Apple อาจกำลังเตรียมเปลี่ยนแผนครั้งใหญ่ในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ หลังมีรายงานว่าบริษัทเตรียมใช้ Intel Foundry ผลิตชิป Apple Silicon บางส่วนในอนาคต
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Apple อาจเลือกใช้ Intel 18A-P สำหรับชิป M7 ที่จะเข้าสู่การผลิตช่วงปลายปี 2027 และอาจใช้ Intel 14A สำหรับชิป iPhone รุ่นใหม่ในปี 2028 ด้วย
ถ้าข่าวนี้เป็นจริง จะถือเป็นครั้งสำคัญมาก เพราะหลัง Apple เปลี่ยนจาก Intel มาใช้ Apple Silicon ในปี 2020 หลายคนมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทแทบจบลงไปแล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือน Apple อาจกลับไปพึ่ง Intel อีกครั้ง เพียงแต่ในฐานะ “โรงงานผลิตชิป” แทน
Apple กำลังหาทางลดการพึ่ง TSMC
ปัจจุบัน Apple พึ่ง TSMC แทบทั้งหมดสำหรับการผลิตชิป iPhone, Mac และ iPad
ปัญหาคือช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา TSMC ต้องรับออเดอร์มหาศาลจากบริษัท AI ทั่วโลก ทั้ง NVIDIA, AMD และบริษัท data center จำนวนมาก ทำให้กำลังการผลิตเริ่มตึงตัวมากขึ้น
รายงานหลายแห่งระบุว่า Apple เริ่มกังวลเรื่อง supply constraint และต้องการกระจายความเสี่ยงของซัพพลายเชน
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า Apple เริ่มพูดคุยกับ Intel และ Samsung เพื่อใช้เป็นผู้ผลิตสำรองในอนาคต โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ
และข่าวลือล่าสุดก็ดูเหมือนจะยืนยันว่า Apple เริ่มขยับจริงจังมากขึ้นแล้ว
M7 อาจใช้ Intel 18A-P
ข้อมูลจาก GFHK Monthly Call ที่ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านหลายสื่อระบุว่า Apple และ Intel อาจเซ็นข้อตกลงกันตั้งแต่ปลายปี 2025 แล้ว
รายงานอ้างว่า ชิป M7 สำหรับ MacBook รุ่นอนาคตจะใช้กระบวนการผลิต Intel 18A-P และอาจเริ่ม mass production ช่วงปลายปี 2027
Intel 18A-P ถือเป็นเวอร์ชันปรับแต่งของ Intel 18A ที่เน้น performance-per-watt สำหรับอุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ
หลายฝ่ายมองว่า node นี้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับ TSMC 2nm โดยตรง และอาจเป็นโอกาสสำคัญของ Intel Foundry ที่ต้องการดึงลูกค้าระดับโลกกลับมา
iPhone อาจใช้ Intel 14A ในปี 2028
นอกจาก M7 แล้ว ข่าวลือยังพูดถึงชิป iPhone รุ่นอนาคตด้วย
รายงานระบุว่า Apple อาจใช้ Intel 14A สำหรับชิป iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าอาจเป็น A21 หรือชิปที่ใช้ใน iPhone ช่วงปี 2028
Intel 14A ถือเป็น node รุ่นถัดไปของบริษัท และยังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ Intel วางให้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของธุรกิจ Foundry ในอนาคต
ถ้า Apple ใช้งานจริง จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของ Intel เพราะ Apple ถูกมองว่าเป็นลูกค้าระดับสูงที่สุดรายหนึ่งของวงการเซมิคอนดักเตอร์
การเมืองอาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญ
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ
หลายรายงานระบุว่า Donald Trump สนับสนุนให้บริษัทเทคโนโลยีหันมาใช้ Intel มากขึ้น เพื่อผลักดันการผลิตชิปในอเมริกา
Wall Street Journal ยังอ้างว่า Trump เคยพูดกับ Tim Cook ตรง ๆ ว่า “I like Intel” ระหว่างหารือเรื่องอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
นั่นทำให้หลายฝ่ายมองว่า ดีลระหว่าง Apple กับ Intel ไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่ยังเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้วย
โดยเฉพาะในช่วงที่ความเสี่ยงด้าน supply chain ของไต้หวันยังเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก
แต่ Apple อาจยังไม่ทิ้ง TSMC
แม้ข่าวนี้จะสร้างกระแสใหญ่ แต่หลายฝ่ายมองว่า Apple ไม่น่าจะย้ายออกจาก TSMC ทั้งหมด
เพราะ TSMC ยังถูกมองว่าเป็นผู้นำด้าน advanced manufacturing ทั้งเรื่อง yield และเสถียรภาพในการผลิต
สิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า คือ Apple ใช้แนวทาง “dual sourcing” หรือกระจายผู้ผลิตหลายราย เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มกำลังผลิต
โดยเฉพาะชิประดับ entry-level หรือรุ่นที่ไม่ได้ใช้ volume สูงเท่า iPhone Pro
สำหรับ Intel นี่จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา หลังบริษัทเสียตำแหน่งผู้นำด้านชิปไปหลายปี
และถ้าข่าวลือนี้เกิดขึ้นจริง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ปี 2027–2028 อาจเปลี่ยนสมดุลครั้งใหญ่อีกครั้งเลยทีเดียว
ที่มา wccftech


ความคิดเห็น