รับแอปรับแอป

ถอดรหัส PETPAL จากโรงงานอาหารเม็ดสู่เจ้าตลาดโลก และก้าวใหญ่สู่ mai

พิมพ์ชนก สุขใจ01-31

ทำไมอาหารสัตว์เลี้ยงถึงกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่ง

ทุกวันนี้ สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่ “สัตว์” อีกต่อไป แต่เป็นสมาชิกเต็มตัวของครอบครัว เจ้าของพร้อมจ่ายเพื่อดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของน้องหมา–น้องแมว

เทรนด์ Pet Humanization เลยดันให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อเนื่อง มูลค่ามหาศาล และการแข่งขันก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารเม็ดแห้งที่ต้องทั้งอร่อย มีโภชนาการครบ และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะของแต่ละตัว

ในสนามแข่งนี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือ บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ดให้แบรนด์ต่างๆ แบบครบวงจร ทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยจุดแข็งทั้งด้านคุณภาพ การบริหาร และทีม R&D ที่จริงจังกับวิทยาศาสตร์อาหารสัตว์อย่างแท้จริง

PETPAL คือใคร? โรงงานเบื้องหลังแบรนด์ดังสาย ODM

PETPAL ทำธุรกิจหลักในรูปแบบ Original Design Manufacturer (ODM) คือรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า แต่ไม่ได้แค่ผลิตตามสูตร

พวกเขาเสนอ One-stop Service ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ได้แก่

  • ให้คำปรึกษาด้านคอนเซ็ปต์สินค้าและตลาด

  • คิดค้นและพัฒนาสูตรอาหารสัตว์เลี้ยงให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

  • ดูแลเรื่องเอกสารและการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์

  • ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์

  • วางแผนและผลิตสินค้าในโรงงานมาตรฐานสากล

  • จัดเตรียมเอกสารสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศ

  • ส่งมอบสินค้าให้พร้อมขึ้นชั้นวางขายได้ทันที

ด้วยโมเดลที่ยืดหยุ่น PETPAL เลยทำงานได้กับลูกค้าหลากหลาย ตั้งแต่เจ้าของแบรนด์ SME รายเล็กในไทย ไปจนถึงผู้ประกอบการต่างประเทศที่อยากบุกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแบบมืออาชีพ แต่ไม่อยากลงทุนโรงงานเอง

หัวใจของ PETPAL อยู่ที่ R&D ไม่ใช่แค่ผลิต แต่คิดสูตรร่วมกับเจ้าของแบรนด์

แกนหลักของบริการ ODM ของ PETPAL คือการวางตัวเองเป็น “พันธมิตรทางธุรกิจ” ไม่ใช่แค่โรงงานรับผลิต เพราะในยุคที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงอ่านฉลากเป็น ดูส่วนผสมเป็น แบรนด์จะอยู่รอดได้ต้องอาศัย วิทยาศาสตร์และโภชนาการที่พิสูจน์ได้จริง

ทีม Research & Development (R&D) ของ PETPAL ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรก

  • ช่วยวางทิศทางสูตรตามมาตรฐานสากล

  • ปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการเฉพาะ เช่น สูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย ลำไส้บอบบาง หรือควบคุมน้ำหนัก

  • คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ปลอดภัยและเหมาะกับสรีรวิทยาของสัตว์เลี้ยง

  • นำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้

  • ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนการผลิต

บริการ ODM ของ PETPAL จึงไม่ได้ขายแค่ “ไลน์ผลิต” แต่ขาย “ความรู้ + ระบบ + ผลลัพธ์” ที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ปั้นสินค้าคุณภาพ ออกสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจในแบบครบวงจร

จากผู้ผลิตเบื้องหลัง สู่การสร้างแบรนด์อาหารสัตว์ของตัวเอง

แม้ธุรกิจ ODM จะเป็นเสาหลัก แต่ PETPAL ไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผู้เล่นเบื้องหลัง พวกเขายังสร้าง House Brand หรือแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ทั้งสำหรับสุนัขและแมว ในรูปแบบอาหารแห้งแบบเม็ด

การมีแบรนด์ของตัวเองช่วยให้ PETPAL

  • ขยายตลาดและฐานลูกค้าได้ทั้งในและต่างประเทศ

  • สร้างการรับรู้ในชื่อ PETPAL มากขึ้น

  • เพิ่มมูลค่าธุรกิจในระยะยาว ไม่พึ่งแค่รายได้จาก ODM

House Brand ของ PETPAL ถูกออกแบบให้ครอบคลุมตลาดหลายระดับ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและราคา

ระดับ Premium: เมื่อเจ้าของยอมทุ่ม เพื่อสุขภาพสูงสุดของสัตว์เลี้ยง

กลุ่ม Premium Grade คืออาหารสำหรับเจ้าของที่เน้น

  • วัตถุดิบคุณภาพสูง

  • โภชนาการครบและสมดุล

  • การเสริมสุขภาพเชิงลึก ทั้งข้อต่อ ผิวหนัง และระบบภูมิคุ้มกัน

แบรนด์หลักในกลุ่มนี้ ได้แก่

  • Boom Gold: อาหารสำหรับสุนัขและแมว เน้นโปรตีนสูงจากเนื้อคุณภาพ เช่น เนื้อแกะและปลาทะเล มีส่วนผสมช่วยดูแล

    • ข้อต่อและกระดูก ด้วยสารอย่างกลูโคซามีน

    • ระบบย่อยอาหาร ด้วยสูตรที่ย่อยง่าย

    • มีสูตร Gluten Free สำหรับแมวที่แพ้โปรตีนจากธัญพืชบางชนิด หรือมีระบบทางเดินอาหารที่บอบบาง

  • Animeals: อาหารแมวที่ใช้เนื้อสัตว์จริงเป็นตัวเอกของสูตร

    • สูตร Gluten Free ลดโอกาสการแพ้

    • เสริม Beta Glucan เพื่อช่วยระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และบำรุงผิวหนังกับเส้นขนให้เงางาม สุขภาพดีจากภายใน

ระดับ Standard: คุณภาพครบ ราคาจับต้องได้

กลุ่ม Standard Grade เหมาะกับเจ้าของที่อยากได้อาหารคุณภาพดี มีสารอาหารจำเป็นครบ แต่ราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ง่าย

แบรนด์สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่

  • Boom: อาหารสำหรับทั้งสุนัขและแมว

    • เลือกใช้สารสกัดที่ปลอดภัยต่อระบบย่อยอาหาร

    • ให้ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น

    • อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวหนังและขน

    • เสริม Glucosamine ให้ร่างกายทำงานสมดุลมากขึ้น

  • MYPETS: อาหารสำหรับสุนัข เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ปีกเป็นหลัก

    • โปรตีนสูง แต่มีค่า ash ต่ำ

    • ใช้เนื้อสัตว์ปีกที่กลิ่นหอมและรสชาติเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลิ่นที่สุนัขถูกจริตโดยสัญชาตญาณ

    • ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี เหมาะกับสุนัขที่กินยาก

ระดับ Economy: ประหยัดแต่ยังใส่ใจโภชนาการ

กลุ่ม Economy Grade ตั้งใจตอบโจทย์เจ้าของที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่ยอมลดทอนเรื่องโภชนาการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง

แบรนด์หลักในกลุ่มนี้คือ

  • Smillie: อาหารสำหรับทั้งสุนัขและแมว

    • วัตถุดิบช่วยดูแลเรื่องเส้นขนให้ดูสุขภาพดี

    • มีโซเดียมต่ำ เหมาะกับผู้เลี้ยงที่กังวลภาระไตและสุขภาพระยะยาว

    • ถูกออกแบบให้คุ้มค่า แต่ยังคงโภชนาการที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัยและทุกสายพันธุ์

การเติบโตของ PETPAL และการปูทางสู่ mai

PETPAL ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายประเทศ และขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จุดแข็งสำคัญคือ

  • คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานสากล

  • กระบวนการผลิตที่ควบคุมได้ทุกขั้นตอน

  • ทีมงานมืออาชีพที่ให้บริการแบบครบวงจรและยืดหยุ่น

  • ลูกค้ากระจายตัวหลายประเทศ หลายรูปแบบธุรกิจ ทั้ง B2B และ B2C ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่หรือประเทศเดียว

ในงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 สัดส่วนรายได้ของ PETPAL คือ

  • 76% จากผลิตภัณฑ์ ODM

  • 24% จากสินค้า House Brand

  • และในภาพรวม 57% ของรายได้มาจากการส่งออกไปต่างประเทศ

ตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตอย่างจริงจัง

ถ้าดูจากผลงานที่ผ่านมา จะเห็นว่า PETPAL ไม่ได้แค่โต แต่โตแบบมีทิศทางชัดเจน

  • ปี 2565 รายได้จากการขายอยู่ที่ 601.46 ล้านบาท

  • ปี 2566 รายได้อยู่ที่ 574.17 ล้านบาท

  • ปี 2567 รายได้ขยับขึ้นมาเป็น 682.72 ล้านบาท

  • งวด 3 เดือน ปี 2568 รายได้รวม 181.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 168.23 ล้านบาทในงวดเดียวกันปีก่อน

ด้านกำไรสุทธิ ก็เติบโตชัดเจนเช่นกัน

  • ปี 2565 กำไรสุทธิ 41.40 ล้านบาท

  • ปี 2566 กำไรสุทธิ 26.29 ล้านบาท

  • ปี 2567 กำไรสุทธิกระโดดขึ้นเป็น 66.20 ล้านบาท

  • งวด 3 เดือน ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 27.20 ล้านบาท เพิ่มจาก 19.19 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขดีขึ้น มาจากการ ปรับปรุงสายการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้ผลิตได้มากขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยดีขึ้น และรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ทันเวลา

ก้าวใหญ่: เตรียมระดมทุนและเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai

ล่าสุด PETPAL ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเตรียมเดินหน้า เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

แผนระดมทุนครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ

  • ลงทุนขยายกำลังการผลิตให้รองรับความต้องการในอนาคต

  • ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิต

  • ขยายโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

  • เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านทีม R&D

  • ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วน

  • เพิ่มสภาพคล่องเป็นทุนหมุนเวียน เสริมฐานะการเงินให้แข็งแรงพร้อมรองรับการเติบโตระยะยาว

มองไปข้างหน้า: PETPAL ในยุคที่เจ้าของเลี้ยงสัตว์แบบ “สายวิทยาศาสตร์”

เมื่อเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบใส่ใจสุขภาพและโภชนาการกำลังมาแรงทั่วโลก ธุรกิจที่เข้าใจทั้ง เจ้าของสัตว์เลี้ยง และ หลักวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสัตว์ อย่าง PETPAL จึงน่าจับตามองเป็นพิเศษ

จุดเด่นที่ทำให้ PETPAL น่าสนใจคือ

  • ความเชี่ยวชาญด้าน ODM แบบครบวงจร ที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สร้างสินค้าคุณภาพได้จริง

  • ทีม R&D แข็งแรง คิดสูตรตามมาตรฐานสากล และรองรับความต้องการเฉพาะทางของสัตว์เลี้ยง

  • ผลิตภัณฑ์ทั้ง ODM และ House Brand ที่ผ่านมาตรฐานและมีทางเลือกหลากหลาย

  • รายได้และกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพธุรกิจในระยะยาว

การเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai จึงไม่ใช่แค่ก้าวทางการเงิน แต่คือการยกระดับ PETPAL จากผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ไปสู่การเป็น หนึ่งในฟันเฟืองหลักของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับสากล ที่กำลังเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง