รับแอปรับแอป

จากเจ้าชายน้ำแข็งถึงหมอห้องฉุกเฉิน: 5 ซีรีส์ที่พิสูจน์ว่าจูจีฮุนเล่นบทไหนก็เอาอยู่

พงศกร นาคทอง01-31

เปิดโหมดติวเข้มสายติ่ง: ทำไมช่วงนี้เราถึงเห็นจูจีฮุนเต็มหน้าฟีด

ช่วงนี้แฟนซีรีส์เกาหลีคงได้เข้าออกห้องฉุกเฉินแบบมโนกันรัวๆ เพราะ The Trauma Code พาเราไปเกาะขอบเตียงคนไข้ในแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่ขึ้นชื่อว่าชุลมุนวุ่นวายที่สุดแห่งหนึ่งของโรงพยาบาล

หัวใจสำคัญของซีรีส์คืออาจารย์หมอ แพคคังฮยอก ที่รับบทโดย จูจีฮุน นักแสดงที่เหมือนตั้งใจไม่ให้เราได้พักหายใจ ทั้งคิวงานที่แน่นและบทบาทที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ทำให้คนดูยอมใจคือ ไม่ว่าจะแปลงร่างเป็นตัวละครแบบไหน เขาก็ทำให้เราเชื่อสนิทใจได้ทุกครั้ง โดยไม่ติดภาพจำจากบทบาทสุดไอคอนิกที่ผ่านมาเลย

เลยขอรวบรวม 5 ซีรีส์น้ำดีที่ห้ามพลาดของจูจีฮุน ที่พิสูจน์ชัดๆ ว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย บอดี้การ์ด หรือเจ้าของร้านปริศนา เขาก็เอาอยู่ทุกอาชีพแบบสบายๆ

1. Princess Hour – จุดเริ่มต้นตำนานเจ้าชายน้ำแข็ง

ก่อนจะกลายเป็นนักแสดงสายบทโหด บทเข้ม จูจีฮุนเริ่มต้นในวงการด้วยงานนายแบบ แล้วค่อยมาแจ้งเกิดเต็มตัวในซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วเอเชียเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน นั่นคือ Princess Hour หรือที่คนไทยคุ้นในชื่อ เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา

เรื่องราวเล่าโลกสมมติว่าประเทศเกาหลียังปกครองด้วยระบบราชวงศ์ นางเอก ชินแชกยอง (ยุนอึนฮเย) สาว ม.ปลายสุดドะมะที่อยู่ดีๆ ก็ต้องมาเป็นคู่หมั้นขององค์รัชทายาท ลีชิน (จูจีฮุน) ผู้เย็นชานิ่งขรึมแบบขั้นสุด

จากเด็กสาวธรรมดาสู่หลักสูตรเร่งรัดการเป็นเจ้าหญิง พร้อมความวุ่นวาย ฟีลกุ๊กกิ๊ก และความปากแข็งของเจ้าชายน้ำแข็งที่ทำเอาคนดูในยุคนั้น ตกหลุมรักจูจีฮุนตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ตัว

2. Kingdom – เมื่อเจ้าชายต้องหนีทั้งซอมบี้และการเมือง

เส้นทางการแสดงของจูจีฮุนเดินหน้าไปได้สวย ก่อนจะสะดุดจากคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่เจ้าตัวรับโทษตามกฎหมายครบถ้วน แต่แทนที่จะหายไปแบบถาวร เขากลับมาด้วยโปรเจ็กต์ฟอร์มยักษ์ที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการซีรีส์เกาหลี นั่นคือ Kingdom

จูจีฮุนรับบท องค์รัชทายาทอีชาง ในซีรีส์ออริจินัลจาก Netflix เรื่องแรกของเกาหลี เล่าเรื่องการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของกษัตริย์ ที่โยงไปสู่เชื้อโรคประหลาดที่เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นซอมบี้ ท่ามกลางเกมการเมืองที่สกปรกไม่แพ้ฝูงผีดิบ

  • ด้านหนึ่งต้องสู้กับอำนาจมืดในราชสำนัก

  • อีกด้านต้องหนีและรับมือฝูงซอมบี้ที่พร้อมล่าแบบไม่พัก

ผลงานนี้ไม่เพียง ตอกย้ำกระแส K-Zombie ให้ดังไปทั่วโลก แต่ยังเป็นอีกครั้งที่จูจีฮุนทำหน้าที่เปิดประตูซีรีส์เกาหลีสู่สายตาผู้ชมต่างประเทศอย่างแท้จริง

3. Blood Free – เมื่อบอดี้การ์ดต้องคุมหัวใจตัวเองด้วย

ถ้าย้อนมองปี 2024 ต้องยอมรับว่าเป็น ปีทองของจูจีฮุน แบบเต็มตัว เพราะเขาส่งซีรีส์หลากรสมาเสิร์ฟคนดูต่อเนื่อง โดยไม่ซ้ำโทนและไม่ซ้ำคาแรกเตอร์

เริ่มที่ Blood Free ซีรีส์ไซไฟที่ตั้งคำถามกับโลกอนาคต เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวไกลถึงขั้นที่มนุษย์สามารถผลิตเนื้อเทียมขึ้นมาบริโภคได้จริง ทุกอย่างเหมือนกำลังจะพาโลกไปสู่อนาคตที่ดีกว่า แต่เบื้องหลังของบริษัทผู้ผลิตกลับเต็มไปด้วยความน่าสงสัย

ในเรื่องนี้ จูจีฮุนรับบท อูแชอุน บอดี้การ์ดของ CEO อัจฉริยะ ยุนจายู (ฮันฮโยจู) ที่ทั้งคอยคุ้มกัน และค่อยๆ ดำดิ่งสู่ความจริงอันอันตรายไปพร้อมกัน แม้ซีรีส์จะไม่ได้วางเลิฟไลน์ชัดๆ แต่เคมีระหว่างทั้งคู่ก็ทำเอาคนดู เผลอจิ้นแบบช่วยไม่ได้

4. Love Your Enemies – คู่กัดจะกลายเป็นคู่ชีวิตได้ไหม

หลังผ่านบทดราม่าเข้มข้นและการเอาตัวรอดจากสถานการณ์โหดๆ มานับไม่ถ้วน จูจีฮุนก็หันกลับมาเติมวิตามินหัวใจให้คนดู ด้วยการคัมแบ็กสู่แนว โรแมนติกคอเมดี้ อีกครั้งในซีรีส์ Love Your Enemies ประกบคู่กับ จองยูมี

โทนเรื่องเล่าความสัมพันธ์ของสองคนที่เหมือนเกิดมาเพื่อเป็น คู่กัดตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ เพราะมีปมขัดแย้งระหว่างสองครอบครัวเป็นทุนเดิม จากการปะทะคารมและการห้ำหั่นกันตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกก็เริ่มค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปในแบบที่ทั้งคู่เองก็ไม่ทันตั้งตัว

แล้วจุดหักศอกคือ ทั้งสองต้องแยกจากกันไปนานถึง 18 ปี ก่อนจะโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง ทำให้คนดูอยากลุ้นไปพร้อมกันว่า:

  • คู่กัดในวัยเด็ก

  • จะกลายเป็นคู่ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ได้จริงหรือเปล่า

5. The Light Shop – เมื่อร้านขายโคมไฟคือประตูเชื่อมคนเป็นและคนตาย

พอหัวใจเริ่มฟูจากโรแมนติกคอเมดี้ ก็ถึงคิวเตรียมทิชชู่กล่องใหญ่ กับซีรีส์น้ำดีส่งท้ายปี 2024 อย่าง The Light Shop ที่อยู่ในจักรวาลเดียวกับ Moving ซีรีส์ที่เป็นหนึ่งในลิสต์โปรดของใครหลายคน

เรื่องนี้พาผู้ชมไปสำรวจ ร่องรอยความสัมพันธ์ของผู้คนมากมาย ผ่านร้านขายโคมไฟลึกลับที่ตั้งอยู่ท้ายซอยอันเปลี่ยว ซึ่งกลายเป็นจุดบรรจบระหว่างโลกของคนเป็นและคนตาย

จูจีฮุนรับบท จองวอนยอง เจ้าของร้านโคมไฟที่ดูเหมือนธรรมดา แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความลับของผู้คนที่เดินผ่านเข้ามาแต่ละดวงไฟ ละมุนแต่บีบหัวใจในเวลาเดียวกัน

สรุป: ถ้าจะเริ่มติ่งจูจีฮุน ควรเริ่มตรงไหนก่อนดี?

จากเจ้าชายเย็นชาในยุคบุกเบิก K-Drama สู่เจ้าชายหนีซอมบี้ บอดี้การ์ดโลกอนาคต คู่กัดโรแมนติก และเจ้าของร้านปริศนาที่เชื่อมสองโลก สิ่งที่เห็นชัดคือ จูจีฮุนไม่เคยเล่นบทซ้ำ และไม่เคยยอมให้ตัวเองหยุดท้าทายขอบเขตการแสดง

ใครเพิ่งจะมารู้จักเขาจาก The Trauma Code แล้วอยากตามเก็บผลงาน:

  • สายติ่งคลาสสิก: เริ่มจาก Princess Hour

  • สายลุ้นระทึกระดับโลก: ไปต่อที่ Kingdom

  • สายไซไฟเข้มข้น: ห้ามพลาด Blood Free

  • สายโรแมนติกเบาสมองแต่มีแผลในใจ: ลอง Love Your Enemies

  • สายดราม่าอบอุ่นปนละมุนเศร้า: ปิดท้ายด้วย The Light Shop

เตรียมหัวใจให้พร้อม เพราะพอเริ่มดูครบทั้ง 5 เรื่อง คุณอาจจะเข้าใจเลยว่า ทำไมชื่อ “จูจีฮุน” ถึงผูกติดกับคำว่า นักแสดงของบท “ไม่ธรรมดา” อยู่เสมอ