จีไอเอสขยับหมากใหญ่ ดัน GIS เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของชาติ
กลุ่มบริษัทซีดีจีประกาศปรับทัพครั้งสำคัญ แต่งตั้ง ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด ผู้นำด้านระบบภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร
ภารกิจใหม่คือการผลักดัน GIS เทคโนโลยีให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ (National Digital Infrastructure) ภายในปี 2570 เปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทุกภาคส่วน และต่อยอดสู่โซลูชันที่ยกระดับคุณภาพสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.ธนพร มองว่า Geographic Information System (GIS) กำลังถูกยกระดับให้เป็นเทคโนโลยีหลักในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของหลายประเทศทั่วโลก ผ่านนโยบายด้าน Geospatial Data Governance และการพัฒนา National Spatial Data Infrastructure (NSDI) เพื่อใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ การกำหนดนโยบาย และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ในภาพใหญ่ของโลก ปี 2573 ตลาด GIS ทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่ากว่า 860,000 ล้านบาท โดยมีคลาวด์และ AI เป็นแรงขับสำคัญ ท่ามกลางภูมิทัศน์ดิจิทัลที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ GIS กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่องค์กรยุคใหม่ “ต้องมี” ไม่ใช่แค่ “อยากมี”
Location Intelligence: สมองอัจฉริยะเบื้องหลังโลกดิจิทัล

ดร.ธนพรเน้นย้ำบทบาทของ การวิเคราะห์เชิงพื้นที่แบบอัจฉริยะ (Location Intelligence) ในฐานะหัวใจหลักที่จะผลักดันให้ GIS เทคโนโลยีเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะของระบบนิเวศดิจิทัลอย่างครบวงจร
จีไอเอส จำกัด วางตัวเองเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน พลังของข้อมูลเชิงพื้นที่สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มบริษัทซีดีจีที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง “Technology for a Better Society” ผ่านโซลูชันที่ใช้ได้จริง ตอบโจทย์ระยะยาว และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมไทย
เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ จีไอเอสเดินเกมด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนในโลกดิจิทัล
กลยุทธ์ที่ 1: ยกระดับ GIS เป็นเทคโนโลยีหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล
กลยุทธ์แรกคือการผลักดัน GIS ให้เป็น Core National Technology ผ่านการนำเทคโนโลยีไปใช้ในโซลูชันต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การบริหารจัดการของภาครัฐ
จีไอเอสมีความเชี่ยวชาญในบทบาท GIS System Integrator (SI) มากว่า 30 ปี อยู่เบื้องหลังโครงการขนาดใหญ่ ทั้งด้าน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค
การวางผังเมืองและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
การผลักดันการใช้ GIS ในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เกษตร การผลิต การจัดจำหน่าย
การประยุกต์ใช้ในภาคพลังงานและสิ่งแวดล้อม
จุดที่น่าจับตาคือการต่อยอดไปยัง ภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ผ่านธุรกิจในเครืออย่าง NOSTRA LOGISTICS ที่พร้อมนำโซลูชันอัจฉริยะไปช่วยองค์กรลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่ง และบริหารการขนส่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
เมื่อข้อมูลโลเคชันถูกใช้ถูกที่ถูกเวลา GIS จะไม่ใช่แค่แผนที่ แต่จะกลายเป็น “เรดาร์” ของเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งระบบ
กลยุทธ์ที่ 2: ปั้นศูนย์กลาง GIS แบบ End-to-End
กลยุทธ์ที่สองคือการวางตำแหน่งตัวเองให้ชัดเจนในฐานะ GIS End-to-End Solutions Provider & Expert Consulting หรือศูนย์กลางด้านโซลูชันและคำปรึกษา GIS แบบครบวงจร
จีไอเอสต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Complex Enterprise Solutions ที่รองรับความต้องการอันซับซ้อนขององค์กรขนาดใหญ่ โดยใช้ GIS เป็นแกนกลางในการเชื่อมต่อข้อมูลตั้งแต่ระดับโครงการขนาดเล็ก ไปจนถึงระดับมหภาค
เป้าหมายคือการสร้าง GIS Ecosystem ที่ครบวงจรและใช้งานร่วมกับระบบอื่นได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นระบบภาครัฐ แพลตฟอร์มองค์กร หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอื่น ๆ
เพื่อเสริมพลังให้ระบบนิเวศนี้ จีไอเอสเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ เช่น
Esri Thailand ผู้นำระดับโลกด้าน Location Intelligence Platform
Nostra Map ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลแผนที่ดิจิทัลประเทศไทย
พร้อมทั้งผสานเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชัน ไม่ว่าจะเป็น
ระบบคลาวด์
AI
Digital Twin ที่ใช้สร้างแบบจำลองโลกจริงในรูปแบบดิจิทัล เพื่อใช้จำลอง วิเคราะห์ และวางแผนอย่างแม่นยำ
กลยุทธ์ที่ 3: จับมือรัฐ–เอกชน ผลักดันยุทธศาสตร์ GIS ระดับชาติ

กลยุทธ์ที่สามคือการ ขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านโมเดล Public-Private Partnerships & National GIS Strategy เพื่อใช้ GIS ยกระดับการบริหารจัดการประเทศในหลายมิติ
จีไอเอสพร้อมผนึกกำลังกับหน่วยงานสำคัญ เพื่อใช้ GIS เสริมประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เช่น
ภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ระบบคมนาคมและการเดินทาง
การรับมือและบริหารจัดการภัยพิบัติ
ความมั่นคงของประเทศในภาพรวม
ในภาคเอกชน GIS ยังช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้
ธุรกิจการเงินและธนาคาร
ระบบบริหารขนส่ง การควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องพยากรณ์ผลผลิตและบริหารทรัพยากรด้วยข้อมูล
การใช้ซอฟต์แวร์อย่าง ArcGIS ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่เชิงลึก คาดการณ์แนวโน้ม และมองเห็นโอกาสที่ตาเปล่าไม่เคยเห็น โดยเฉพาะในภาค
ค้าปลีก
อสังหาริมทรัพย์
ที่สามารถนำข้อมูลเชิงพื้นที่มาวิเคราะห์ พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มของทำเล เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและเฉียบคม
จากโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล สู่เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์

อีกหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจคือการที่ บริษัท จีไอเอส จำกัด ขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับโลกของ อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearables)
จีไอเอสเป็นตัวแทนจำหน่าย Garmin ในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ใช้ชีวิตอยู่บนข้อมูล ได้แก่
ระบบนำทางอัจฉริยะ (Smart Navigation) ที่ใช้ GPS เชื่อมโลกจริงกับข้อมูลแบบเรียลไทม์
อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) สำหรับดูแลสุขภาพ ติดตามการออกกำลังกาย และเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลด้านกีฬา (Sports Analytics) สำหรับสายสปอร์ตที่ต้องการข้อมูลลึกกว่าตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา
นอกจากนี้ จีไอเอสยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ QAIS อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย สะท้อนการก้าวจาก “ผู้จัดการข้อมูลเชิงพื้นที่” สู่ “ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี” อย่างครบมิติ
เมื่อข้อมูล, แผนที่ และอุปกรณ์สวมใส่มาบรรจบกัน โลกดิจิทัลจะไม่ได้อยู่แค่ในเซิร์ฟเวอร์ แต่จะมาอยู่บนข้อมือ บนตัวเรา และในทุกจังหวะการใช้ชีวิต
เป้าหมายใหญ่: ทำเรื่องที่เคยดูเป็นไปไม่ได้ ให้เกิดขึ้นจริง
ทิศทางทั้งหมดของจีไอเอสสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของกลุ่มบริษัทซีดีจี ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศไทยทั้งในมิติของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของผู้คน
จีไอเอสมุ่งขยายตลาด GIS เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ อย่างแท้จริง ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่แบบครบวงจร และการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ที่ต่อยอดไปอีกขั้น
ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับแนวคิดจากกลุ่มบริษัทซีดีจีที่ว่า “Making the Impossible, Possible” หรือการทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นจริงได้ด้วยพลังของเทคโนโลยีและข้อมูล
เมื่อ GIS กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะกลายเป็นเซนเซอร์เดินได้ และข้อมูลกลายเป็นเชื้อเพลิงของการตัดสินใจ ประเทศไทยก็พร้อมเร่งเครื่องสู่อนาคตในแบบที่ชัดเจนและแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา

