หนาวนี้ชวนเก็บกระเป๋า ขึ้นเหนือไปเสพงานดีไซน์
ลมหนาวปลายปีคือจังหวะดีที่ต้องบินขึ้นเชียงใหม่ ไปเดินเล่นช้า ๆ ในงานเทศกาลออกแบบเชียงใหม่ 2568 (Chiang Mai Design Week 2025) ที่ปีนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “LOCAL PLUS” พลังท้องถิ่นที่ต่อยอดได้ไม่รู้จบ
ทั้งเมืองถูกเติมเต็มด้วย “จิตวิญญาณท้องถิ่นภาคเหนือ” ผ่านไอเดียและผลงานของเหล่าครีเอเตอร์ที่ถักทอออกมาหลายมิติ ตั้งแต่สิ่งที่ปลายจมูกรับรู้ ไปจนถึงเสียงดนตรีที่ชวนขยับตัว
พื้นที่เทศกาลยังทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ทดลอง” (living lab) ให้คนจากหลากหลายวงการมาลองตั้งคำถาม ทดลองไอเดีย โชว์ศักยภาพ และมองเห็นโอกาสใหม่จากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งสามารถต่อยอดสู่อนาคตได้แบบไร้เพดาน
โดยปีนี้งานกระจายตัวอยู่ในหลายย่านสำคัญของเชียงใหม่ ทั้งย่านกลางเวียง ช้างม่อย–ท่าแพ และสันป่าข่อย ตลอดทั้งเทศกาลมีกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เลือกมากกว่า 150 โปรแกรม เรียกได้ว่ามาเดินวันเดียวไม่มีทางเก็บหมด
“กลิ่น” ในฐานะภาษาท้องถิ่น: Make Scents, Make Sense
หนึ่งในไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ นิทรรศการ “Make Scents, Make Sense – สร้างกลิ่น สร้างถิ่น สร้างอนาคต” ที่จะทำให้บรรยากาศหนาว ๆ ของเชียงใหม่ ละมุนไปด้วยกลิ่นหอมเฉพาะถิ่น
นิทรรศการนี้จัดโดย CEA สำนักภาคเหนือ ร่วมกับสมาคมสุคนธกรไทย (Thai Perfumers) และห้องปฏิบัติการสกัดน้ำหอมสยาม LOSIam (Laboratoire Olfactif du Siam) เพื่อชวนทุกคนมอง “กลิ่นหอม” ใหม่ในฐานะ ทุนสร้างสรรค์ของไทย ที่สามารถขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรม Wellness และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ทั้งหมดถูกเล่าออกมาเป็น 3 เรื่องราวหลักที่เชื่อมศิลปะ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน
1. Make Scents
เปิดโลก “ศาสตร์และศิลป์แห่งกลิ่น” ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ย้อนดูประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมน้ำหอม ที่หลอมรวมวัฒนธรรมและตัวตนจากหลายพื้นที่ทั่วโลกไว้ในขวดเดียว2. Make Sense
พา “กลิ่น” กลับสู่รากเหง้า ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านพืชพรรณจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ มองกลิ่นในฐานะ เครื่องมือเพิ่มมูลค่าใหม่ให้เกษตรกรไทย ที่มากกว่าการขายวัตถุดิบดิบ ๆ3. Make Scents, Make Sense
เชื่อมโยงศิลปะ วิทยาศาสตร์ และจินตนาการเข้าด้วยกัน เพื่อยืนยันว่า “กลิ่น” สามารถเป็นพลังทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคตได้จริง ไม่ใช่แค่สิ่งล่องลอยในอากาศแล้วจบ
สปอตไลต์: พื้นที่รวมงานศิลป์และวัฒนธรรมจากทั่วโลก
อีกโซนที่สายอาร์ต สายคัลเจอร์ต้องแวะคือโซน สปอตไลต์ พื้นที่แสดงผลงานนานาชาติและโปรเจกต์ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมจากหลายประเทศทั้งเอเชียและยุโรป
ที่นี่คือเวทีที่โชว์ให้เห็นพลังของความหลากหลาย และผลักดันให้เชียงใหม่กลายเป็น จุดเชื่อมเครือข่าย Creative Economy ระดับภูมิภาค ผ่านงานจัดแสดงที่เปิดให้ชมตั้งแต่ 10.00 – 22.00 น.
ตัวอย่างโปรเจกต์ที่น่าสนใจ มีทั้งสายดนตรี งานหัตถกรรม ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัยจากแสงและไฟนีออน
Tai หวาน Beats: Music Scene Exhibition – หอกลางเวียง
ความร่วมมือไทย–ไต้หวัน ที่ใช้ “ดนตรี” เป็นภาษากลางในการเล่าเรื่องงานออกแบบร่วมสมัย ผ่านองค์ประกอบแบบ Interactive และ Immersive ที่ชวนให้ผู้ชมไม่แค่มอง แต่ได้มีส่วนร่วมไปกับงานYumeie Dream House Project – หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
โปรเจกต์ร่วมระหว่าง TCDC Chiang Mai และ Design and Creative Center Kobe (KIITO) จากญี่ปุ่น นำเสนอผลงานจาก Workshop ที่ชวนเยาวชนมาออกแบบ “บ้านยุค New Norm” ที่ต้องพร้อมรับมือภัยพิบัติ ผ่านกระบวนการคิดแบบ Head–Hand–Heart ผสานความรู้ ทักษะ และทัศนคติRTBC | Russian Soul: modern heritage – ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
นิทรรศการที่หยิบมรดกงานช่าง ศิลปะพื้นบ้าน และภูมิปัญญาแบบรัสเซียมาตีความใหม่ในโทนร่วมสมัย ทั้งในเชิงความงามและเทคโนโลยี ให้เห็นว่ามรดกเก่าแก่สามารถเล่าใหม่ได้แบบไม่เชยNEHHDC | North East India (Asthalakshmi) Pavilion – หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
พาวิเลียนจากองค์กรพัฒนางานหัตถกรรมและผ้าทอมือแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ขนงานหัตถกรรมมาแบบจัดเต็ม ทั้งงานผ้าทอ งานจักสาน เครื่องประดับทำมือ ผ้าไหม Eri และงานย้อมสีธรรมชาติ ใครสายคราฟต์คือฟินเส้นทางใหม่หางโจว The New Hangzhou Line – หอกลางเวียง
เส้นทางแห่งจินตนาการที่เชื่อมงานหัตถกรรมดั้งเดิมกับงานออกแบบร่วมสมัยจากหางโจว ภายใต้แนวคิด The New Hangzhou Line มาพร้อมเวิร์กช็อปที่พาไปรู้จักงานฝีมือแบบหางโจว และเห็นว่ามรดกวัฒนธรรมจะถูกถักทอไปสู่อนาคตได้อย่างไรนิทรรศการศิลปะไฟนีออน – ห่าน สตูดิโอ
ผลงานของศิลปินออสเตรเลีย ไจลส์ ไรเดอร์ ที่หลงใหลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานาน ถ่ายทอดความประทับใจผ่านศิลปะแสงไฟนีออน สะท้อนสถาปัตยกรรม วัฒนธรรมไทย และสายสัมพันธ์ในหลายมิติ เป็นงานที่ทั้งเท่ ทั้งถ่ายรูปขึ้นThe Eternal Elegance ความวิจิตรอันเป็นนิรันดร์ – หอกลางเวียง
พื้นที่จัดแสดงจาก สปป.ลาว ที่เล่าเรื่อง “ความวิจิตรอันเป็นนิรันดร์” ของหลวงพระบาง ผ่านผ้าไหมที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม แต่ผสมผสานเส้นสายแบบร่วมสมัย สะท้อนความประณีตและจิตวิญญาณของช่างฝีมือชาวลาวได้อย่างงดงามCRAFTed of Taste – หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
โปรเจกต์ที่เฉลิมฉลองความสัมพันธ์ยาวนานระหว่างไทยและฝรั่งเศส ด้วยการร่วมกันสร้างงานเซรามิกจากศิลปินสองประเทศ ผสมผสานศิลปะเซรามิกเข้ากับวัฒนธรรมอาหารเหนือในมุมมองร่วมสมัย พร้อมกิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และดินเนอร์พิเศษ “On y mange!” สำหรับสายกิน–สายอาร์ตตัวจริง
LOCAL PLUS: เมื่อทุนท้องถิ่นกลายเป็นเชื้อเพลิงอนาคตเมือง
แก่นสำคัญของ Chiang Mai Design Week ปีนี้ คือการชวนกลับมาคิดใหม่ว่า “ทุนท้องถิ่น” ไม่ใช่ของเก่าที่เอาไว้โชว์เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ขับเคลื่อนอนาคตของเมืองได้จริง
เทศกาลนี้จึงไม่ได้เป็นแค่เวทีโชว์ผลงานดีไซน์เท่ ๆ แต่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวมตัวของคนในเชียงใหม่และเมืองเหนืออื่น ๆ ให้มาลองคิด ลองทำ และออกแบบอนาคตร่วมกัน
ทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นถูกแปลงร่างเป็นผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์
ภูมิปัญญาดั้งเดิมถูกต่อยอดเป็นนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมใหม่
เสียง เพลง กลิ่น ผืนผ้า และงานคราฟต์ ถูกยกระดับไปเป็น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เลี้ยงเมืองและผู้คนได้
ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังของคำว่า “PLUS” ที่หมายถึงการเพิ่ม เติม ต่อ ยืด และขยายศักยภาพของสิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้ไปได้ไกลกว่าที่เคยเป็น
ใครกำลังมองหาข้ออ้างจะหนีกรุง ไปสูดอากาศเย็น ๆ เดินดูงานดีไซน์ ถ่ายรูปกับงานศิลป์ แวะดูนิทรรศการจากหลายประเทศ และอินกับพลังของเมืองสร้างสรรค์สักครั้งในชีวิต เชียงใหม่ช่วง Chiang Mai Design Week 2025 คือคำตอบที่ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

