เปิดม่าน “2499 The Musical” ย้อนยุคแต่โคตรโมเดิร์น
ละครเวทีฟอร์มใหญ่ “2499 The Musical” จากค่ายซีเนริโอ เปิดรอบพรีวิวก็ทำเอาคนดูแทบลืมหายใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ม่านเปิดขึ้น
ผลงานกำกับของ ถกลเกียรติ วีรวรรณ เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ในตำนาน “2499 อันธพาลครองเมือง” โดย นนทรีย์ นิมิตรบุตร แต่เวอร์ชันมิวสิคัลถูกตีความใหม่ เน้นเส้นเรื่อง เลิฟสตอรี่ ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ความรัก และครอบครัว แบบเข้มข้นกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้ถูกแพ็กมาพร้อมงานโปรดักชั่นโคตรสดใหม่ ที่ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ยังไม่เคยเสิร์ฟให้ผู้ชมในรูปแบบนี้มาก่อน
บรรยากาศ 2499 ที่ถูกชุบชีวิตบนเวที
ละครพาคนดูย้อนเวลากลับไปปี พ.ศ. 2499 แต่ทุกอย่างถูกเล่าแบบทันสมัยสุดๆ ผ่านงานฉาก แสง สี เสียง ที่จัดเต็มทุกมิติ
แฟชั่นคอสตูมสไตล์ยุค 50 ดีเทลแน่น ดูเท่แบบมีสไตล์
เพลงยุค Rock & Roll ที่ถูกเรียบเรียงใหม่ให้ร่วมสมัย แต่ยังคงความมันส์เฉพาะตัว
ใครเป็นสายดูโปรดักชั่น สายดีไซน์ สายฟังเพลง — เรื่องนี้คือของดีห้ามพลาด
นาย ณภัทร ในบท “แดง ไบเล่” ทำให้ต้องกลืนน้ำลายคืนคำ
หลายคนอาจเคยแอบสงสัยว่า นาย ณภัทร จะไหวไหมกับบทนำในละครเวทีมิวสิคัลฟอร์มใหญ่แบบนี้
แต่พอม่านเปิดไปไม่กี่ฉาก ต้องยอมพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า “นายทำได้!”
เสียงทุ้มต่ำโคตรโรแมนติก มีเอกลักษณ์จนทำให้นึกถึงนักร้องโทนทุ้มระดับตัวท็อป
โทนเสียงนุ่มแต่มีพลัง ฟังแล้วอิน ไม่หลุดจากคาแรกเตอร์แดง ไบเล่ เลยสักวินาที
ด้านการแสดงก็ไม่ใช่เล่นๆ อินเนอร์มาเต็มทุกฟิลลิ่ง ทั้งฉากบู๊ ฉากรัก ไปจนถึงฉากดราม่าหนักๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเขามาก่อน
โดยเฉพาะฉากแตกหักกับ “ปุ๊ ระเบิดขวด” ที่คนดูแทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง ความเจ็บปวดของ “เพื่อนรักที่ต้องกลายเป็นคนละข้าง” ถูกส่งออกมาแบบจุกๆ ชนใจเต็มๆ
ไอซ์ พาริส & เทศน์ ไมรอน เคมีเพื่อนรัก–เพื่อนเละสุดพังแต่โคตรดี
“2499 The Musical” คือเรื่องที่สองบนเวทีละครเวทีของ ไอซ์ พาริส ในบท “ปุ๊ ระเบิดขวด” ซึ่งต้องบอกตรงๆ ว่า ผ่านฉลุยแบบไม่ต้องลุ้น
ไอซ์พาเอเนอร์จีมาเต็มขั้น ทั้งการแสดงและการร้อง ถ่ายทอดอารมณ์คนที่ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งผิดหวังในเพื่อนได้อย่างลึกมาก จนคนดูต้องยกนิ้วให้
ส่วน เทศน์ ไมรอน ในบท “ดำ เอสโซ่” ก็ไม่ได้มาแค่หล่อหลอนตา เพราะเขาโชว์ให้เห็นว่าแม้จะเป็นงานละครเวทีเรื่องแรก แต่ก็ คุมพลังการแสดงได้ดีเกินคาด
อินเนอร์แน่นจนคนดูเชื่อในตัวละคร
อยู่บนเวทีแล้วไม่หายไป กลับดึงสายตาได้เรื่อยๆ
สามหนุ่ม นาย – ไอซ์ – เทศน์ เลยกลายเป็นทีมที่เคมีลงตัว แบกอารมณ์เรื่องไปสุดทางแบบไร้หลุด
อ๋อลี่ ตติยา & แคสต์สมทบที่ขโมยหัวใจคนดู
ฝั่งนักแสดงหญิงก็ไม่ยอมน้อยหน้า
อ๋อลี่ ตติยา ในบท “วัลภา” เมียของแดง ไบเล่ คือหนึ่งในคนที่ จุดไฟให้เวทีร้อนฉ่าแบบไม่มีแผ่ว
เธอมาในโหมดนางเอก–นางโชว์สุดเซ็กซี่ โชว์ครบทุกสกิล ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งเล่น สามารถสะกดสายตาคนดูได้ทั้งโรง จนเสียงปรบมือดังตามมารัวๆ และพร้อมดันให้เธอกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่น่าจับตามองมากๆ
ยังมี
ไดมอนด์ ณรกร ในบท “เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์”
บูม สหรัฐ ในบท “แหลมสิงห์”
ทั้งคู่ถ่ายทอดบทสุดซึ้งจนคนดูหลายคนถึงขั้นต้องแอบปาดน้ำตา
และ ปุยฝ้าย ภัทณชา ในบท “แม่โฉม” ก็รับหน้าที่แบกเส้นเรื่องด้านความรักของแม่ได้อย่างทรงพลัง ทุกครั้งที่เธอออกมาโซโล่เดี่ยว อารมณ์คนดูก็ถูกดึงตามแบบช่วยไม่ได้ น้ำตาคลอแบบไม่ทันตั้งตัว
โปรดักชั่นสุดว้าว: ฉากบู๊เท่จนลืมว่าเป็นฉากบู๊
สิ่งที่คนดูหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจบการแสดง คือความโคตรครีเอทีฟของทีมโปรดักชั่น ที่ทำให้รู้สึกว้าวตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่มีช่วงดรอป
การใช้เทคนิคพิเศษบนเวทีที่กลมกลืนกับการเล่าเรื่อง
การออกแบบคิวบู๊ที่เอามาผสานกับคอริตะกราฟฟี้ให้กลายเป็นท่าเต้นเท่ๆ
โดยเฉพาะ
ฉากที่ “ปุ๊” ปาระเบิดขวดบนเวที ทำคนดูอึ้งกับวิธีเล่าและภาพที่เห็นตรงหน้า
ฉาก “ศึกสิบสามห้าง” ที่จัดเต็มแสง สี การเคลื่อนไหว และจังหวะ จนกลายเป็น ฉากบู๊ที่ทั้งเท่ ทั้งสวย ทั้งไม่รู้สึกว่าเป็นฉากบู๊เลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าอันธพาลกล้ามแน่นที่ออกมาท้ารบกันเต็มเวที ก็เล่นใหญ่จนสาวๆ ในโรงออกอาการ “เมากล้าม” ส่งเสียงฮือฮากันแบบลั่นโรง
ทำไมสายดูละครเวทีห้ามพลาดเรื่องนี้
“2499 The Musical” คือมิวสิคัลที่ ครบทุกมิติของคำว่าเอ็นเตอร์เทน
สนุก เข้มข้น ดราม่ามี ครื้นเครงก็มา
เพลงดี โปรดักชั่นเด่น วิชวลอลังการ
นักแสดงหลัก–สมทบ ทุ่มสุดตัวทุกคน
จะมองในมุมงานศิลป์ก็แน่น จะดูในมุมความบันเทิงก็เต็มอิ่ม เรียกว่าเป็น มิวสิคัลมิติใหม่ที่ควรจัดสักรอบแบบไม่ต้องคิดเยอะ
ถ้ามีเพื่อนสายดูโชว์ แก๊งสายติ่ง หรือคนที่ชอบงานออกแบบเวที โปรดักชั่นจัดหนัก แนะนำให้ชวนกันไปดูด้วยตาตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงพูดว่า “2499 The Musical” คือหนึ่งในโชว์ที่ต้องดูให้ได้ในปีนี้

