รับแอปรับแอป

เปิดห้องแต่งตัวแม่ลูกสายแฟฯ จากเวทีละคร สู่วินเทจไวน์และฟรอนต์โรว์ปารีส

พัชรี ศรีสุข01-30

สองสาวสองรุ่นที่เจอจุดร่วมตรงคำว่า “แฟชั่น”

ในแวดวงสังคมที่เต็มไปด้วยคนรักแฟชั่น สองแม่ลูกคู่นี้ถือเป็นตัวอย่างของคนที่ อินกับสไตล์จากใจจริง ทั้งในชีวิตประจำวันและในโลกของการทำงาน

คุณอ๋อย-อุไรพร เฉลิมทรัพยากร ผู้อำนวยการสถาบัน APBA Thailand (ASEAN Professional Beverage Academy) และลูกสาวคนเก่ง คุณแพร-ภัทรภร เฉลิมทรัพยากร นักศึกษาด้านบริหารธุรกิจจาก Babson College ต่างมีแนวทางแฟชั่นเป็นของตัวเอง แต่กลับลงตัวอย่างน่าเอ็นดูเมื่อมาอยู่ในเฟรมเดียวกัน

วันนี้ทั้งคู่เปิดห้องแต่งตัว เล่าถึงแรงบันดาลใจ สไตล์ และโมเมนต์น่ารักๆ จากความรักในแฟชั่น ตั้งแต่การดูละครเวทีและคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิก ไปจนถึงการนั่งฟรอนต์โรว์ในแฟชั่นโชว์ระดับโลก

ฝั่งคุณอ๋อยเพิ่งผ่านงานใหญ่ Bangkok International Beverage Expo 2025 ซึ่งรวบรวมไวน์เมกเกอร์ ผู้ผลิต และผู้เชี่ยวชาญสายเครื่องดื่มจากทั่วโลกไว้ในงานเดียวแบบ One Stop Service

ด้านคุณแพรก็เพิ่งบินกลับมาพักที่เมืองไทย ระหว่างเตรียมตัวไปเข้าร่วมโปรแกรม Study Abroad ที่ LSE (London School of Economics and Political Science) ประเทศอังกฤษ พอช่วงเวลาของสองรุ่นตรงกัน จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะมานั่งเล่าเรื่องสไตล์และแรงบันดาลใจร่วมกัน

Art of Life: จากละครเวที สู่อัญมณีและไวน์

จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในศิลปะของคุณอ๋อย เริ่มตั้งแต่ช่วงเรียนไฮสคูลที่เวียนนา เมืองที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและการแสดง

เธอเล่าว่าในช่วงนั้น ได้ดูละครเวทีและคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกอยู่บ่อยๆ จนทำให้มุมมองต่อศิลปะค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น เมื่อต้องเลือกเส้นทางในมหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจเรียน Bachelor of Arts ที่ Tufts University เพื่อเปิดโลกด้านศิลปะให้กว้างกว่าเดิม

ตลอดช่วงเรียน เธอเลือกวิชา elective หลากหลาย ตั้งแต่ปรัชญา ศาสนา เปียโน แดนซ์ ไปจนถึงมิวสิคเธอราปี แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเป็นพิเศษคือ โลกของเครื่องประดับ

หลังจบปริญญาตรี เธอมุ่งต่อไปเรียน Gemology และ Jewelry Design ที่สถาบัน GIA เมืองคาร์สบาด รัฐแคลิฟอร์เนีย ยิ่งเรียนก็ยิ่งอินกับอัญมณีมากขึ้น โดยเฉพาะ “เพชร” ที่กลายเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิต

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจไวน์ที่เธอทำมานานกว่าสิบปี ก็เป็นโลกแห่งศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งที่เธอหลงรัก ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่พันธุ์องุ่น ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ ล้วนส่งผลต่อรสชาติของไวน์

เธอมองว่า ไวน์ไม่เคยนิ่ง วินเทจแต่ละปีไม่เคยเหมือนกัน แม้จะเป็นไวน์ขวดเดียวกัน เปิดดื่มทันทีหรือปล่อยให้หายใจครึ่งชั่วโมง รสชาติก็ให้ประสบการณ์ไม่เหมือนเดิม เป็นเสน่ห์แบบเดียวกับแฟชั่น ที่ไม่มีวันหยุดอัพเดต และมีสิ่งใหม่ๆ ให้ตื่นเต้นทุกซีซั่น

สไตล์ของคุณอ๋อย: Elegant and Fun

เมื่อถูกขอให้นิยามสไตล์การแต่งตัวของตัวเอง คุณอ๋อยตอบทันทีว่า “Elegant and Fun”

เธอชอบลุคที่ดูแกลมและสง่างาม แต่ต้องมีอะไรสนุกๆ แฝงอยู่ เป็น จุดพอดีระหว่างความเนี้ยบกับดีเทลเล็กๆ ที่ทำให้ลุคไม่น่าเบื่อ และช่วยให้เธอรู้สึกสดใสขึ้นไปด้วย

บางครั้งเวลาใส่ชุดราตรีเรียบหรู เธอจะเพิ่มลูกเล่นด้วยคลัตช์รูปครัวซองต์จาก Judith Leiber ให้ชุดที่ดูจริงจังมีความขี้เล่นขึ้นทันที เป็นตัวอย่างของการใช้ไอเท็มชิ้นเล็กๆ เพื่อเปลี่ยนอารมณ์ทั้งลุค

ถ้าให้นิยามสไตล์ของอ๋อย คงเป็น Elegant and Fun ค่ะ อ๋อยชอบอะไรที่ดูแกลม แต่ก็มีความสนุกสนานแทรกอยู่ด้วย มันคือความลงตัวระหว่างความสง่างามกับดีเทลเล็กๆ น้อยๆ

คุณอ๋อย

สไตล์ของคุณแพร: เทรนดี้ อัพเดตตลอดเวลา

คุณแพรในฐานะตัวแทนสาวรุ่นใหม่ มองสไตล์ของตัวเองว่าเป็นสายเทรนดี้ ชอบลองแต่งตัวหลายแนว ไม่ยึดติดอยู่กับโทนเดียว

เธอมักอัพเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งจากโซเชียล แบรนด์โปรด และการได้ตามคุณแม่ไปดูแฟชั่นโชว์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของเธอ

แพรจะเป็นสายเทรนดี้ค่ะ แต่งตัวหลากหลายสไตล์ และจะอัพเดตเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ อยู่ตลอดค่ะ รวมถึงการได้ไปดูแฟชั่นโชว์กับคุณแม่บ่อยๆ ก็เป็นหนึ่งในอินสไปร์ของแพรค่ะ

คุณแพร

เมื่อรสนิยมเจอกัน: แบรนด์โปรดของแม่ลูก

สำหรับคุณแพร ช่วงนี้เธออินเป็นพิเศษกับแบรนด์ Miu Miu เพราะรู้สึกว่า โทน ความสนุก และดีเทล เข้ากับตัวเอง และสามารถหยิบมามิกซ์ได้หลายลุค

ด้านคุณอ๋อยมองว่าเธอชอบหลายแบรนด์ เพราะแต่ละแบรนด์มีคาแรกเตอร์ในแบบของตัวเอง เธอหลงรักความหลากหลายของแฟชั่น แต่ถ้าต้องเลือกแบรนด์โปรดในตอนนี้ เธอให้ใจกับ Schiaparelli เป็นพิเศษ

เธอชอบความแปลกใหม่และเซอร์ไพรส์ในทุกคอลเลกชั่น โดยเฉพาะชุดที่มีรายละเอียดหัวใจคริสตัลสีแดงที่เต้นได้ ซึ่งตราตรึงในความทรงจำ ส่วนอีกแบรนด์ที่หลงรักคือ Elie Saab ในฐานะแบรนด์ที่คลาสสิก ไทม์เลส และไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องของความงามและเส้นสายของชุดราตรี

ต่างหู: ไอเท็มชิ้นเล็กที่เปลี่ยนทั้งลุค

เมื่อถามถึงไอเท็มที่ขาดไม่ได้ คุณอ๋อยตอบโดยไม่ต้องคิดนานว่า ต่างหู คือชิ้นที่เธอผูกพันที่สุด

เธอมองว่าเครื่องประดับทุกชิ้นช่วยคอมพลีตลุค แต่หากต้องเลือกอย่างเดียว ต่างหูคือไอเท็มที่ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างขึ้นทันที จากชุดเรียบๆ แค่เติมต่างหูระย้าเข้าไป ก็ทำให้ลุคดูแกลมขึ้นได้ในไม่กี่วินาที

เธอยอมรับตรงๆ ว่าเป็นคนรักของบลิงค์ทุกชนิด และ เพชรคือจุดสูงสุดของความบลิง ที่เธอหลงรัก นอกจากความสวยงามแล้ว เพชรยังเป็นสมบัติที่ส่งต่อให้ลูกได้ในอนาคต

เครื่องประดับส่วนหนึ่งของเธอมาจากคุณแม่และคุณย่า พร้อมคำสอนที่ติดตัวมาตลอดว่า เวลาซื้อเพชร ให้เลือกแบบที่เป็นชิ้นเป็นอัน เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สามารถนำมาออกแบบใหม่ได้ แปลงโฉมให้เหมาะกับยุคสมัยและสไตล์ที่เปลี่ยนไป

เสน่ห์ของอัญมณี ในแบบฉบับคนเรียนจริงจัง

ด้วยพื้นฐานการเรียนด้านอัญมณีอย่างจริงจัง คุณอ๋อยจึงมีทิปส์เฉพาะตัวเวลาเลือกซื้อเพชร

เวลามองเพชร เธอจะให้ความสำคัญกับ

  • Brilliance (Brightness): แสงสีขาวที่กระจายทั่วเม็ดเพชร

  • Scintillation (Sparkle): ความระยิบระยับขณะเพชรเคลื่อนไหว

  • Dispersion (Fire): ประกายสีรุ้งที่สะท้อนจากเม็ดเพชร

ในมุมมองของเธอ คุณสมบัติแต่ละอย่างถ้ามากเกินไปก็อาจไม่ลงตัว จึงต้องดูภาพรวมไปพร้อมกัน และไม่ลืมหลัก 4Cs คือ Carat, Color, Clarity และ Cut โดยเฉพาะเพชรที่เป็น Excellent Cut ซึ่งมักจะให้ไฟสวย

อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญคือ ต้องดูเพชรภายใต้แสงที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ไฟในร้านเพชร เพราะการจัดไฟหน้าตู้มักทำให้เพชรดูระยิบระยับกว่าความจริง ควรดูทั้งใต้แสงธรรมชาติและแสงไฟโทนต่างๆ เพื่อเห็นคาแรกเตอร์ที่แท้จริงของเม็ดเพชร

นอกจากเพชร เธอยังหลงรักโลกของพลอย โดยเฉพาะในกลุ่มพลอยหลักอย่างมรกต ไพลิน และทับทิม เธอเทใจให้ มรกต มากที่สุด เพราะเวลาอยู่ในภาพถ่าย สีเขียวของมรกตจะเด่นและชัดเจนเป็นพิเศษ

สำหรับพลอยอื่นๆ เธอชอบพลอยที่มีลูกเล่นหรือความพิเศษในตัวเอง เช่น

  • พลอย mixed color ที่เปลี่ยนสีได้ตามสภาพแสง

  • Paraiba Tourmaline พลอยสีนีออนบลูที่สะดุดตา

  • Padparadscha Sapphire พลอยโทนชมพูอมส้มที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

  • Alexandrite พลอยที่ได้ฉายา Emerald by Day Ruby by Night ตอนกลางวันออกโทนเขียว แต่พอกลางคืนจะกลายเป็นสีแดงอมม่วง ดูลึกลับและมีคาแรกเตอร์จัดจ้าน

Power of Fashion: แฟชั่นที่เปลี่ยนอารมณ์ได้จริง

ระหว่างลองจับคู่ชุดราตรีกับรองเท้าและเครื่องประดับ คุณอ๋อยเล่าต่อว่า แฟชั่นสำหรับเธอไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามภายนอก แต่คือ สิ่งที่สร้างความสุขและพลังให้ตัวเอง

เธอสนุกกับการแต่งตัวทั้งแบบมิกซ์แอนด์แมตช์และการใส่โททัลลุค วันไหนมีเวลาครีเอต เธอจะลองจับไอเท็มต่างๆ มารวมกันเพื่อให้ได้ลุคใหม่ๆ ส่วนวันที่รีบมากและไม่มีเวลาคิดเยอะ โททัลลุคจากดีไซเนอร์คือคำตอบที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่า “ไม่มีพลาด” เพราะถูกออกแบบมาอย่างลงตัวอยู่แล้ว

แรงบันดาลใจที่วนกลับมาหากัน

สำหรับคุณแพร แม่คือผู้หญิงที่มีสไตล์เฉพาะตัว และโดดเด่นในทุกลุค เธอมักสังเกตว่าเกือบทุกชุดของคุณแม่จะมี ไอเท็มชิ้นเด่น ที่ช่วยส่งให้ภาพรวมดูน่าสนใจขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องประดับ หรือรองเท้าคู่เก๋

เธอเชื่อว่าตัวเองน่าจะได้รับ “Sense of Style” มาจากคุณแม่ไม่น้อย ขณะที่คุณอ๋อยเองก็ยอมรับแบบยิ้มๆ ว่าตอนนี้ลูกสาวมิกซ์แอนด์แมตช์เก่งกว่าไปแล้ว แถมยังจัดกระเป๋าเดินทางได้ไวแต่ได้ลุคครบทุกโอกาส

ทุกครั้งที่เดินทางด้วยกัน สองแม่ลูกมักแชร์ไอเดียในการครีเอตลุคอย่างสนุกสนาน กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์คุณภาพที่ทั้งคู่เก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกัน

ฟรอนต์โรว์ ปารีส และสไตล์การช็อปของสองรุ่น

ประสบการณ์การได้นั่งฟรอนต์โรว์ในแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ปารีส เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่คุณอ๋อยประทับใจอย่างลึกซึ้ง

เธอบอกว่า นอกจากความงดงามของโชว์บนรันเวย์แล้ว สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันคือบรรดาแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนต่าง จัดเต็มลุคของตัวเอง ทำให้ทั้งฮอลล์กลายเป็นแฟชั่นโชว์อีกชุดหนึ่งแบบไม่ได้นัดหมาย แถมยังมีโอกาสเจอเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง ดัว ลิปา และคาร์ดิ บี แบบใกล้ชิด

สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือ การได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกัน เหมือนทั้งหมดกำลังแชร์คลื่นความถี่เดียวกันอยู่ในช่วงเวลานั้น

สำหรับชุดโอต์กูตูร์ เธอหลงใหลในรายละเอียดของคราฟต์แมนชิพ เนื้อผ้า และเท็กซ์เจอร์ต่างๆ ที่ต้องเห็นใกล้ๆ จึงจะสัมผัสได้ว่าชิ้นหนึ่งๆ มีงานฝีมือซ่อนอยู่มากแค่ไหน

ส่วนสไตล์การช็อปของสองแม่ลูกนั้น เรียบง่ายแต่ตรงไปตรงมา คือ ช็อปได้ทุกที่ถ้าของใช่ แต่ถ้าให้เลือกเมืองที่โปรดเป็นพิเศษ ปารีสและมิลานคือสองโลเคชั่นในฝัน เพราะเต็มไปด้วยตัวเลือกของแบรนด์และไอเท็มที่ตอบโจทย์ทั้งสองรุ่น

บทสรุป: เมื่อแฟชั่นคือภาษาร่วมของครอบครัว

เรื่องราวของคุณอ๋อยและคุณแพรสะท้อนให้เห็นว่า แฟชั่นไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้า แต่คือ ภาษาอีกภาษาหนึ่งในครอบครัว ที่ช่วยให้คนต่างวัยเข้าใจกันมากขึ้น

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างการดูละครเวที ดนตรีคลาสสิก การหลงใหลในอัญมณีและไวน์ ไปจนถึงการได้นั่งฟรอนต์โรว์ในปารีส ทุกประสบการณ์ถูกเชื่อมด้วยเส้นเดียวกันคือความรักในความสวยงาม และความสนุกกับการแต่งตัว

ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Elegant and Fun แบบคุณอ๋อย หรือสายเทรนดี้เปลี่ยนลุคไม่ซ้ำวันแบบคุณแพร สิ่งที่ทั้งคู่กำลังบอกเราคือ สไตล์ที่แท้จริงเริ่มจากการรู้จักตัวเอง และสนุกไปกับมันในทุกวัน