รับแอปรับแอป

เปิดตัว Royal Enfield Classic 650 ตัวท็อปสายคลาสสิก ที่ทำให้คุณอยากออกทริปทันที!

จิรายุ คงมั่น01-30

Classic 650 คลาสสิกระดับตำนาน กลับมาพร้อมพลัง 650 Twin

Royal Enfield Classic ไม่เคยเป็นแค่ชื่อรุ่น แต่มันคือ DNA ตัวจริงของแบรนด์ ที่ถูกเล่าขานต่อกันมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งเส้นสายสุดคลาสสิก งานประกอบละเอียด และคาแรกเตอร์ที่มองแค่แว้บเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็น Royal Enfield

ใน Classic 650 รุ่นใหม่ จิตวิญญาณความคลาสสิกยังอยู่ครบ แต่ถูกยกระดับขึ้นด้วยเครื่องยนต์ 650 Twin ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มและแรงบิดจัด ผสมผสานรูปลักษณ์วินเทจเข้ากับฟีลลิ่งขับขี่ที่ทันสมัย ดูสง่างามแต่แฝงความดุดัน เอาใจทั้งสายทริปและสายจอดมองเล่นก็ยังฟิน

เสียงสะท้อนจากแบรนด์: Classic ที่โตขึ้นแต่ไม่ทิ้งตัวตน

ตระกูล Classic เคยเป็นเสาหลักให้แบรนด์มาก่อน และวันนี้ Classic 650 ก็กลายเป็นเหมือนการสานต่อปรัชญา Pure Motorcycling ให้ยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกขั้น

รุ่นนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตั้งแต่สไตล์ที่เหนือกาลเวลา ความสง่างามบนท้องถนน ไปจนถึงงานประกอบที่ใส่ใจในทุกดีเทล แล้วเติมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ระดับโลกเข้าไป ทำให้ Classic 650 ไม่ได้เป็นเพียงรุ่นใหม่ แต่เป็น การขยายจิตวิญญาณ Classic ให้ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม

Double the charm: เสน่ห์ใหม่ ที่เกาะรากเหง้าเดิม

เสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (Double the charm) ไม่ได้พูดเกินเลย เพราะ Classic 650 คือการเอาดีเอ็นเอเดิมที่ทุกคนหลงรัก มาเล่าใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น

  • โครงสร้างเฟรมยังเชื่อมโยงถึงรุ่นระดับตำนาน ตั้งแต่ OG Classic, Thunderbird ไปถึง Super Meteor และ Shotgun 650

  • บุคลิกของตัวรถยังกลิ่นอายเดิม แต่ขยับให้ดูแน่นขึ้น บึกบึนขึ้น และมีความภูมิฐานมากกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้ทำให้ Classic 650 รู้สึกคุ้นเคยสำหรับแฟนสายคลาสสิก แต่ก็มีอะไรใหม่ให้ว้าวในทุกมุมมอง

Double the capability: สมรรถนะที่ไม่ได้มีดีแค่คาแรกเตอร์

สมรรถนะที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น (Double the capability) คือหัวใจสำคัญของ Classic 650

  • ใช้เครื่องยนต์ 648 ซีซี parallel twin ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

  • ปรับจูนใหม่ให้ตอบสนองดีขึ้น แรงบิดมาไวตั้งแต่รอบต่ำ

  • คันเร่งติดมือ แต่ยังรักษาฟีลขี่ที่นุ่มนวลและมีสง่าตามสไตล์ Classic

ระบบเกียร์ถูกเซ็ตมาให้เปลี่ยนได้ลื่นไหล ไม่มีอาการสะดุด แชสซีบาลานซ์ดี ช่วยให้ควบคุมได้มั่นใจแม้ถนนไม่เรียบ

เครื่องยนต์ 650 Twin ที่โด่งดังเรื่องแรงบิดรอบต่ำ ทำให้เวลาเร่งแซงไม่ต้องเค้นเยอะก็พุ่งแบบมั่นใจ ให้ฟีลค่อย ๆ เติมพลังต่อเนื่อง แต่ยังได้อารมณ์เร้าใจทุกครั้งที่บิดคันเร่ง

Double the character: คาแรกเตอร์เข้มข้นขึ้น แต่ยังคลาสสิกเต็มใบ

คาแรกเตอร์ที่เข้มข้นกว่าเดิม (Double the character) คืออีกจุดที่ Classic 650 ยืนหนึ่ง

แม้สายเลือดจะมาจากตระกูล Classic แต่ดีไซน์ถูกรีดีไซน์ให้ดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะมากขึ้น

  • เส้นสายตัวรถออกแบบให้รับกับเครื่องยนต์ Twin ที่วางทำมุมเฉียงไปด้านหน้า ทำให้ทรงดูทรงพลังและดุดันขึ้น

  • บังโคลนสั้นทรงคลาสสิก ช่วยเสริมบุคลิกแบบเรโทรเข้ม ๆ

  • ยางหน้าหลังขนาดใหญ่ขึ้น เสริมทั้งความมั่นใจด้านสมรรถนะและลุคที่ดูแน่นเต็มกว่าเดิม

สัดส่วนตัวรถโดยรวมออกมาแบบบึกบึนพอดี ไม่ใหญ่เกิน ไม่เล็กเกิน จูนให้ลงตัวกับเครื่องยนต์ 650 ซีซี ทั้งด้านภาพลักษณ์และการขับขี่จริง

ดีไซน์คลาสสิกหลังสงคราม ผสานเทคโนโลยียุคใหม่

Classic 650 ใหม่ใช้เฟรมหลักร่วมกับ Super Meteor และ Shotgun 650 แต่ก็ปรับบุคลิกให้เป็นแนว Classic ชัดเจน มาพร้อมเบาะแบบ Dual Seat ที่สามารถถอดเบาะซ้อนท้ายและแร็กด้านหลังออกได้ เพื่อให้ลุคดูเพียวขึ้นหรือแต่งแนวโซโล่ก็ดูเท่มาก

งานดีไซน์โดยรวมยังมีกลิ่นอายแบบอังกฤษยุคหลังสงคราม

  • รายละเอียดโครเมียมและอะลูมิเนียมขัดเงาบริเวณโคมไฟหน้าและชุดไฟเลี้ยว

  • เส้นสายตัวรถเน้นความไหลลื่นตั้งแต่หัวจรดท้าย

  • ถังน้ำมันทรงหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Classic

ด้านหน้ามาพร้อมชุดแฟริ่งแบบ nacelle ติดตั้งไฟหน้า LED ใหม่ จับคู่กับไฟหรี่คู่ ‘Tiger Lamps’ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Royal Enfield มาตั้งแต่ปี 1954 ทำให้หน้ารถดูลายเซ็นชัดมาก

ท่านั่ง ทริปไกล และช่วงล่างที่ไว้ใจได้

ในมุมสายทริปมอเตอร์ไซค์ ท่านั่งคือเรื่องใหญ่ และ Classic 650 ก็จัดมาแบบไม่มีกั๊ก

  • ท่านั่งออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ช่วยลดอาการล้าเวลาเดินทางไกล

  • แฮนด์บาร์วางตำแหน่งกำลังพอดี จับถนัดมือ ไม่ต้องเอื้อมเกิน

  • เบาะนั่งกว้างและนุ่ม นั่งสบายทั้งคนขี่และคนนั่ง

ช่วงล่างหน้า–หลังจาก Showa ถูกจูนมาอย่างละเอียด ซับแรงสะเทือนได้ดี ให้ความนุ่มนวลขับสบาย แต่ยังคงความมั่นใจเวลาใช้ความเร็วบนทางไกล หรือมุดในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว

หน้าปัดทันสมัย และของแต่งที่พร้อมให้คุณคัสตอม

แผงหน้าปัดของ Classic 650 ออกแบบเรียบง่าย อ่านง่าย ไม่รกสายตา แต่ใส่ข้อมูลมาให้ครบ

  • หน้าจอ LCD ดิจิทัล

  • มาตรวัดระยะทาง และทริปมิเตอร์

  • ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง

  • เตือนการเข้ารับบริการ

  • ตำแหน่งเกียร์

  • นาฬิกา

ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ขี่โฟกัสกับการขับขี่และการเดินทางได้เต็มที่ ไม่ต้องละสายตาบนถนนนาน

ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) ให้เลือกทั้งสาย Classic และ Classic Tourer เพื่อให้เจ้าของรถคัสตอมให้ตรงสไตล์ตัวเองได้เต็มที่ Classic 650 จึงเป็นการเอาเสน่ห์มอเตอร์ไซค์เหนือกาลเวลา มาจับคู่กับความแม่นยำและความสะดวกสบายของเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างลงตัว

สีสุดคลาสสิก ราคาเอื้อมถึง พร้อมรับประกันจัดเต็ม

Royal Enfield Classic 650 มาพร้อมเฉดสีที่พาแฟลชแบ็กกลับไปหา Classic 500 ที่ครองใจสายคลาสสิกมานาน แต่ก็มีการเติมสีใหม่ให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น

เฉดสีใหม่ ได้แก่

  • Bruntingthorpe Blue

  • Vallam Red

  • Black Chrome

แต่ละสีช่วยขับเส้นโค้งและสัดส่วนตัวถังให้โดดเด่นขึ้น เหมาะทั้งสายจอดโชว์และสายออกทริปถ่ายรูปทุกจุดแวะพัก

เรื่องราคาก็จัดมาให้จับต้องได้สำหรับคนที่อยากขยับเข้าสู่โลก 650 Twin

  • Bruntingthorpe Blue และ Vallam Red ราคาเริ่มที่ 249,900 บาท

  • Black Chrome ราคา 259,900 บาท

ทั้งหมดนี้มาพร้อมการรับประกัน 3 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง เรียกว่าซื้อหนึ่งได้ทั้งความคลาสสิกและความอุ่นใจยาว ๆ

สรุป: คันเดียวจบทั้งเรื่องฟีล เรื่องลุค และเรื่องทริป

สำหรับสายทริปมอเตอร์ไซค์ที่อยากได้รถสักคันที่ทั้ง มีสตอรี่ มีคาแรกเตอร์ และมีฟีลลิ่งขี่แบบเนียน ๆ Royal Enfield Classic 650 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง

มันไม่ใช่แค่การอัปไซส์เครื่องยนต์ แต่คือการต่อยอดตำนาน Classic ให้พร้อมออกเดินทางไปกับคนรุ่นใหม่ ที่ยังอินกับความคลาสสิกเหมือนเดิม แต่ต้องการสมรรถนะและความสะดวกสบายในยุคนี้ไปพร้อมกัน