รับแอปรับแอป

เปิดทริปรถไฟ The Blue Jasmine x Jim Thompson เปลี่ยนรางเหล็กเป็นรางศิลปะ ชมมรดกโลกทั่วไทยแบบสโลว์ไลฟ์

วศิน สุขสันต์01-30

เปิดตำนานทริปรถไฟลักซ์ชูรี่ สายชมมรดกโลก

ใครว่ารถไฟมีไว้แค่เดินทางจากจุด A ไปจุด B ต้องลองรู้จัก The Blue Jasmine x Jim Thompson เพราะขบวนนี้ยกระดับการนั่งรถไฟให้กลายเป็น ทริป Slow Travel สุดประณีต เชื่อมกรุงเทพฯ เข้ากับเมืองมรดกโลกและเมืองวัฒนธรรมทั่วไทยแบบมีสตอรี่ทุกกิโลเมตร

The Blue Jasmine คือรถไฟมรดกจากยุค 1960 ที่ถูกรีโนเวตใหม่ทั้งขบวนจนกลายเป็นโชว์เคสงานดีไซน์และหัตถศิลป์ไทยเคลื่อนที่ โดยร่วมมือกับ จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson) และ DTH Travel เนรมิตประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไฟ ไปจนถึงคืนสุดท้ายของทริป

ไฮไลต์ทริป: จากหัวลำโพงสู่เมืองมรดกโลก

ขบวน The Blue Jasmine ประกอบด้วย 10 ตู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดเพียง 36 ท่าน เท่านั้น บรรยากาศจึงเป็นส่วนตัวและเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ

เส้นทางเดินรถครั้งนี้พาออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เมืองที่อัดแน่นด้วยเอกลักษณ์ไทยอย่าง

  • อยุธยา เมืองเก่ากลิ่นอายประวัติศาสตร์

  • อุทัยธานี เมืองเงียบสงบ วิถีชุมชนเรียบง่ายแต่ทรงเสน่ห์

  • สุโขทัย แหล่งมรดกโลกยูเนสโกที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมไทย

  • เชียงใหม่ เมืองเหนือที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ทุกจุดแวะพักถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เดินทางได้สัมผัส มรดกโลก แหล่งช่างฝีมือท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชน และอาหารพื้นถิ่นต้นตำรับ ในแบบที่ไม่เร่งรีบ สาย Slow Travel ตัวจริงต้องปลื้ม

เปิดฉากความประทับใจก่อนขึ้นรถไฟ

ทริปไม่ได้เริ่มที่ชานชาลา แต่เริ่มจาก จิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ ใจกลางกรุงเทพฯ

ก่อนออกเดินทาง เหล่านักเดินทางจะได้

  • ดินเนอร์สุดพิเศษที่ ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน

  • ลิ้มลอง 5 คอร์สเมนู ในธีม Blue Jasmine ที่หยิบรสชาติอาหารไทยจากทั่วประเทศมาร้อยเรียงใหม่

  • วัตถุดิบถูกคัดสรรตามฤดูกาลจากท้องถิ่น แล้วตีความเป็นเมนูร่วมสมัยที่ยังคงเคารทรากวัฒนธรรมอาหารไทย

จากนั้นต่อด้วยทัวร์แบบลึกซึ้งที่ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน พื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้ชัดที่สุด

  • ชมเรือนไทยไม้สัก 6 หลังที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501

  • ซึมซับความหลงใหลในสถาปัตยกรรมไทยของจิม ทอมป์สัน

  • เดินชมคอลเลกชันศิลปวัตถุและของโบราณล้ำค่าจากทั่วเอเชีย

  • ปิดท้ายด้วยช้อปปิ้งที่ Jim Thompson Iconic Store เป็นการอุ่นเครื่องก่อนขึ้นรถไฟจริง

เมื่อรถไฟกลายเป็นแกลเลอรีผ้าไหมเคลื่อนที่

เมื่อก้าวเท้าขึ้น The Blue Jasmine จะรู้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่รถไฟธรรมดา แต่คือพื้นที่จัดแสดงงานออกแบบระดับไอคอนิกบนรางเหล็ก

ภายในทั้ง 10 ตู้ถูกเนรมิตด้วยไอเทมจากจิม ทอมป์สันมากกว่า 2,000 ชิ้น ทุกมุมคือการโชว์ศิลปะผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ที่สอดรับกับบรรยากาศวินเทจของรถไฟมรดก

ขบวนรถแบ่งเป็นหลายโซน ได้แก่

  • โซนชมวิว สำหรับนั่งปล่อยใจไปกับทุ่งนา ภูเขา และเมืองเก่า

  • ห้องอาหาร ที่ทุกดีเทลบนโต๊ะช่วยเติมเต็มอรรถรสการกิน

  • ห้องพักส่วนตัว สำหรับพักผ่อนในบรรยากาศหรูแบบอบอุ่น

ทุกโซนประดับด้วยผ้าจาก Jim Thompson Home Furnishings แบรนด์ผ้าคุณภาพที่โรงแรมไฮเอนด์ทั่วโลกเลือกใช้

ดีเทลเล็ก ๆ ที่ทำให้ทริปนี้ไม่เหมือนใคร

บนขบวนนี้ ผ้าไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่เล่าเรื่องความเป็นไทยผ่านดีไซน์ในทุกชิ้น

  • ผ้าม่าน และผ้าคาดเตียงที่ใช้ผ้าไหมไทยในโทนสีเข้ากับบรรยากาศขบวนรถ

  • ปลอกหมอนและผ้าปูโต๊ะที่เล่นกับแพตเทิร์นและเท็กซ์เจอร์อย่างประณีต

  • ไอเทมบนโต๊ะอาหารอย่างแผ่นรองจาน ผ้าเช็ดปาก และที่รองแก้วถูกดีไซน์ให้เข้ากันทั้งเซ็ต

  • Amenity Kit ที่ยกระดับของใช้ส่วนตัวให้กลายเป็นของสะสม ได้แก่ กระเป๋าเครื่องสำอางและผ้าปิดตาลายสวย

หลายชิ้นใช้ลายพิมพ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และยังคง เทคนิคทอผ้าแบบดั้งเดิม เพื่อบอกเล่าความประณีตของงานหัตถศิลป์ไทยในแบบร่วมสมัย

โชว์รูมผ้าไหมบนราง: ช้อปได้ตลอดทาง

อีกหนึ่งมุมที่ห้ามพลาดคือ โชว์รูม จิม ทอมป์สัน บนขบวนรถไฟ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์

ที่นี่คัดสรร

  • ผ้าไหมสุดไอคอนิกของจิม ทอมป์สัน

  • คอลเลกชันแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่จัดมาเฉพาะทริปนี้

ลูกเล่นที่ทำให้สายช้อปยิ้มออกคือ การเลือกสินค้าแล้ว สแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อสั่งซื้อออนไลน์ จากนั้นสินค้าจะจัดส่งตรงถึงบ้านหลังจบทริป ไม่ต้องหิ้วให้หนักตลอดการเดินทาง

วิสัยทัศน์เบื้องหลังทริป The Blue Jasmine x Jim Thompson

โปรเจกต์นี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความสวย แต่เป็นการจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ใหญ่เพื่อสร้าง ประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมมรดกวัฒนธรรมไทยกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ฝั่งจิม ทอมป์สัน มองการร่วมงานครั้งนี้เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพาแบรนด์ก้าวสู่การเป็น แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเอเชีย ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากเดิม แต่ยังตั้งอยู่บนเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย

ขณะเดียวกัน DTH Travel ก็ใช้โปรเจกต์นี้เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่นในการสร้าง ทริปรถไฟที่มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร ทำงานร่วมกับพันธมิตรที่ให้ความสำคัญกับ

  • ประสบการณ์ที่มีคุณค่า

  • ความยั่งยืน

  • การเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น

การให้จิม ทอมป์สันดูแลด้านการตกแต่ง ทำให้การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนั่งรถไฟเที่ยว แต่คือการได้สัมผัส มรดกวัฒนธรรมไทยตลอดทาง อย่างแท้จริง

ทริปที่ใส่ใจชุมชนและสิ่งแวดล้อม

เบื้องหลังความหรูหรา โปรเจกต์นี้ยังเน้นการท่องเที่ยวที่ รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ทริป The Blue Jasmine x Jim Thompson ถูกออกแบบให้ผู้เดินทางได้

  • สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่อย่างเคารพชุมชน

  • เรียนรู้เรื่องงานหัตถศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากช่างฝีมือจริง

  • ช่วยกระจายรายได้ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงชุมชน

วางแพลนขึ้นรถไฟสายในฝัน

หลังจากทริปปฐมฤกษ์ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ขบวน The Blue Jasmine x Jim Thompson เตรียมกลับมาอีกในปี 2569 โดยวางแผนออกเดินทางในช่วง

  • มกราคม

  • กุมภาพันธ์

  • กรกฎาคม

  • พฤศจิกายน

  • ธันวาคม

ส่วนกำหนดการในปี พ.ศ. 2570 จะมีการประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง ใครที่ฝันอยากนั่งรถไฟสายหรู ชมวิวเมืองมรดกโลกไปพร้อมกับซึมซับงานดีไซน์และผ้าไหมไทยแบบจัดเต็ม ควรเริ่มจดไว้ในลิสต์ทริปรถไฟที่ต้องไปสักครั้งในชีวิตได้เลย

สำหรับสายทริปรถไฟ The Blue Jasmine x Jim Thompson คืออีกหนึ่งเส้นทางที่พิสูจน์ว่า การเดินทางช้า ๆ ก็หรูและมีความหมายได้ไม่แพ้เส้นทางไหนในโลก