดตัดบน YouTube

แม้ BL และ GL จะอยู่ใต้ร่ม “ซีรีส์วาย” เหมือนกัน แต่เส้นทางการเติบโตบนแพลตฟอร์มกลับแทบจะสวนกัน

เส้นทางของ GL

  • เริ่มจากทีวีดิจิทัล
    GL ถูกสอดแทรกในซีรีส์ที่ฉายทีวี เช่น Club Friday, ฮอร์โมน, สงครามนางงาม, The Dreamer, ผมม้าหน้าเต่อ, รัก/ชั้น/นัย ฯลฯ
    ทำให้ความสัมพันธ์หญิง–หญิงถูกมองเห็นในวงกว้างตั้งแต่แรก ผ่านหน้าจอทีวีจริงๆ

  • จากทีวี → ฟรีทีวีใหญ่ → ออนไลน์
    ความสำเร็จของ GAP The Series คือจุดยืนยันว่า GL โตขึ้นจากทีวีดิจิทัลไปสู่ฟรีทีวีเมนสตรีม (ช่อง 3) แล้วค่อยแตกแขนงสู่ YouTube เจาะตลาดทั่วโลก

เส้นทางของ BL

  • เริ่มจากโลกออนไลน์–นิยาย–คอมมูนิตี้เฉพาะกลุ่ม
    ตัวอย่างชัดคือ Love Sick The Series (2014) ที่ดัดแปลงจากนิยายวายบน Dek-D
    BL สร้างฐานแฟนในโลกออนไลน์ก่อน แล้วทีวีจึงเข้ามารับไม้ต่อ

  • ทีวีเป็นสะพาน ไม่ใช่จุดเริ่มต้น
    BL ใช้ช่องฟรีทีวีอย่างช่อง 9 เป็นเหมือนหน้าต่างพาคอนเทนต์จากออนไลน์ไปสู่ผู้ชมวงกว้าง จากนั้นส่วนใหญ่กลับไปเลือกแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ทั้ง LINE TV, YouTube, WeTV, iQIYI, Viu ฯลฯ

ช่องทางฉายที่แบกจักรวาล GL

เมื่อสำรวจช่องทางออกอากาศของ 51 เรื่อง GL จะเห็นภาพแบบนี้

  • YouTube – แพลตฟอร์มหลัก (36 เรื่อง / 34.29%)

    • เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ทำให้ GL ไปไกลกว่าประเทศ

    • ตอนเปิดของ GAP The Series มียอดวิวรวมถึง 63 ล้านครั้ง (24 มิ.ย. 2025)

  • GMM25 – ดิจิทัลทีวีแถวหน้าของ GL (12 เรื่อง / 11.43%)

    • ตั้งแต่ รักเธอรักเขาและรักของเรา (2013)

    • รักออนไลน์ (2016)

    • Magic of Zero ตอน Zero Photography (2022)

    • 23.5 องศาที่โลกเอียง, Love Senior ฯลฯ

  • iQIYI – สตรีมมิ่งจีนที่แบก GL ไทย (11 เรื่อง / 10.48%)

    • เช่น 23.5 องศาที่โลกเอียง, Affair รักเล่นกล, Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก
      สะท้อนว่า GL ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ตลาดไทย แต่แพลตฟอร์มจีนก็เห็นศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

  • Channel 3 – ฟรีทีวีเมนสตรีม (6 เรื่อง / 5.71%)

    • GAP The Series, The Secret of Us ฯลฯ
      การที่ช่องหลักลงมาทำ GL เอง แปลว่าตลาดนี้ไม่ใช่ niche อีกต่อไป

  • One31 – 7 เรื่อง (6.67%), Amarin TV / WeTV – ช่องละ 5 เรื่อง (4.76%), LINE TV – 4 เรื่อง, Netflix – 3 เรื่อง
    บวกช่อง/แพลตฟอร์มรายอื่น เช่น Facebook, Viu, GagaOOLala, MCOT, PPTV, Thai PBS, TikTok, Viki, Workpoint TV ที่มีอย่างละ 1-2 เรื่อง

รวมๆ แล้ว GL ใช้เวลาเกือบ 8 ปี ในฐานะ “ส่วนประกอบ” ของซีรีส์อื่นเพื่อปูทาง ก่อนจะขึ้นมาเป็นเมนโปรเจกต์ โดยจุดพลิกชัดคือปี 2022 ที่ ทฤษฎีสีชมพู พิสูจน์ว่า GL สามารถเป็นซีรีส์ใหญ่ยาว 12 ตอน ฟูลโปรดักชัน และขายทั้งทีวี+ออนไลน์ได้พร้อมกัน

สองขั้วใหญ่ในอุตสาหกรรม: GMMTV vs CHANGE2561 (และเพื่อนบ้าน)

ในฝั่ง BL การสำรวจพบว่ามีบริษัทผู้ผลิตรวมกว่า 131 บริษัท ช่วงปี 2014-2023 โดย GMMTV ถือธงนำแบบชัดเจน ผลิต BL ถึง 58 เรื่อง (19.46%) ตั้งแต่ SOTUS, 2gether, Bad Buddy ฯลฯ

ส่วนฝั่ง GL แม้จะมีบริษัทผู้ผลิตน้อยกว่า (เพียง 36 บริษัท ช่วง 2013-2025) แต่เริ่มเห็น “ค่ายใหญ่” และ “หน้าใหม่ไฟแรง” กระโดดลงมาเล่นเยอะขึ้น

ผู้เล่นหลักที่ถือธง GL ตอนนี้ ได้แก่

  • CHANGE2561 – 5 เรื่อง (8.62%)
    ค่ายที่คนจดจำจาก Club Friday ในฐานะผู้เล่าเรื่องหญิง–หญิงดราม่าเข้มข้นมาตั้งแต่ยุคแรก
    ผลงานเด่น

    • Affair รักเล่นกล

    • Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย
      ที่สำคัญ Love Bully ดึงคู่จิ้นระดับโซเชียล #อิงล็อต (อิงฟ้า–ชาล็อต) มารับบทคู่ GL แบบเต็มตัว

  • GMMTV – 5 เรื่อง (8.62%)
    จากยักษ์ใหญ่สาย BL มาสู่การเอาจริงกับ GL
    แพ็กเกจสำคัญคือ

    • 23.5 องศาที่โลกเอียง – ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของ GMMTV ที่ให้คู่ #มิ้ลค์เลิฟ ขึ้นแท่นคู่หลัก

    • ยังเตรียมปล่อย Whale Store xoxo คุณวาฬร้านชำ ที่ยังใช้คู่ #มิ้ลค์เลิฟ ถอดรหัสชัดว่าค่ายมองเห็นตลาด GL แบบยาวๆ

  • IDOL FACTORY – 3 เรื่อง (5.17%)
    ผู้ปลุกกระแสด้วย GAP The Series
    คู่ #ฟรีนเบค กลายเป็นต้นทางของพลังแฟนด้อม GL ทั้งการดันยอดวิว การสร้างงานแฟนมีตต่างประเทศ และการผลักให้แบรนด์ระดับโลกหันมามองศิลปิน GL ไทย

  • บริษัท สตาร์ทติ้ง จำกัด – 3 เรื่อง (5.17%)
    อีกหนึ่งผู้เล่นที่ช่วยขยายจักรวาล GL ให้หลากหลายขึ้น

  • กลุ่มค่ายกลาง-เล็กที่มี 2 เรื่อง/ค่าย (3.45%)
    เช่น iSM BRANDED ENTERTAINMENT, GTH/GDH, Nadao Bangkok, Miss Grand Organization, Star Hunter, Kongthup Production ฯลฯ
    หลายค่ายมอง GL เป็นสนามทดลองที่ถ้าเวิร์ก ก็สามารถต่อยอดไปสู่โปรเจกต์ใหญ่ได้ทันที

  • ค่ายที่มี 1 เรื่องแต่น้ำหนักน่าเกินตัว (1.72%)
    ทั้ง ATIME, Me Mind Y, Studio Wabi Sabi, TV Thunder, U ENTERTAINMENT, ช่อง 3, ไทยพีบีเอส ฯลฯ
    การที่ทีวีสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส หรือช่องหลักอย่างช่อง 3 ลงมาทำ GL เอง แปลว่า GL ถูกมองเป็น “พื้นที่ต้องมี” ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว

ช่อง 3 ลงทุนกับ The Secret of Us ใจซ่อนรัก ดันคู่จิ้น #หลิงออม ให้ออกจอหลักประเทศ ขณะที่ไทยพีบีเอสหยิบ หม่อมเป็ดสวรรค์ มาตีความใหม่ในมุมหญิงรักหญิงยุคนี้ เป็นการส่งสัญญาณชัดว่า GL ไม่ได้อยู่แค่ในสาย commercial แต่ยังเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่พูดเรื่องวัฒนธรรมและความหลากหลายอย่างจริงจัง

พร้อมกันนั้น ฟรีทีวียักษ์ใหญ่อย่าง ช่อง 7 ก็เริ่มส่งสัญญาณด้วยการนำโปรเจกต์ บ้านวาทินวณิช (Sapphic Series Mega Project: 4 Elements) ลงผังไพรม์ไทม์ทุกคืนวันเสาร์ แสดงให้เห็นว่าการแย่งพื้นที่แซฟฟิกบนฟรีทีวีกำลังเริ่มแล้วจริงๆ

เมื่อเวทีนางงามกลายเป็นโรงเรือนเพาะ “คู่จิ้น GL”

อุตสาหกรรมซีรีส์ไม่ใช่ที่เดียวที่ปั้นคู่จิ้น GL ให้ดัง เวทีนางงามอย่าง Miss Grand Organization กลายเป็นอีกโรงงานผลิตคู่จิ้นหญิง–หญิงชั้นดี

  • จุดเริ่มที่ทุกคนรู้จักคือ #อิงล็อต (อิงฟ้า วราหะ – ชาล็อต ออสติน)
    จากการเป็นผู้เข้าประกวดที่เคมีเข้ากันเกินเวที ไปสู่การมีฐานแฟนคลับแน่นจนถูกต่อยอดเป็นซีรีส์และอีเวนต์ต่างๆ

  • ตามมาด้วยคู่อื่นๆ เช่น #มีนเบ้บ #จ๊าบหลิน #โซน่า ที่เกิดจากโมเมนต์ระหว่างผู้เข้าประกวด แล้วแฟนๆ พาไปต่อในโลกออนไลน์เอง

ความแรงของกระแสรักเพื่อนนางงาม ทำให้ Miss Grand ไม่อยู่เฉย และเลือก “ต่อยอดด้วยซีรีส์ตัวเอง” เช่น

  • Show Me Love แค่อยากบอกรัก – ซีรีส์ GL เรื่องแรกที่ใช้คู่จิ้นจากเวทีตัวเองนำแสดง

  • หยดฝนกลิ่นสนิม – ร่วมผลิตกับ TV Thunder

  • โปรเจกต์ล่าสุด #บริษัทนี้ไม่มีจำกัด ที่ดึงคู่จิ้นเกือบทั้งจักรวาล Miss Grand มารวมอยู่ในจักรวาลเดียวกัน

ผลลัพธ์คือมูลค่าเพิ่มทั้งองค์กรและตัวนางงาม ผ่าน

  • งานแฟนมีตที่เต็มฮอลล์

  • ไลฟ์ขายของแบบคู่จิ้น

  • การรีแพ็ก “นางงาม” ให้เป็น “ดารา GL” แบบสมบูรณ์

Uncut, นิยาย และความแตกต่างจากจักรวาล BL

เมื่อมองไปที่ระดับความ “แรง” ของ GL เทียบกับ BL ยังเห็นช่องว่างอยู่พอสมควร

  • ซีรีส์ GL ที่มี เวอร์ชัน Uncut มีเพียง 16 เรื่อง (31.37%)

  • ที่เหลือ 35 เรื่อง (68.63%) ไม่มีฉบับ Uncut

ในขณะที่ BL บางเรื่องพัฒนาไปถึง “Sultrier version” ที่ดันเลเวลความเข้มข้นทางกายภาพและอารมณ์ขึ้นไปอีก GL ยังเดินอย่างระมัดระวังมากกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการยอมรับของตลาดและแพลตฟอร์ม

ด้านที่น่าสนใจอีกข้อคือ “ที่มาของบท”

  • 19 เรื่อง (37.25%) มาจากนิยาย

  • 32 เรื่อง (62.75%) เป็นบทใหม่ที่เขียนขึ้นสำหรับซีรีส์โดยตรง

แปลว่าจักรวาล GL ไม่ได้พึ่งแต่นิยายวายหญิง–หญิงเท่านั้น แต่เริ่มมีทีมเขียนบทที่ตั้งใจสร้างเรื่อง GL โดยเฉพาะมากขึ้นเรื่อยๆ

ปรากฏการณ์ “จิ้นนอกจอ”: เมื่อคู่ GL กลายเป็นชีวิตจริงในใจแฟนด้อม

ในบรรดา 38 คู่จิ้น GL ที่เกิดจาก 51 ซีรีส์ มีอย่างน้อย 10 คู่ ที่สร้างปรากฏการณ์ “จิ้นนอกจอ” แบบจับต้องได้จริง ทั้งโมเมนต์ร่วมงาน การทำกิจกรรม การถ่ายงานคู่ และการผลักดันของแฟนคลับอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างคู่ที่โดดเด่น ได้แก่

  • #ฟรีนเบค

    • คู่ที่ทำให้ GAP กลายเป็นปรากฏการณ์

    • ตอนแรกของซีรีส์ใน YouTube มียอดรวมถึง 63 ล้านวิว

    • แฮชแท็กติดเทรนด์ไทย–โลกซ้ำๆ

    • ทั้งคู่ไปไกลถึงการเป็น Brand Ambassador ระดับโลก

      • Freen – Maison Valentino

      • Becky – L’Oreal Paris Makeup

  • #อิงล็อต

    • จากเวที Miss Grand ไปสู่สถานะคู่จิ้นที่งานแน่นทั้งในและนอกประเทศ

  • #หลิงออม

    • คู่จาก The Secret of Us ใจซ่อนรัก

    • ตอนแรกใน YouTube ทำยอดวิวได้ถึง 13.7 ล้าน

  • #มิ้ลค์เลิฟ, #ฝ้ายโยโกะ, รวมถึงคู่รุ่นใหญ่ #ธัญญ่าหนิง จาก Club Friday
    ที่แฟนๆ จิ้นเกินจอ แม้ชีวิตจริงบางคนจะแต่งงานแล้ว แต่เคมีกับตัวละครทำให้เกิดแฟนด้อมจริงจัง

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า GL ไม่ได้เป็นเพียง “แนวหนึ่งในซีรีส์” แต่กำลังสร้าง ไอดอลแซฟฟิก ที่มีอิทธิพลต่อแบรนด์ ตลาดต่างประเทศ และการรับรู้ต่อความหลากหลายทางเพศในวงกว้าง

GL ในฐานะซอฟต์พาวเวอร์: จากไทม์ไลน์ Instagram ถึงทัวร์แฟนมีตทั่วโลก

เมื่อมองตัวเลขใน Instagram จะเห็นภาพชัดว่า GL ไม่ได้มีพลังแค่ในไทย แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์วัฒนธรรมระดับนานาชาติ

ยอดฟอลโลว์ (24 มิ.ย. 2025)

  • #ฟรีนเบค

    • Freen (@srchafreen) ~ 4.7 ล้าน

    • Becky (@beccca) ~ 4.3 ล้าน

  • #มิ้ลค์เลิฟ

    • Milk (@panly.v) ~ 2 ล้าน

    • Love (@loverrukk) ~ 4 ล้าน

  • #หลิงออม

    • Lingling (@linglingkwong) ~ 2.4 ล้าน

    • Orm (@orm.kornnaphat) ~ 2.3 ล้าน

  • #อิงล็อต

    • อิงฟ้า (@fa_engfa8) ~ 4.1 ล้าน

    • ชาล็อต (@itscharlotty) ~ 1.7 ล้าน

ถัดจากยอดฟอลฯ ไปดูจำนวน แฟนมีต/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศ (2023-มิ.ย. 2025) ยิ่งชัดเข้าไปอีก

  • #ฟรีนเบค – 19 ครั้ง

    • ฟิลิปปินส์ 6 ครั้ง

    • จีน 5 ครั้ง (รวมฮ่องกง)

    • ญี่ปุ่น 3 ครั้ง

    • ไต้หวัน 2 ครั้ง

    • เวียดนาม 2 ครั้ง

    • สิงคโปร์ 1 ครั้ง

  • #อิงล็อต – 17 ครั้ง

    • สหรัฐอเมริกา 12 ครั้ง – บุกอเมริกาเหนือเต็มตัว

    • ฟิลิปปินส์ 2 ครั้ง

    • กัมพูชา, จีน, เวียดนาม ประเทศละ 1 ครั้ง

    • มีงานในเม็กซิโกซิตี้ และเซาเปาโล บราซิล เปิดตลาดอเมริกาใต้เพิ่ม

    • ยังมีตาราง Fanmeeting World Tour 2025 ในยุโรป (บาร์เซโลนา, ปารีส, ลอนดอน)

  • #หลิงออม – 10 ครั้ง

    • จีน 6 ครั้ง (รวมฮ่องกง–มาเก๊า)

    • ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, เวียดนาม ประเทศละ 1 ครั้ง

  • #มิ้ลค์เลิฟ – 9 ครั้ง

    • จีน 5 ครั้ง

    • ไต้หวัน 2 ครั้ง

    • ฟิลิปปินส์, เวียดนาม อย่างละ 1 ครั้ง

รวมแล้ว 4 คู่นี้เดินสายแฟนมีต/คอนเสิร์ตคู่ต่างประเทศถึง 55 ครั้ง ภายในสองปีครึ่ง และส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวในเอเชีย แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ #อิงล็อต ที่สามารถบุก อเมริกาเหนือ–ใต้–และกำลังจะสู่ยุโรป ได้อย่างจริงจัง เปิดเส้นทางใหม่ให้ GL ไทยต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์นอกเอเชีย

จาก “ทอมดี้” สู่ “แซฟฟิก”: วิวัฒนาการตัวละครและกรอบความสัมพันธ์

คำว่า แซฟฟิก (Sapphic) มีรากมาจากกวีหญิงชาวกรีกโบราณ แซฟโฟ (Sappho) ใช้เป็น umbrella term ครอบคลุมความสัมพันธ์/แรงดึงดูดระหว่างผู้หญิงทุกรูปแบบ เทียบได้กับหญิงที่ระบุตัวเองเป็น lesbian, bisexual, pansexual, asexual, non-binary, trans ฯลฯ

ในไทย คำนี้เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นราวปี 2022 และถูกนำมาใช้เรียกซีรีส์ GL ว่า “ซีรีส์แซฟฟิก” เพื่อยืนยันว่ามันกว้างกว่าภาพจำ “ทอมดี้” แบบในอดีต

ยุค “ทอม–ดี้” คือภาพจำหลัก

  • ตัวละคร ทอม ถูกใช้เป็นพระเอก (นางเอกคนที่ 1)
    ผมสั้น เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ บุคลิกแมน แต่งตัวคล้ายผู้ชาย
    เช่น เจ จาก Club Friday, เอ้ใน รักออนไลน์, อลิสในสงครามนางงาม 2 ฯลฯ

  • ตัวละครอีกฝ่ายมักถูกเขียนให้เป็นผู้หญิงที่ เคยคบผู้ชายมาก่อน แล้วหันมาชอบทอมภายหลัง
    เป็นดี้แบบที่ยังแต่งตัวผู้หญิง แต่รักคนที่แมนกว่า เช่น พาย–คิม ใน Yes or No ที่ใช้พล็อต “จากไม่ชอบทอม → รักทอม” เพื่อพาไปสู่การตั้งคำถามเรื่องขอบเขตเพศสภาพ

กรอบนี้ทำให้ภาพหญิงรักหญิงถูกบีบให้อยู่ในบทบาทคู่ตรงข้ามชัดเจน (ผู้นำ–ผู้ตาม) ใกล้เคียงการจำลองชาย–หญิงมากกว่าความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนจริงๆ

ยุคแซฟฟิก: ผู้หญิงสองคนในฐานะผู้หญิงเต็มตัว

GL ยุคใหม่เริ่มเล่าเรื่องราวของผู้หญิงสองคนที่ “เป็นผู้หญิงทั้งคู่” โดยไม่ต้องมีฝ่ายไหนก้าวเป็นทอมชัดเจนอีกต่อไป เช่น

  • รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday 8) – ซี (เจ้าของห้องเสื้อ) ที่รู้ตัวว่าชอบผู้หญิง มาตกหลุมรักเคท นางแบบ ทั้งคู่แต่งตัวเป็นผู้หญิงเต็มๆ แต่ต้องชนกับข้อจำกัดเรื่องการมีลูกด้วยกัน

  • ดาว–ก้อย ในฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2, ภา–อิ๊ง ใน Bad Buddy
    ทั้งสองคู่แต่งตัวเป็นผู้หญิงทั่วไป แต่มีความชัดเจนในความรู้สึกที่มีให้กัน เปิดทางให้คนดูเห็นความรักหญิง–หญิงแบบธรรมชาติ ไม่ต้องมีสัญลักษณ์ทอมดี้มาค้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้ยุคใหม่จะพยายามหลุดกรอบทอมดี้ แต่เราเริ่มเห็นอีกชุดคำศัพท์อย่าง “โพสิชั่น (Position)” เข้ามาแทนที่ – ใครเป็นผู้นำ, ใครเป็นผู้ตามในความสัมพันธ์ โดย

  • ถูกสื่อผ่านการแต่งกาย (สูท vs เสื้อเปิดไหล่)

  • โปสเตอร์ที่วางท่าทางให้ “ฝั่งพระเอก” ประคอง “ฝั่งนางเอก”

  • พฤติกรรม/บุคลิกที่ส่งสัญญาณว่าใครรุก–ใครรับ

ภาพนี้ปรากฏชัดมากในโปสเตอร์โปรเจกต์ Sapphic Series Mega Project: 4 Elements บ้านวาทินวณิช ที่ใช้คอสตูมเป็นตัวเล่าโพซิชันอย่างจงใจ

สำรวจรสนิยมตัวละคร GL: ลื่นไหลกว่าฝั่ง BL อย่างไร

Rocket Media Lab เคยสำรวจฝั่ง BL 209 เรื่อง (2014-2023) พบว่ามี 129 เรื่อง (61.72%) ที่ตัวละครหลักแสดงชัดว่าชอบเพศเดียวกัน

ฝั่ง GL มีการสำรวจตัวละครหลักทั้งหมด 102 ตัว จาก 51 คู่ โดยแบ่งบทเป็น “นางเอกคนที่ 1” และ “นางเอกคนที่ 2” แล้วจัดกลุ่มรสนิยมทางเพศ พบว่า GL มีความ “ลื่นไหล” สูงกว่า

กลุ่มที่ 1 – ไม่ระบุ/ไบเซ็กชวล หรือมีความลื่นไหล (52 ตัวละคร / 50.98%)

เป็นกลุ่มที่เจอมากที่สุด ทั้งในนางเอกคนที่ 1 (27 ตัวละคร) และนางเอกคนที่ 2 (25 ตัวละคร)

ลักษณะร่วมคือ ซีรีส์ไม่ได้เน้น “ปักธงอัตลักษณ์” แต่เล่าให้เห็นว่าคนนี้รักผู้หญิงคนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องตอบคำถามว่าเธอเป็น lesbian, bi หรืออะไรแน่

ตัวอย่าง

  • The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (2016)
    ความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างปอง–เติ้ล–เท็ด จบแบบปลายเปิด ปล่อยให้คนดูตีความเองว่าใจปองอยู่ที่ใคร

  • Club Friday 11 ตอน รักล้ำเส้น (2019)
    บุหงา–ธาร ไม่เคยชอบผู้หญิงมาก่อน แถมมีสถานะ “แม่สามี–ลูกสะใภ้” แต่กลับดึงดูดกันแบบท่วมท้น เนื้อเรื่องเล่นกับความสัมพันธ์ต้องห้ามมากกว่าคำว่าตัวเองเป็นอะไร

  • Lucky My Love รักนี้มากับดวง (2023)
    นับดาวมีประวัติเดตผู้ชาย ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์กับเวฬาอีกที

  • Reverse 4 You ดาวบริวาร (2024)
    จัตวา–โฟร์ตกหลุมรักกันในสถานการณ์เหนือจริง โดยไม่เน้นว่าแต่เดิมชอบเพศไหน

  • หม่อมเป็ดสวรรค์ (2024)
    เล่าความสัมพันธ์ของคุณขำ–คุณสุดในบริบทอดีต สะท้อนความรักที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบสมรสชาย–หญิง แต่น้ำหนักอารมณ์พาไปสู่การอ่านว่าเธอทั้งคู่มีความรู้สึกลึกซึ้งให้กัน

กลุ่มที่ 2 – แซฟฟิกเต็มตัว: ชอบผู้หญิงชัดเจน (38 ตัวละคร / 37.25%)

ตัวละครกลุ่มนี้เปิดเรื่องมาพร้อมอัตลักษณ์ชัดว่า “ฉันชอบผู้หญิง” ทั้งในนางเอกคนที่ 1 (18 คน) และคนที่ 2 (20 คน)

ตัวอย่าง

  • รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday 8, 2017)
    ซีรู้ตัวว่าชอบผู้หญิงมาตั้งแต่ต้น รักเคทอย่างชัดเจน ความขัดแย้งอยู่ที่กฎหมาย–ระบบการแพทย์ที่ไม่รองรับคู่หญิง–หญิงในการมีลูก

  • Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย (2023)
    มะนาวรุกจีบเกี๊ยวซ่าแบบเปิดหน้า ส่วนเกี๊ยวซ่าก็เคยมีรักแรกเป็นผู้หญิงมาก่อน แถมมะนาวเองก็เคยมีประสบการณ์กับผู้หญิงคนอื่นด้วย

  • The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์ (2024)
    หม่อมเจ้าหญิงอนิลภัทร–หม่อมราชวงศ์ปิลันธิตา รักกันอย่างเปิดเผยในระดับอารมณ์ แม้บริบทจะเป็นพีเรียดที่ชนกับฐานันดรศักดิ์และขนบสังคมเข้มงวด

กลุ่มที่ 3 – เคยชอบผู้ชายมาก่อน (12 ตัวละคร / 11.76%)

เป็นกลุ่มที่เจอน้อยสุด แต่สะท้อนมิติ “เริ่มต้นใหม่” ของผู้หญิงได้ชัด โดยทั้งนางเอกคนที่ 1 และ 2 มีฝั่งละ 6 คน

ตัวอย่าง

  • รักออนไลน์ (Club Friday 7, 2016)
    เอ้เคยแต่งงานและมีลูก ก่อนปลอมเป็นผู้ชายไปคุยกับรุ้งออนไลน์แล้วเผลอรักจริง ความขัดแย้งคือการเผชิญหน้ากับความจริงว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงเหมือนกัน

  • 7 Project ตอน Remember (2021)
    พราวพยายามลืมแฟนเก่าที่เป็นผู้ชาย ก่อนมาพบใจดีและเริ่มสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

  • 23.5 องศาที่โลกเอียง (2023)
    องศาเคยมีแฟนผู้ชายมาก่อน แต่พอแอบชอบซันก็ต้องถามตัวเองว่า “การบอกรักผู้หญิงด้วยกันมันโอเคไหม”
    แถมเรื่องนี้ยังมีคู่ครูนิดา–แบมแบมที่เป็นคู่รักหญิงข้ามเพศทั้งคู่ ซึ่งแทบไม่เคยถูกเล่าในสื่อไทยมาก่อน

  • Love Bully รักให้ร้าย (2024)
    ไนท์เคยคบผู้ชายและแบกปมเรื่องพ่อที่เป็นกะเทยมาทั้งชีวิต ขณะที่ไอรีนต้องเจอกำแพงใหญ่จากแม่ที่รับไม่ได้ที่ลูกสาวรักผู้หญิงด้วยกัน

จุดที่น่าสนใจคือ GL กล้ามีตัวละครที่ เป็นแม่ม่าย แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผ่านการหย่าร้าง แล้วมาพบรักใหม่กับผู้หญิง ในขณะที่ BL แทบไม่ค่อยมีตัวละครหลักที่เป็นพ่อม่ายหรือเคยสร้างครอบครัวมาก่อน
ต่างกันชัด: BL มักเล่า “รักครั้งแรกของหนุ่มมหา’ลัย” ส่วน GL ชอบเล่า “รักครั้งใหม่ของผู้หญิงที่ผ่านโลกมาแล้ว”

ใครคู่กับใคร: แพตเทิร์นรสนิยมในคู่ GL

ถ้าลงลึกไปอีกว่า “นางเอกคนที่ 1” มักจับคู่กับ “นางเอกคนที่ 2” แบบไหน จะเห็นแพตเทิร์นที่น่าสนใจ

  • นางเอกคนที่ 1 – ลื่นไหล/ไม่ระบุ (27 ตัวละคร)

    • จับคู่กับนางเอกคนที่ 2 ที่ลื่นไหลเหมือนกันถึง 18 ตัวละคร
      → คู่ไบ/ไม่ระบุ × ไบ/ไม่ระบุ คือแพตเทิร์นที่เจอบ่อยสุด

    • จับคู่กับฝั่ง “ชอบผู้หญิงมาก่อน” 5 ตัวละคร

    • จับคู่กับฝั่ง “เคยชอบผู้ชายมาก่อน” 4 ตัวละคร

  • นางเอกคนที่ 1 – ชอบผู้หญิงชัด (18 ตัวละคร)

    • จับคู่กับนางเอกคนที่ 2 ที่ก็ชอบผู้หญิงชัดเหมือนกันถึง 14 ตัวละคร

    • อีก 4 ตัวละคร จับคู่กับฝั่งลื่นไหล/ไม่ระบุ

  • นางเอกคนที่ 1 – เคยชอบผู้ชายมาก่อน (6 ตัวละคร)

    • จับคู่กับนางเอกคนที่ 2 ที่เคยชอบผู้ชายเหมือนกัน 2 ตัวละคร

    • จับคู่กับฝั่งลื่นไหล/ไม่ระบุ 3 ตัวละคร

    • จับคู่กับฝั่งที่ชอบผู้หญิงชัดเพียง 1 ตัวละคร

สิ่งที่ ไม่เจอเลย ใน GL คือประเภทที่ตัวละครตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ตัวเองแบบหนักหน่วงยาวๆ อย่างที่มักพบใน BL หลายเรื่อง
ฝั่ง GL ส่วนใหญ่ “ตกหลุมรักกันโดยธรรมชาติ” แล้วค่อยไปชนกำแพงภายนอก เช่น

  • ครอบครัวที่ต้องการให้แต่งกับผู้ชาย

  • ความคาดหวังเรื่องหน้าตา–ฐานะ–การมีลูกสืบสกุล

ความขัดแย้งหลักจึงมักมาจาก สถาบันครอบครัวและขนบสังคม มากกว่าการสู้กับตัวเองภายในใจ

รากวัฒนธรรม: จาก “เล่นเพื่อน” สู่แนวคิด “กลับบ้าน”

ความลื่นไหลของ GL ไทยไม่ได้โผล่มาแบบไร้ที่มาที่ไป แต่โยงกับบริบทประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมพอสมควร

  • ในประวัติศาสตร์ไทยมีคำว่า “เล่นเพื่อน” ในสมัยรัตนโกสินทร์ ที่ใช้เรียกความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้หญิงในราชสำนัก ซึ่งไม่ได้แปลว่าปฏิเสธการแต่งกับผู้ชาย แต่อยู่ร่วมกับกรอบสังคมไปพร้อมกับความรักของตัวเอง

  • งานวิจัย The matrices of female bonding and lesbian sexuality: female homoerotic cinema in Mainland China โดย Fan Yang เสนอแนวคิด “Coming-Home” ว่าเลสเบี้ยนจีนจำนวนมากไม่ได้เน้น “Coming Out” แบบตะวันตกที่เน้นการประกาศตัวตนทางการเมือง แต่เน้น “ทำให้ครอบครัวยอมรับคนรัก” มากกว่า

แนวคิดนี้สอดกับ GL ไทยที่ตัวละครไม่ได้ต้องการปฏิวัติสังคม แต่ฝันอยาก “ใช้ชีวิตกับคนที่รักไปพร้อมกับครอบครัว” มากกว่า

ถ้า BL มักพูดถึงแรงกดดันในฐานะ ลูกชาย ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง GL ก็พูดถึงแรงกดดันในการเป็น ลูกสาว/ภรรยา/แม่ ในกรอบคาดหวังดั้งเดิม
ดังนั้น การต่อสู้ในจักรวาล GL จึงไม่ใช่แค่ “ขอให้ยอมรับความรักแบบหญิง–หญิง” แต่คือการเสนอทางเลือกชีวิตใหม่ของผู้หญิงไทยในสังคมปัจจุบันด้วย

GL ไทยวันนี้: ไม่ใช่แค่เทรนด์วาย แต่คือจักรวาลเล่าเรื่องผู้หญิงที่เต็มไปด้วยทางเลือก

ตลอดระยะกว่า 13 ปี นับจากคลื่นแรกของ Yes or No, Club Friday ไปจนถึง GAP, 23.5°, The Secret of Us, บ้านวาทินวณิช และอีก 51 เรื่อง 38 คู่จิ้น จักรวาล GL ไทยเดินทางไกลมากกว่าคำว่า “ทอมดี้” แบบสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง

เรากำลังเห็น

  • ซีรีส์ที่กล้าเล่าความรักหญิง–หญิงในฐานะ รักครั้งใหม่ของผู้หญิงที่ผ่านโลกมาแล้ว

  • ตัวละครที่ไม่ได้ติดกับดักภาพจำทอม–ดี้ แต่พูดถึงความลื่นไหล ความไม่จำกัดกรอบของแรงดึงดูด

  • แพลตฟอร์มระดับโลกและฟรีทีวีเมนสตรีมที่แย่งกันซื้อลิขสิทธิ์–ผลิต GL

  • คู่จิ้นแซฟฟิกไทยที่ออกเดินสายแฟนมีตรอบโลก กลายเป็นหน้าใหม่ของซอฟต์พาวเวอร์ไทยเคียงข้าง BL

จักรวาล GL ไทยจึงไม่ใช่แค่หมวดหมู่ในเมนูซีรีส์ แต่คือ สนามเล่าเรื่องของผู้หญิงไทย ที่ทั้งกล้ารัก กล้าท้าทายขนบ และยังกล้าฝันถึงการได้ “กลับบ้าน” พร้อมคนที่ตัวเองรักไปพร้อมๆ กันด้วย