ทำไมอาหารสัตว์เลี้ยงถึงกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่ง
ทุกวันนี้ สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่ “สัตว์” อีกต่อไป แต่เป็นสมาชิกเต็มตัวของครอบครัว เจ้าของพร้อมจ่ายเพื่อดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของน้องหมา–น้องแมว
เทรนด์ Pet Humanization เลยดันให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง มูลค่ามหาศาล และการแข่งขันก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเม็ดแห้งที่ต้องทั้งอร่อย มีโภชนาการครบ และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะของแต่ละตัว
ในสนามแข่งนี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือ บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ดให้แบรนด์ต่างๆ แบบครบวงจร ทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยจุดแข็งทั้งด้านคุณภาพ การบริหาร และทีม R&D ที่จริงจังกับวิทยาศาสตร์อาหารสัตว์อย่างแท้จริง
PETPAL คือใคร? โรงงานเบื้องหลังแบรนด์ดังสาย ODM
PETPAL ทำธุรกิจหลักในรูปแบบ Original Design Manufacturer (ODM) คือรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า แต่ไม่ได้แค่ผลิตตามสูตร
พวกเขาเสนอ One-stop Service ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ได้แก่
ให้คำปรึกษาด้านคอนเซ็ปต์สินค้าและตลาด
คิดค้นและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์เลี้ยงให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
ดูแลเรื่องเอกสารและการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์
ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์
วางแผนและผลิตสินค้าในโรงงานมาตรฐานสากล
จัดเตรียมเอกสารสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศ
ส่งมอบสินค้าให้พร้อมขึ้นชั้นวางขายได้ทันที
ด้วยโมเดลที่ยืดหยุ่น PETPAL เลยทำงานได้กับลูกค้าหลากหลาย ตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ SME รายเล็กในไทย ไปจนถึงผู้ประกอบการต่างประเทศที่อยากบุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแบบมืออาชีพ แต่ไม่อยากลงทุนโรงงานเอง
หัวใจของ PETPAL อยู่ที่ R&D ไม่ใช่แค่ผลิต แต่คิดสูตรร่วมกับเจ้าของแบรนด์
แกนหลักของบริการ ODM ของ PETPAL คือการวางตัวเองเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ” ไม่ใช่แค่โรงงานรับผลิต เพราะในยุคที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงอ่านฉลากเป็น ดูส่วนผสมเป็น แบรนด์จะอยู่รอดได้ต้องอาศัย วิทยาศาสตร์และโภชนาการที่พิสูจน์ได้จริง
ทีม Research & Development (R&D) ของ PETPAL ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรก
ช่วยวางทิศทางสูตรตามมาตรฐานสากล
ปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการเฉพาะ เช่น สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย ลำไส้บอบบาง หรือควบคุมน้ำหนัก
คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ปลอดภัยและเหมาะกับสรีรวิทยาของสัตว์เลี้ยง
นำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้
ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต
บริการ ODM ของ PETPAL จึงไม่ได้ขายแค่ “ไลน์ผลิต” แต่ขาย “ความรู้ + ระบบ + ผลลัพธ์” ที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ปั้นสินค้าคุณภาพ ออกสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจในแบบครบวงจร
จากผู้ผลิตเบื้องหลัง สู่การสร้างแบรนด์อาหารสัตว์ของตัวเอง
แม้ธุรกิจ ODM จะเป็นเสาหลัก แต่ PETPAL ไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้เล่นเบื้องหลัง พวกเขายังสร้าง House Brand หรือแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ทั้งสำหรับสุนัขและแมว ในรูปแบบอาหารแห้งแบบเม็ด
การมีแบรนด์ของตัวเองช่วยให้ PETPAL
ขยายตลาดและฐานลูกค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ
สร้างการรับรู้ในชื่อ PETPAL มากขึ้น
เพิ่มมูลค่าธุรกิจในระยะยาว ไม่พึ่งแค่รายได้จาก ODM
House Brand ของ PETPAL ถูกออกแบบให้ครอบคลุมตลาดหลายระดับ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและราคา
ระดับ Premium: เมื่อเจ้าของยอมทุ่ม เพื่อสุขภาพสูงสุดของสัตว์เลี้ยง
กลุ่ม Premium Grade คืออาหารสำหรับเจ้าของที่เน้น
วัตถุดิบคุณภาพสูง
โภชนาการครบและสมดุล
การเสริมสุขภาพเชิงลึก ทั้งข้อต่อ ผิวหนัง และระบบภูมิคุ้มกัน
แบรนด์หลักในกลุ่มนี้ ได้แก่
Boom Gold: อาหารสำหรับสุนัขและแมว เน้นโปรตีนสูงจากเนื้อคุณภาพ เช่น เนื้อแกะและปลาทะเล มีส่วนผสมช่วยดูแล
ข้อต่อและกระดูก ด้วยสารอย่างกลูโคซามีน
ระบบย่อยอาหาร ด้วยสูตรที่ย่อยง่าย
มีสูตร Gluten Free สำหรับแมวที่แพ้โปรตีนจากธัญพืชบางชนิด หรือมีระบบทางเดินอาหารที่บอบบาง
Animeals: อาหารแมวที่ใช้เนื้อสัตว์จริงเป็นตัวเอกของสูตร
สูตร Gluten Free ลดโอกาสการแพ้
เสริม Beta Glucan เพื่อช่วยระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และบำรุงผิวหนังกับเส้นขนให้เงางาม สุขภาพดีจากภายใน
ระดับ Standard: คุณภาพครบ ราคาจับต้องได้
กลุ่ม Standard Grade เหมาะกับเจ้าของที่อยากได้อาหารคุณภาพดี มีสารอาหารจำเป็นครบ แต่ราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ง่าย
แบรนด์สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่
Boom: อาหารสำหรับทั้งสุนัขและแมว
เลือกใช้สารสกัดที่ปลอดภัยต่อระบบย่อยอาหาร
ให้ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น
อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวหนังและขน
เสริม Glucosamine ให้ร่างกายทำงานสมดุลมากขึ้น
MYPETS: อาหารสำหรับสุนัข เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ปีกเป็นหลัก
โปรตีนสูง แต่มีค่า ash ต่ำ
ใช้เนื้อสัตว์ปีกที่กลิ่นหอมและรสชาติเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลิ่นที่สุนัขถูกจริตโดยสัญชาตญาณ
ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี เหมาะกับสุนัขที่กินยาก
ระดับ Economy: ประหยัดแต่ยังใส่ใจโภชนาการ
กลุ่ม Economy Grade ตั้งใจตอบโจทย์เจ้าของที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่ยอมลดทอนเรื่องโภชนาการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง
แบรนด์หลักในกลุ่มนี้คือ
Smillie: อาหารสำหรับทั้งสุนัขและแมว
วัตถุดิบช่วยดูแลเรื่องเส้นขนให้ดูสุขภาพดี
มีโซเดียมต่ำ เหมาะกับผู้เลี้ยงที่กังวลภาระไตและสุขภาพระยะยาว
ถูกออกแบบให้คุ้มค่า แต่ยังคงโภชนาการที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัยและทุกสายพันธุ์
การเติบโตของ PETPAL และการปูทางสู่ mai
PETPAL ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายประเทศ และขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จุดแข็งสำคัญคือ
คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานสากล
กระบวนการผลิตที่ควบคุมได้ทุกขั้นตอน
ทีมงานมืออาชีพที่ให้บริการแบบครบวงจรและยืดหยุ่น
ลูกค้ากระจายตัวหลายประเทศ หลายรูปแบบธุรกิจ ทั้ง B2B และ B2C ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือประเทศเดียว
ในงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 สัดส่วนรายได้ของ PETPAL คือ
76% จากผลิตภัณฑ์ ODM
24% จากสินค้า House Brand
และในภาพรวม 57% ของรายได้มาจากการส่งออกไปต่างประเทศ
ตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตอย่างจริงจัง
ถ้าดูจากผลงานที่ผ่านมา จะเห็นว่า PETPAL ไม่ได้แค่โต แต่โตแบบมีทิศทางชัดเจน
ปี 2565 รายได้จากการขายอยู่ที่ 601.46 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้อยู่ที่ 574.17 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ขยับขึ้นมาเป็น 682.72 ล้านบาท
งวด 3 เดือน ปี 2568 รายได้รวม 181.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 168.23 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน
ด้านกำไรสุทธิ ก็เติบโตชัดเจนเช่นกัน
ปี 2565 กำไรสุทธิ 41.40 ล้านบาท
ปี 2566 กำไรสุทธิ 26.29 ล้านบาท
ปี 2567 กำไรสุทธิกระโดดขึ้นเป็น 66.20 ล้านบาท
งวด 3 เดือน ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 27.20 ล้านบาท เพิ่มจาก 19.19 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขดีขึ้น มาจากการ ปรับปรุงสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ผลิตได้มากขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยดีขึ้น และรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ทันเวลา
ก้าวใหญ่: เตรียมระดมทุนและเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai
ล่าสุด PETPAL ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเตรียมเดินหน้า เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
แผนระดมทุนครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ
ลงทุนขยายกำลังการผลิตให้รองรับความต้องการในอนาคต
ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต
ขยายโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านทีม R&D
ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วน
เพิ่มสภาพคล่องเป็นทุนหมุนเวียน เสริมฐานะการเงินให้แข็งแรงพร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว
มองไปข้างหน้า: PETPAL ในยุคที่เจ้าของเลี้ยงสัตว์แบบ “สายวิทยาศาสตร์”
เมื่อเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบใส่ใจสุขภาพและโภชนาการกำลังมาแรงทั่วโลก ธุรกิจที่เข้าใจทั้ง เจ้าของสัตว์เลี้ยง และ หลักวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสัตว์ อย่าง PETPAL จึงน่าจับตามองเป็นพิเศษ
จุดเด่นที่ทำให้ PETPAL น่าสนใจคือ
ความเชี่ยวชาญด้าน ODM แบบครบวงจร ที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สร้างสินค้าคุณภาพได้จริง
ทีม R&D แข็งแรง คิดสูตรตามมาตรฐานสากล และรองรับความต้องการเฉพาะทางของสัตว์เลี้ยง
ผลิตภัณฑ์ทั้ง ODM และ House Brand ที่ผ่านมาตรฐานและมีทางเลือกหลากหลาย
รายได้และกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพธุรกิจในระยะยาว
การเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai จึงไม่ใช่แค่ก้าวทางการเงิน แต่คือการยกระดับ PETPAL จากผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ไปสู่การเป็น หนึ่งในฟันเฟืองหลักของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับสากล ที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง

