Beyond Intelligence Manufacturing: ปีที่ 3 ของงานที่สายอุตสาหกรรมห้ามพลาด
งาน Automation & Robotic Day 2025 ที่จัดโดยสถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) เดินทางมาถึงปีที่ 3 แล้ว และปีนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะยกระดับคอนเซ็ปต์สู่ธีม “Beyond Intelligence Manufacturing by DX & GX”
ตลอดทั้ง 4 โซนภายในพื้นที่ของ TGI จะถูกเนรมิตให้กลายเป็นโชว์เคสเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation & Robotic) ระดับแนวหน้า ให้ผู้ประกอบการไทยได้อัปเดตเทรนด์การผลิตยุคใหม่แบบจัดเต็ม
ธีมปีนี้โฟกัส 2 เรื่องใหญ่ที่ทุกโรงงานต้องให้ความสำคัญ
Digital Transformation (DX): การพาโรงงานเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง
Smart Manufacturing & Green Transformation (GX): ผลิตให้ฉลาดขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เดินเกมตามเทรนด์โลกด้านความยั่งยืน
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่แค่เอาหุ่นยนต์มาใช้ แต่ต้องทำให้ทั้งไลน์ผลิต ฉลาดขึ้น เขียวขึ้น และแข่งขันได้มากขึ้น
ทำไม TGI ต้องผลักดัน Automation & Robotic อย่างจริงจัง
เบื้องหลังการจัดงานต่อเนื่อง 3 ปี คือความตั้งใจของ TGI ที่อยากช่วยผู้ประกอบการไทยยกระดับภาคการผลิตให้ทันเกมโลก ทั้งเรื่องต้นทุน แรงงาน และประสิทธิภาพ
ในยุคที่ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น คู่แข่งมีเทคโนโลยีล้ำหน้า โรงงานไทยไม่สามารถพึ่งพาวิธีเดิม ๆ ได้อีกต่อไป การลงทุนใน ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จึงกลายเป็นทางรอดสำคัญ
แต่แค่ซื้อเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์มาใช้ไม่พอ หาก บุคลากรไม่มีการ Upskill ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบใหม่ได้จริง ผลลัพธ์ที่ควรจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ อาจกลายเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาโดยใช่เหตุ
TGI จึงใช้เวทีงานนี้เป็นพื้นที่
สร้างการรับรู้เรื่องการนำ Automation & Robotics ไปใช้ในโรงงาน
ผลักดันให้โรงงานไทยเข้าใกล้แนวคิด Industry 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม
เชื่อมต่อผู้ประกอบการกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญแบบครบวงจร
จากปีแรกถึงปีที่ 3: งานนี้โตไปพร้อมกับเทรนด์อุตสาหกรรมโลก
ตลอด 2 ครั้งที่ผ่านมา งานนี้ไม่ได้แค่จัดซ้ำ แต่มีการ ต่อยอดเนื้อหาและโฟกัสไปตามเทรนด์ อย่างชัดเจน
ปีแรก: วางฐานให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่า ทำไมต้องนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ Productivity ให้การผลิต
ปีที่ 2: ขยับไปสู่การผสมผสาน เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ากับ Automation & Robotics ทำให้กระบวนการผลิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปีที่ 3 (ปีนี้): โฟกัสเรื่อง Green Technology และการลดคาร์บอนในกระบวนการผลิต เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเดินเกมสอดคล้องกับเป้า ความยั่งยืนระดับโลก
หัวใจสำคัญ คือ การชี้ให้เห็นว่า การอัปเกรดสู่ Industry 4.0 ไม่ได้หยุดแค่การมีหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติในโรงงาน แต่ต้องต่อยอดด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยีเขียวอย่างจริงจัง
DX + GX ไม่ใช่แค่คำนิยามสวย ๆ แต่คือกลยุทธ์รอดของโรงงานไทยใน 5–10 ปีข้างหน้า
2 ไฮไลต์ใหญ่ที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเอง
งานนี้ไม่ได้มีดีแค่โชว์เคสเทคโนโลยี แต่ยังมาพร้อม 2 ไฮไลต์ระดับเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมไทย
1) เปิดตัวศูนย์ Test Bed 5G & 5G Solution Development Center
หนึ่งในจุดเด่นของปีนี้คือการเปิดตัว
5G Solution Development Center & EEC Net Digital AI & 5G Network
ศูนย์ Test Bed 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรม
ศูนย์นี้เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน นำโดยหน่วยงานด้านดิจิทัลและการพัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ ตลอดจนผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลรายใหญ่
เป้าหมายของศูนย์ Test Bed 5G คือ
ให้โรงงานสามารถทดลองใช้เครือข่าย 5G อัจฉริยะ ก่อนนำไปใช้จริง
ช่วยผู้ประกอบการมองเห็น Use Case ที่จับต้องได้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
เป็นฐานรองรับการพัฒนา Smart Manufacturing 4.0 ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่พร้อมใช้งาน
ศูนย์นี้ยังถูกวางบทบาทให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา บุคลากรด้านดิจิทัลและ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมทั้งในและนอกพื้นที่ EEC อีกด้วย
2) ดัน System Integrator (SI) ไทยให้แข็งแรงขึ้น
อีกไฮไลต์ที่ผู้ประกอบการ System Integrator (SI) ต้องรีบจดไว้ในปฏิทิน คือ การเปิดพื้นที่ให้
ให้ความรู้เรื่องการขึ้นทะเบียน SI ตามเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐกำหนด
แชร์ Success Cases ของ SI ไทยที่ประสบความสำเร็จในโปรเจกต์จริง
เปิดให้ ขึ้นทะเบียน SI ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายภายในงาน
TGI มองว่า ถ้าโรงงานไทยใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้น แต่ยังต้องพึ่งพา SI ต่างชาติในวันที่ระบบล่มหรือเครื่องมีปัญหา ผลกระทบที่ตามมาคือ
ต้องรอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
เสี่ยงไลน์ผลิตหยุดชะงักโดยไม่จำเป็น
แบกรับค่าเสียโอกาสและค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้
ทางออกคือ ต้องเร่ง สร้าง SI ไทยให้แข็งแรง มีมาตรฐาน และพร้อมรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมในประเทศแบบระยะยาว
4 โซนเทคโนโลยีที่สายโรงงานต้องเดินให้ครบ
ในงาน Automation & Robotic Day 2025 พื้นที่จะถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนใหญ่ ให้เดินกันแบบเน้น ๆ ตามสายเทคโนโลยีที่สนใจ
ZONE 1: Robotics and Automation via 5G Network
รวมเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์รุ่นล่าสุด
เชื่อมต่อการทำงานผ่านเครือข่าย 5G เพื่อให้การสื่อสารข้อมูลในไลน์การผลิตเร็วและเสถียร
เหมาะกับโรงงานที่อยากเห็นภาพจริงว่า “ระบบอัตโนมัติ + หุ่นยนต์ + 5G” ทำงานร่วมกันอย่างไรในโรงงานยุคใหม่
ZONE 2: Smart Manufacturing and Green Transformation (GX)
โฟกัสการทรานสฟอร์มโรงงานสู่การผลิตอย่างยั่งยืน
อัปเดตเทคโนโลยี Smart Manufacturing ที่ช่วยทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและลดคาร์บอน
ช่วยผู้ประกอบการวางโรดแมปสู่ Green Transformation (GX) ให้สอดคล้องมาตรฐานและเทรนด์โลก
ZONE 3: Digital Transformation for Manufacturing (DX)
เจาะลึกการทำ Digital Transformation สำหรับสายการผลิตโดยเฉพาะ
แนะนำโซลูชันและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับกระบวนการผลิตสู่ Manufacturing 4.0
ทำให้ภาพคำว่า “โรงงานอัจฉริยะ” กลายเป็นเรื่องที่จับต้องและเริ่มต้นได้จริง
ZONE 4: AI, IoT & Machine Learning for Manufacturing
รวมเทคโนโลยี AI, IoT และ Machine Learning สำหรับภาคการผลิต
- ชี้ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ สามารถช่วย
ตรวจจับปัญหาก่อนเกิดจริง
วางแผนการซ่อมบำรุงแบบ Smart Maintenance
เก็บและใช้ประโยชน์จาก Data ได้เต็มศักยภาพ
สิทธิประโยชน์และกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมจะได้ในงาน
ภายในงานไม่ได้มีแค่การเดินดูเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นด้วยคอนเทนต์และบริการที่ผู้ประกอบการสามารถนำกลับไปต่อยอดได้ทันที
สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน มีทั้ง:
เสวนาอัปเดตเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์รุ่นใหม่ พร้อมแชร์ประสบการณ์ Success Cases จากโรงงานที่ทำ Digital Transformation สำเร็จ
พิธีเปิดตัวศูนย์ 5G Solution Development Center & EEC Net Digital AI & 5G Network และศูนย์ Test Bed 5G สำหรับภาคการผลิตไทย
บริการให้คำปรึกษาด้าน Test Bed 5G โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอัปเดตเทคโนโลยีเครือข่ายจากพันธมิตรด้านดิจิทัล เพื่อพาโรงงานไปสู่ Smart Manufacturing
รับคำแนะนำด้าน สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เช่น สิทธิด้านการลงทุน มาตรการภาษี และโครงการสนับสนุนต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อัปเดตแนวทาง Smart Green Transformation (GX) พร้อมชมตัวอย่างการใช้แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนเครดิตในภาคการผลิต
ผู้ประกอบการ SI ไทย สามารถ ขึ้นทะเบียน SI ฟรี ภายในงาน
อัปเดตแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มทันสมัยที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
พบกับบูธแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับภาคการผลิตกว่า 40 บูธ จากหลายแบรนด์และพันธมิตร
6 เทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังเร่งสปีดอุตสาหกรรมไทย
ภายในงานยังชี้ชัด 6 เทรนด์เทคโนโลยีที่ถูกมองว่าเป็น ตัวเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตไทยแบบยั่งยืน ใครอยู่ในสายโรงงาน ถ้ายังไม่เริ่มขยับใน 6 เรื่องนี้ เตรียมตามเกมยากแน่นอน
1. Data Driven & Data Analytic
การบริหารจัดการข้อมูลการผลิตอย่างเป็นระบบ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อ
ลดของเสีย
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างแม่นยำ
2. Autonomous Mobile Robot (AMR)
หุ่นยนต์ยานพาหนะเคลื่อนที่อัตโนมัติ ที่ช่วย
ขนย้ายวัสดุภายในโรงงานอย่างชาญฉลาด
ลดการใช้แรงงานคนในงานซ้ำ ๆ
เสริมศักยภาพงานโลจิสติกส์ภายในโรงงานให้เร็วและแม่นยำขึ้น
3. Carbon Credit Exchange Platform
แพลตฟอร์มสำหรับคำนวณและจัดการ คาร์บอนเครดิต ช่วยให้โรงงานสามารถ
วัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการผลิต
วางกลยุทธ์ลดคาร์บอนให้สอดคล้องกับแนวทาง Green Transformation (GX)
เปลี่ยนการลดคาร์บอนให้กลายเป็นแต้มต่อการแข่งขัน
4. AI for Smart Manufacturing 4.0
การนำ AI มาใช้ในหลายมิติของโรงงาน เช่น
ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic)
การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Smart Maintenance)
ผลลัพธ์คือ โรงงานสามารถทำงานเชิงรุก ลดปัญหาก่อนเกิด ลด Downtime และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
5. 5G for Industry 4.0
เทคโนโลยี 5G ไร้สายความเร็วสูง ถูกมองเป็นหนึ่งในเส้นเลือดหลักของโรงงานยุคใหม่ เพราะช่วยให้
เครื่องจักรและระบบต่าง ๆ เชื่อมต่อกันแบบ Real-time
ส่งข้อมูลปริมาณมากได้อย่างเสถียร
รองรับการใช้งาน AI, IoT และระบบควบคุมจากระยะไกลในไลน์การผลิต
6. Cyber Security สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต
เมื่อโรงงานเชื่อมต่อทุกอย่างเข้ากับระบบดิจิทัล การป้องกันความเสี่ยงด้านไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องแถมอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องหลักที่ต้องจัดการตั้งแต่ต้นทาง
ปกป้องข้อมูลการผลิตและข้อมูลสำคัญขององค์กร
ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีที่อาจทำให้ไลน์ผลิตหยุดชะงัก
สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
สรุป: งานเดียวที่รวมทุกอย่างเพื่อพาโรงงานไทยไปต่อ
หากคุณอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต เป็นผู้ประกอบการ SI วิศวกร ฝ่ายผลิต หรือคนทำงานด้านเทคโนโลยีโรงงาน งาน Automation & Robotic Day 2025 @ TGI คือเวทีที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
เพราะในงานเดียว คุณจะได้ทั้ง
มองเห็นภาพอนาคตของ Smart & Green Manufacturing อย่างชัดเจน
รู้ว่าเทคโนโลยีไหนคือ ตัวจริง ที่ควรเริ่มต้นลงทุน
ได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายพันธมิตร เทคโนโลยี และหน่วยงานสนับสนุนสำคัญ
ยุคนี้ ไม่ใช่แค่ผลิตให้ได้ แต่ต้องผลิตให้ฉลาดและยั่งยืน ใครเริ่มก่อน ย่อมได้เปรียบก่อนอย่างชัดเจน

