รับแอปรับแอป

จีไอเอสเร่งสปีดไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ปักหมุดปี 2570 พลิกเกมด้วย Location Intelligence และ Wearables

ธนบดี สุขสวัสดิ์01-30

จีไอเอสขยับหมากใหญ่ ดัน GIS เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของชาติ

กลุ่มบริษัทซีดีจีประกาศปรับทัพครั้งสำคัญ แต่งตั้ง ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำด้านระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร

ภารกิจใหม่คือการผลักดัน GIS เทคโนโลยีให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ (National Digital Infrastructure) ภายในปี 2570 เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทุกภาคส่วน และต่อยอดสู่โซลูชันที่ยกระดับคุณภาพสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.ธนพร มองว่า Geographic Information System (GIS) กำลังถูกยกระดับให้เป็นเทคโนโลยีหลักในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของหลายประเทศทั่วโลก ผ่านนโยบายด้าน Geospatial Data Governance และการพัฒนา National Spatial Data Infrastructure (NSDI) เพื่อใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ การกำหนดนโยบาย และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ในภาพใหญ่ของโลก ปี 2573 ตลาด GIS ทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ากว่า 860,000 ล้านบาท โดยมีคลาวด์และ AI เป็นแรงขับสำคัญ ท่ามกลางภูมิทัศน์ดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ GIS กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่องค์กรยุคใหม่ “ต้องมี” ไม่ใช่แค่ “อยากมี”

Location Intelligence: สมองอัจฉริยะเบื้องหลังโลกดิจิทัล

ดร.ธนพรเน้นย้ำบทบาทของ การวิเคราะห์เชิงพื้นที่แบบอัจฉริยะ (Location Intelligence) ในฐานะหัวใจหลักที่จะผลักดันให้ GIS เทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะของระบบนิเวศดิจิทัลอย่างครบวงจร

จีไอเอส จำกัด วางตัวเองเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน พลังของข้อมูลเชิงพื้นที่สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มบริษัทซีดีจีที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง “Technology for a Better Society” ผ่านโซลูชันที่ใช้ได้จริง ตอบโจทย์ระยะยาว และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมไทย

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จีไอเอสเดินเกมด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนในโลกดิจิทัล

กลยุทธ์ที่ 1: ยกระดับ GIS เป็นเทคโนโลยีหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล

กลยุทธ์แรกคือการผลักดัน GIS ให้เป็น Core National Technology ผ่านการนำเทคโนโลยีไปใช้ในโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การบริหารจัดการของภาครัฐ

จีไอเอสมีความเชี่ยวชาญในบทบาท GIS System Integrator (SI) มากว่า 30 ปี อยู่เบื้องหลังโครงการขนาดใหญ่ ทั้งด้าน

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค

  • การวางผังเมืองและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City)

  • การผลักดันการใช้ GIS ในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เกษตร การผลิต การจัดจำหน่าย

  • การประยุกต์ใช้ในภาคพลังงานและสิ่งแวดล้อม

จุดที่น่าจับตาคือการต่อยอดไปยัง ภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ผ่านธุรกิจในเครืออย่าง NOSTRA LOGISTICS ที่พร้อมนำโซลูชันอัจฉริยะไปช่วยองค์กรลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่ง และบริหารการขนส่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

เมื่อข้อมูลโลเคชันถูกใช้ถูกที่ถูกเวลา GIS จะไม่ใช่แค่แผนที่ แต่จะกลายเป็น “เรดาร์” ของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ

กลยุทธ์ที่ 2: ปั้นศูนย์กลาง GIS แบบ End-to-End

กลยุทธ์ที่สองคือการวางตำแหน่งตัวเองให้ชัดเจนในฐานะ GIS End-to-End Solutions Provider & Expert Consulting หรือศูนย์กลางด้านโซลูชันและคำปรึกษา GIS แบบครบวงจร

จีไอเอสต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Complex Enterprise Solutions ที่รองรับความต้องการอันซับซ้อนขององค์กรขนาดใหญ่ โดยใช้ GIS เป็นแกนกลางในการเชื่อมต่อข้อมูลตั้งแต่ระดับโครงการขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับมหภาค

เป้าหมายคือการสร้าง GIS Ecosystem ที่ครบวงจรและใช้งานร่วมกับระบบอื่นได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นระบบภาครัฐ แพลตฟอร์มองค์กร หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอื่น ๆ

เพื่อเสริมพลังให้ระบบนิเวศนี้ จีไอเอสเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ เช่น

  • Esri Thailand ผู้นำระดับโลกด้าน Location Intelligence Platform

  • Nostra Map ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัลประเทศไทย

พร้อมทั้งผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบคลาวด์

  • AI

  • Digital Twin ที่ใช้สร้างแบบจำลองโลกจริงในรูปแบบดิจิทัล เพื่อใช้จำลอง วิเคราะห์ และวางแผนอย่างแม่นยำ

กลยุทธ์ที่ 3: จับมือรัฐ–เอกชน ผลักดันยุทธศาสตร์ GIS ระดับชาติ

กลยุทธ์ที่สามคือการ ขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านโมเดล Public-Private Partnerships & National GIS Strategy เพื่อใช้ GIS ยกระดับการบริหารจัดการประเทศในหลายมิติ

จีไอเอสพร้อมผนึกกำลังกับหน่วยงานสำคัญ เพื่อใช้ GIS เสริมประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เช่น

  • ภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

  • ระบบคมนาคมและการเดินทาง

  • การรับมือและบริหารจัดการภัยพิบัติ

  • ความมั่นคงของประเทศในภาพรวม

ในภาคเอกชน GIS ยังช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้

  • ธุรกิจการเงินและธนาคาร

  • ระบบบริหารขนส่ง การควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

  • ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องพยากรณ์ผลผลิตและบริหารทรัพยากรด้วยข้อมูล

การใช้ซอฟต์แวร์อย่าง ArcGIS ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เชิงลึก คาดการณ์แนวโน้ม และมองเห็นโอกาสที่ตาเปล่าไม่เคยเห็น โดยเฉพาะในภาค

  • ค้าปลีก

  • อสังหาริมทรัพย์

ที่สามารถนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาวิเคราะห์ พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มของทำเล เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและเฉียบคม

จากโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล สู่เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจคือการที่ บริษัท จีไอเอส จำกัด ขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับโลกของ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearables)

จีไอเอสเป็นตัวแทนจำหน่าย Garmin ในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ใช้ชีวิตอยู่บนข้อมูล ได้แก่

  • ระบบนำทางอัจฉริยะ (Smart Navigation) ที่ใช้ GPS เชื่อมโลกจริงกับข้อมูลแบบเรียลไทม์

  • อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) สำหรับดูแลสุขภาพ ติดตามการออกกำลังกาย และเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

  • เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลด้านกีฬา (Sports Analytics) สำหรับสายสปอร์ตที่ต้องการข้อมูลลึกกว่าตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา

นอกจากนี้ จีไอเอสยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ QAIS อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย สะท้อนการก้าวจาก “ผู้จัดการข้อมูลเชิงพื้นที่” สู่ “ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี” อย่างครบมิติ

เมื่อข้อมูล, แผนที่ และอุปกรณ์สวมใส่มาบรรจบกัน โลกดิจิทัลจะไม่ได้อยู่แค่ในเซิร์ฟเวอร์ แต่จะมาอยู่บนข้อมือ บนตัวเรา และในทุกจังหวะการใช้ชีวิต

เป้าหมายใหญ่: ทำเรื่องที่เคยดูเป็นไปไม่ได้ ให้เกิดขึ้นจริง

ทิศทางทั้งหมดของจีไอเอสสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของกลุ่มบริษัทซีดีจี ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศไทยทั้งในมิติของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของผู้คน

จีไอเอสมุ่งขยายตลาด GIS เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ อย่างแท้จริง ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่แบบครบวงจร และการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ที่ต่อยอดไปอีกขั้น

ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับแนวคิดจากกลุ่มบริษัทซีดีจีที่ว่า “Making the Impossible, Possible” หรือการทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นจริงได้ด้วยพลังของเทคโนโลยีและข้อมูล

เมื่อ GIS กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะกลายเป็นเซนเซอร์เดินได้ และข้อมูลกลายเป็นเชื้อเพลิงของการตัดสินใจ ประเทศไทยก็พร้อมเร่งเครื่องสู่อนาคตในแบบที่ชัดเจนและแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา