เมื่อแก้วไวน์กลายเป็นบัตรผ่านสู่โลกวัฒนธรรมอิตาลี

สำหรับใครที่หลงใหลทั้งไวน์และวิถีอิตาเลียน Texica Wine คือชื่อที่ต้องทำความรู้จัก เพราะที่นี่ไม่ได้มองไวน์แค่สินค้า แต่ใช้ไวน์เป็นภาษาในการเล่าเรื่องวัฒนธรรมอิตาลีให้คนไทยได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง
หัวใจของแบรนด์อยู่ที่ปรัชญา “เน้นเล่าเรื่องมากกว่าขายของ และเน้นเข้าใจวัฒนธรรมมากกว่าทำการตลาด” ทำให้ทุกขวดที่เลือกเข้ามาไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่คือเรื่องราวที่ดื่มได้
Texica Wine ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2553 จากความหลงใหลในไวน์อิตาเลียนของนักเคมีคนหนึ่งที่เชื่อว่าไวน์คือหนึ่งในภาษาวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุดของอิตาลี จุดเริ่มต้นเกิดจากคำถามง่ายๆ ว่าทำไมไวน์อิตาเลียนสายพันธุ์หายากถึงแทบหาไม่ได้ในเมืองไทย และคำถามนั้นก็กลายเป็นต้นทางของธุรกิจที่เลือกโฟกัสเฉพาะไวน์จากอิตาลีประเทศเดียว ในยุคที่แทบไม่มีใครกล้าเดินเส้นทางนี้
ทำไมต้องเป็น “ไวน์อิตาลี” ที่ใครๆ บอกว่าขายยาก?

หากลองมองจากมุมการตลาด ไวน์อิตาลีคือโจทย์หินอย่างแท้จริง เพราะพันธุ์องุ่นของอิตาลีมีความหลากหลายและไม่คุ้นหูผู้บริโภคทั่วไป ต่างจากประเทศอื่นที่ใช้พันธุ์หลักไม่กี่ชนิด เช่น Cabernet Sauvignon, Merlot หรือ Chardonnay ทำให้สื่อสารกับตลาดได้ง่ายกว่า
แต่อิตาลีกลับมีพันธุ์องุ่นที่ใช้ทำไวน์เชิงธุรกิจมากกว่า 300 สายพันธุ์ ตัวเลขที่ฟังดูน่าปวดหัวสำหรับนักการตลาด แต่กลับเป็นเสน่ห์สำหรับคนที่รักการเล่าเรื่อง
สิ่งที่ใครๆ มองว่าเป็น อุปสรรค อย่างการที่ลูกค้าจำชื่อพันธุ์องุ่นไม่ได้ กลับถูก Texica Wine พลิกให้กลายเป็น “โอกาสในการเล่าเรื่องที่ยังไม่มีใครเล่า” เพราะความลึกซึ้งของวัฒนธรรมอิตาลีในแต่ละพื้นที่ยังแทบไม่เคยถูกเปิดเผยให้คนไทยได้รู้จักอย่างจริงจัง
เส้นทางเฉพาะทาง: จาก Boutique Winery ถึงไวน์ที่มีตัวตนชัดเจน

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ Texica Wine จึงเลือกเดินบนทางแคบแต่ลึก โดยตัดสินใจ
นำเข้า เฉพาะไวน์จากอิตาลีประเทศเดียว
คัดสรรจาก ไร่องุ่นขนาดเล็ก (Boutique Winery)
เน้นการผลิตแบบแฮนด์คราฟท์ ที่สะท้อนรากเหง้า วัฒนธรรม และบุคลิกเฉพาะของดินแดนนั้นอย่างแท้จริง
เพราะสำหรับ Texica Wine ไวน์ไม่ได้หยุดอยู่ที่กลิ่นและรส แต่คือสื่อที่เล่าเรื่องภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ อาหาร ผู้คน และวิถีชีวิตของแต่ละแคว้น
ตั้งแต่ไร่องุ่นครอบครัวเล็กๆ ทางตอนใต้ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอาหรับ-นอร์มัน ไปจนถึงไร่องุ่นทางเหนือที่แฝงกลิ่นอายความเป็นขุนนางและความหรูหรา ทุกขวดคือมุมมองหนึ่งของอิตาลีที่ถูกบรรจุลงในแก้วไวน์
ปัจจุบัน Texica Wine มีไวน์มากกว่า 300 ฉลาก จาก 18 แคว้นของอิตาลี ครอบคลุมตั้งแต่แคว้นชื่อดังที่หลายคนคุ้นเคย ไปจนถึงแคว้นเล็กๆ ที่รู้จักกันเฉพาะในหมู่คนเล่นไวน์จริงจัง
3 แคว้น 3 บุคลิก: พอร์ตโฟลิโอที่เล่าเรื่องอิตาลีแบบครบมิติ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองไปสำรวจตัวอย่างไร่องุ่นจาก 3 แคว้นสำคัญในพอร์ตของ Texica Wine ที่เปรียบเสมือน “เสียง” จากแต่ละภูมิภาคของอิตาลี

Tuscany – Castello di Bossi: หัวใจของ Chianti Classico
Castello di Bossi คือหนึ่งในไร่ไวน์เก่าแก่ของ Tuscany ตั้งอยู่ในเขตประวัติศาสตร์ Gaiole in Chianti ใจกลางพื้นที่ Chianti Classico มีประวัติย้อนไปได้ถึงศตวรรษที่ 9 เลยทีเดียว
จุดยืนของไร่นี้ชัดเจนมาก นั่นคือการทำไวน์จากองุ่น Sangiovese 100% เพื่อถ่ายทอด “หัวใจของไวน์ทัสคานี” ออกมาอย่างบริสุทธิ์ที่สุด
ไร่ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด Biodiversity โดยรักษาป่าไม้รอบพื้นที่ไร่องุ่นไว้ จนสามารถพบทรัฟเฟิลได้ในฤดูกาลต่างๆ นี่จึงไม่ใช่แค่ไร่องุ่น แต่คือระบบนิเวศที่บ่งบอกการเคารพธรรมชาติอย่างจริงจัง
ไวน์จาก Castello di Bossi จึงมีบุคลิกแบบ
คลาสสิก
ซับซ้อน
สะท้อนรากเหง้าของ Chianti Classico อย่างชัดเจน
Piedmont – Marchesi di Barolo: จากไวน์ของกษัตริย์สู่ King of Wine
Piedmont คือบ้านของไวน์ระดับตำนานอย่าง Barolo และ Marchesi di Barolo ก็เป็นหนึ่งในชื่อที่อยู่ใจกลางเรื่องราวนี้ เพราะนี่คือไร่ไวน์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้าง Barolo ในแบบที่โลกคุ้นเคยในปัจจุบัน
ตั้งอยู่ในเมือง Barolo โดยตรง เมื่อกว่า 200 ปีก่อน Marchesa Juliette ได้นำองค์ความรู้ด้านไวน์จากฝรั่งเศสมาผสมผสานกับองุ่น Nebbiolo สายพันธุ์เอกของแคว้นนี้ จนได้ไวน์ที่
โครงสร้างแข็งแรง
ไม่หวาน
บ่มได้นานอย่างน่าทึ่ง
Barolo จึงถูกขนานนามว่าเป็นไวน์ของกษัตริย์แห่งอิตาลี ก่อนจะกลายเป็น “The King of Wine” ที่คอไวน์ทั่วโลกรู้จักในวันนี้
ทุกวันนี้ Marchesi di Barolo ยังคงบริหารโดยตระกูล Abbona รุ่นที่ 5 และยังรักษาสไตล์ดั้งเดิมของ Barolo เอาไว้อย่างมั่นคง

Trentino-Alto Adige – Ferrari Trento: Sparkling ของการเฉลิมฉลอง
Ferrari Trento คือชื่อแรกๆ ที่ถูกพูดถึงเมื่อเอ่ยถึงไวน์ฟองของอิตาลี พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกการทำ Sparkling Wine ด้วยวิธี Traditional Method ตั้งแต่ปี 1902
ตั้งอยู่เมือง Trento ท่ามกลางเทือกเขา Dolomite ที่อากาศเย็นและดินภูเขาอุดมสมบูรณ์ ทำให้สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการทำไวน์ฟองระดับพรีเมียมอย่างมาก
ไวน์ของ Ferrari Trento ได้รับการยกย่องจนถูกเรียกว่า “Sparkling Wine แห่งการเฉลิมฉลองของอิตาลี” โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง Giulio Ferrari Riserva del Fondatore ที่ได้รับคำชมในระดับโลก
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ Ferrari Trento ยังเป็น Sparkling Wine อย่างเป็นทางการของการแข่งขัน Formula 1 อีกด้วย เชื่อมโลกของไวน์เข้ากับโลกของกีฬาและไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
เติมเต็มแผนที่ไวน์อิตาลีในไทยให้ครบทุกภูมิภาค
เป้าหมายต่อไปของ Texica Wine คือการนำเข้าไวน์จาก ครบทั้ง 20 แคว้นของอิตาลี ภายในปีหน้า เพื่อให้ “แผนที่ไวน์อิตาลีในประเทศไทย” สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่การคัดเลือกไวน์แต่ละขวดไม่ได้มองแค่เรื่องชื่อเสียงหรือคะแนนรีวิว สิ่งที่ Texica Wine ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ
คุณภาพในทุกขั้นตอน
การรักษาสภาพไวน์ให้ใกล้เคียงต้นทาง
ตัวตนของผู้ผลิตจากไร่ขนาดเล็กที่ทำทุกอย่างด้วยมือ
ไวน์ทุกขวดถูกขนส่งผ่าน ตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Cold-chain) เพื่อคงรสชาติให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับการดื่มที่ไร่องุ่นให้มากที่สุด แม้ต้นทุนจะสูงกว่าการขนส่งทั่วไป แต่ทางบริษัทเลือกให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในแก้วของผู้ดื่มมาก่อน
ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ก่อตั้งในฐานะผู้บริโภคมาก่อนก็ยิ่งตอกย้ำแนวคิดนี้ เพราะเคยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของรสชาติไวน์ฉลากเดียวกัน ระหว่างตอนดื่มที่อิตาลีกับตอนดื่มในเมืองไทย ซึ่งทำให้มองเห็นชัดว่าระบบขนส่งและการรักษาอุณหภูมิมีผลต่อคุณภาพมากเพียงใด
“เรื่องเล่า” ที่เริ่มต้นจากไร่องุ่น แต่จบลงในหัวใจคนดื่ม
เรื่องเล่าที่ดีต้องมีคนเล่าที่เข้าใจเนื้อเรื่องอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลที่ทีมขายของ Texica Wine ไม่ได้ทำงานแค่หลังเคาน์เตอร์ แต่ต้องเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์จริงในอิตาลีทุกปี
พวกเขาไปเจอผู้ผลิตไวน์ในแต่ละแคว้นจริงๆ ไปสัมผัสดินฟ้าอากาศแต่ละพื้นที่
ความเย็นของยามเช้าในแคว้น Friuli
แสงแดดอบอุ่นของแคว้น Puglia
ทั้งหมดนี้กลายเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ถูกถ่ายทอดกลับมาเป็นเรื่องเล่ามีชีวิตให้กับเชฟ ซอมเมอลิเย่ร์ และเจ้าของร้านอาหารที่อยากเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมอิตาลีเกินกว่าระดับฉลากบนขวด
“เราไม่ได้ส่งมอบแค่ไวน์ แต่เราส่งต่อความเข้าใจในวัฒนธรรมอิตาเลียน ผ่านประสบการณ์ที่คนไทยสัมผัสได้จริง”
เพื่อคุมคุณภาพและประสบการณ์การดื่มให้ใกล้เคียงเจตนาของผู้ผลิตมากที่สุด Texica Wine เลือกทำธุรกิจในรูปแบบ Selective Distribution โดยจำหน่ายเฉพาะให้กับ
ร้านอาหารและโรงแรมระดับพรีเมียม
ร้านอาหารมิชลินสตาร์
โรงแรม 5 ดาว
ร้าน Fine Dining ชั้นนำทั่วประเทศ
15 ปี Texica Wine: From Grape to Dance Floor

โอกาสครบรอบ 15 ปีของ Texica Wine จึงไม่ใช่แค่งานเลี้ยงขอบคุณธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้เป็นการเฉลิมฉลองทั้งรสชาติและวัฒนธรรมในชื่อ “Thank You Dance Party”
บรรยากาศงานจัดแบบสบายๆ แต่แฝงความอบอุ่น ณ Bangkok Convention Center Grand at Central World พร้อมเสิร์ฟไวน์ระดับตำนานจากหลายแคว้นของอิตาลี ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนเส้นทางที่ Texica Wine เดินทางมานับจากวันแรกที่เริ่มก่อตั้ง
ภายในงานยังจับคู่ไวน์กับอาหารอย่างพิถีพิถัน และเพิ่มสีสันด้วยกิจกรรมทางดนตรีสุดมันจากศิลปินตัวแทน King & Queen of Dance เพื่อย้ำภาพว่า
ไวน์ไม่ใช่ของนิ่งบนชั้นวาง แต่คือวัฒนธรรมที่มีชีวิต เคลื่อนไหว และแบ่งปันได้
จากจุดเริ่มต้นของคนรักไวน์คนหนึ่ง ที่อยากให้คนไทยได้รู้จักไวน์อิตาเลียนจากทุกภูมิภาค วันนี้ Texica Wine เดินทางมาแล้วกว่า 15 ปี และเรื่องราวระหว่างไวน์ อิตาลี และโต๊ะอาหารไทย… ยังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

