รับแอปรับแอป

ถอดโรดแม็พใหม่ SET: 3 ปีพลิกเกมตลาดทุนไทยด้วยความยั่งยืนและ AI

ธีรพล นาคดี01-30

โรดแม็พ 3 ปีใหม่ของ SET: จากวิกฤตความเชื่อมั่นสู่โอกาสครั้งใหญ่

ตลาดทุนไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ทั้งความเชื่อมั่นที่ถดถอย สภาพคล่องที่หดตัว ขาดธุรกิจใหม่เข้ามาระดมทุน แข่งขันกับตลาดต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือกหนักขึ้นทุกวัน

ยังไม่รวมความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งการเมืองที่ผันผวน เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภัยธรรมชาติ ไปจนถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ตลาดทุนไทยจำเป็นต้อง “รีเซ็ตเกม” และวางโรดแม็พใหม่ทั้งระบบ

ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จึงวางแผน 3 ปี (2569-2571) เดินเกมเชิงรุก เพื่อทำให้ตลาดทุนกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และเป็นประตูสู่โอกาสการลงทุนที่เปิดกว้างสำหรับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

แกนคิดหลักของแผน 3 ปี: เสริมเสน่ห์ ฟื้นสภาพคล่อง ดันมูลค่าธุรกิจ

หัวใจของโรดแม็พครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในทุกมิติ

  • สร้างเสน่ห์และความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness)

  • เพิ่มสภาพคล่องการซื้อขาย (Liquidity)

  • ดันมูลค่าบริษัทจดทะเบียนให้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริง (Valuation)

  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่หายไป

  • เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ผู้เล่นทุกกลุ่มในระบบนิเวศตลาดทุน

จากภาพรวมนี้ SET จึงสรุปออกมาเป็น 3 กลยุทธ์ใหญ่ ที่จะใช้ขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า

กลยุทธ์ที่ 1: Exciting Markets with Confidence – ทำตลาดให้คึกคัก และกลับมาน่าเชื่อถือ

กลยุทธ์แรกโฟกัสไปที่การ สร้างตลาดที่ “มีชีวิต” อีกครั้ง พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นให้กลับมาอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ

1. ดึง Fund Flow กลับเข้าตลาด ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่และพันธมิตร

SET เตรียม เพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เม็ดเงินการลงทุนกลับมาไหลเวียนในตลาดทุนไทย

ตัวอย่างทิศทางสำคัญ ได้แก่

  • ต่อจิ๊กซอว์แพลตฟอร์มอย่าง Bond Connect Platform ให้รายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลได้ง่ายขึ้น

  • เพิ่มทางเลือกการลงทุนในกลุ่ม Crypto ETF, DR และ Leveraged & Inverse (L&I) ETF สำหรับนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ

  • พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้กลายเป็น ศูนย์รวมพอร์ตการลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อให้ผู้ลงทุนบริหารจัดการทุกอย่างได้จบในที่เดียว

พร้อมกันนี้ SET ยังเตรียมเดินหน้า โรดโชว์ทั้ง inbound และ outbound เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามา พร้อมทบทวนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการลงทุนจากต่างประเทศ

2. ยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน ดึงธุรกิจศักยภาพสูงเข้าตลาด

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการ ทำให้ตลาดทุนไทยเป็น “บ้านที่น่าเข้า” สำหรับบริษัทศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น New Economy, ธุรกิจต่างชาติ, SME หรือ Startup

แนวทางที่ SET วางไว้ ได้แก่

  • ทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับ เพื่อ ปรับปรุงกฎและกระบวนการ IPO ให้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น

  • ผลักดันคุณภาพของ บจ. ไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

  • จับมือกับ BOI และโครงการ EEC เพื่อดึงดูดธุรกิจ New Economy และบริษัทต่างชาติให้เข้ามาระดมทุนในไทย

  • ต่อยอดโครงการ JUMP+ เพื่อเพิ่ม visibility และศักยภาพให้กับ บจ. ที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว

  • เสริมความแข็งแกร่งด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ให้เป็นพื้นฐานของความน่าเชื่อถือในระยะยาว

3. รุก TFEX ให้เป็นเครื่องมือเสริมกลยุทธ์ลงทุน

TFEX ไม่ได้เป็นแค่สนามอนุพันธ์ แต่ถูกวางบทบาทใหม่ให้เป็น เครื่องมือเสริมพอร์ตหุ้น และสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่นขึ้น

ทิศทางหลัก ได้แก่

  • เพิ่มสินค้าอนุพันธ์รูปแบบใหม่ เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) และ Crypto-based product

  • เพิ่มสภาพคล่องผ่าน Market Maker และ Professional Trader

  • ร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อ ขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

กลยุทธ์ที่ 2: Grow Business with Stakeholders – โตไปพร้อมพันธมิตร สร้างอีโคซิสเท็มใหม่

กลยุทธ์ที่สอง คือการ ผนึกกำลังกับทุก Stakeholder เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่ SET โต แต่ระบบนิเวศทั้งวงจรต้องเติบโตไปพร้อมกัน

สร้าง SET Climate Ecosystem ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคาร์บอนของประเทศ

ในยุคที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นเงื่อนไขทางธุรกิจ SET เดินหน้า ขยายการใช้งานแพลตฟอร์ม SETCarbon จากบริษัทจดทะเบียนไปสู่

  • ซัพพลายเชนของ บจ.

  • กลุ่มธนาคาร

  • ลูกค้าธนาคารที่ต้องการเข้าถึง Green Finance

เป้าหมายคือ

  • เพิ่มจำนวน บจ. ที่ใช้งานระบบอย่างน้อย อีก 100 บริษัท

  • พัฒนาแพลตฟอร์มให้ครบวงจร ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ธุรกิจจริง

  • ปูทางสู่การเป็น ฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศ ด้วยมาตรฐานข้อมูลชุดเดียวสำหรับทุกภาคส่วน

  • สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

  • เตรียมภาคธุรกิจให้พร้อมรับกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access ด้วย AI

อีกหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดย SET จะนำ AI มาต่อยอดธุรกิจด้าน Market Data & Access ทั้งเพื่อใช้ภายใน และให้บริการภายนอก

โฟกัสสำคัญคือ

  • ใช้ AI ยกระดับคุณภาพข้อมูลให้ ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความสดใหม่

  • พัฒนานโยบายการให้บริการข้อมูลเชิงพาณิชย์ให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล

กลยุทธ์ที่ 3: Great Process and People – ยกเครื่องระบบ และปั้นคนให้พร้อมอนาคต

กลยุทธ์สุดท้ายมุ่งที่ “หลังบ้าน” ของตลาดทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและคน เพราะถ้า 2 เรื่องนี้ไม่แข็งแรง ทุกอย่างที่สร้างไว้ก็เปราะบาง

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ

SET เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างระบบให้ทันกับความต้องการของตลาดยุคใหม่ โดยเฉพาะ

  • พัฒนาระบบ Clearing ใหม่ เตรียมเริ่มใช้ในปี 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบ

  • ยกระดับ TSD e-Service เช่น

    • QR Code Sealer

    • e-Proxy

    • e-Document

    • Investor Portal

ทั้งหมดนี้คือการทำให้ประสบการณ์ของผู้ลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และปลอดภัยขึ้น

วางรากฐาน “คน” ให้พร้อมนำการเปลี่ยนแปลง

ในโลกที่เทคโนโลยีขยับเร็ว องค์กรจะไปต่อได้ ต้องเริ่มจาก “คน” SET จึงเน้น

  • ขับเคลื่อนบุคลากรให้เดินไปในทิศทางเดียวกับองค์กรและโมเดลธุรกิจใหม่

  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบเปิดกว้าง กล้าลอง กล้าปรับ และ กล้าประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

  • สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่

  • ปลูกฝังมุมมองเรื่องความยั่งยืน ให้เป็นดีเอ็นเอของการเติบโตในระยะยาว

ทิศทางใหม่ สอดรับ 2 เมกะเทรนด์: ความยั่งยืน และ AI

มิติที่น่าสนใจที่สุดของโรดแม็พนี้ คือการผูกตลาดทุนไทยเข้ากับ 2 เมกะเทรนด์ระดับโลก อย่าง “Sustainability” และ “AI” อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำสวยหรูบนเวที

ความยั่งยืน: จาก Compliance สู่โอกาสทางธุรกิจ

ในมิติความยั่งยืน SET เดินหน้าเสริมความแข็งแรงของ SET Climate Ecosystem โดยใช้ SETCarbon เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน

ประเด็นสำคัญคือ

  • SETCarbon เป็นเครื่องมือช่วยธุรกิจ คำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นในการวางแผนสู่ Net Zero

  • ยิ่งประเทศไทยปรับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้น แรงกดดันต่อภาคธุรกิจยิ่งเพิ่มขึ้นตาม

  • Pain point ใหญ่ของธุรกิจ คือการต้องวัด Emissions ไม่ใช่แค่ในธุรกิจตัวเอง แต่ต้องครอบคลุมถึง ทั้ง Supply Chain หรือ Scope 3

เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนเข้าถึงเครื่องมือได้จริง SET จึงวางแผน ผนึกกำลังกับกลุ่มธนาคาร ให้ลูกค้าที่ต้องการ Green Finance สามารถใช้ SETCarbon ในการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์ของตนเองได้

เป้าหมายคือการ

  • ขยายพันธมิตรธนาคารเพิ่มขึ้น

  • รองรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต

  • เตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนรองรับกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

AI: ใช้จุดแข็งด้าน “ฐานข้อมูล 50 ปี” ต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่

ในมิติ AI สิ่งที่ SET มีเหนือใคร คือ ฐานข้อมูลที่ลึก ครบ และยาวนานกว่า 50 ปี ครอบคลุมทั้ง

  • ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน

  • ข้อมูลการซื้อขาย (Trade Data)

  • ข้อมูลด้านความยั่งยืน

ด้วยจุดแข็งนี้ AI จะไม่ใช่แค่คำว่า “เทคโนโลยีใหม่” แต่เป็น ตัวคูณพลังให้ข้อมูลทั้งหมดกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ

แนวทางสำคัญ ได้แก่

  • พัฒนา AI ใช้ภายในองค์กรก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบและข้อมูลมีความแม่นยำ

  • นำ AI มาช่วยวิเคราะห์แนวโน้มใหม่ ๆ หาโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนการกำกับดูแล

  • พัฒนาต่อเนื่องทั้งในมุม Data และ Application จนพร้อมจะขยับไปสู่ บริการเชิงพาณิชย์ในระดับสากล

  • ให้ความสำคัญกับประเด็น Governance ด้านการใช้ข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลถูกใช้โดย “คนที่ใช่ ในวิธีที่ถูกต้อง”

ย้อนดูผลงานปี 2568: วางฐานก่อนเร่งเครื่อง

ก่อนจะเข้าสู่เฟสใหม่ แผนในปี 2568 ก็ถือเป็นการ “ปูฐาน” ที่สำคัญของสิ่งที่จะต่อยอดต่อไป

ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

  • เพิ่มเสน่ห์ตลาดผ่าน โครงการ JUMP+ เสริมศักยภาพให้ บจ. มีบริษัทเข้าร่วมแล้วกว่า 110 แห่ง

  • พัฒนา Bond Connect Platform ให้รายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลง่ายขึ้น มี 15 บริษัทหลักทรัพย์เข้าร่วม เตรียมเปิดซื้อขายไตรมาส 1 ปี 2569

  • พัฒนาระบบรองรับ G-Token

  • เพิ่มความหลากหลายของการลงทุนผ่าน Leveraged & Inverse ETF และ DR

ด้านเสถียรภาพตลาด ก็มีการเดินเกมเชิงรุก เช่น

  • ปรับมาตรการจำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวในดัชนีหลักไม่เกิน 10%

  • ออกมาตรการเฉพาะหน้ารับมือความผันผวนใน SET, mai และ TFEX

  • ปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor และ Dynamic Price Band ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง

  • เดินหน้า Ease of Doing Business เช่น e-Proxy, QR Code Sealer, ปรับเกณฑ์ Treasury stock ให้ยืดหยุ่น และลดค่าความเสี่ยงลงทุนหุ้นในธุรกิจประกัน

ด้านความยั่งยืนเอง SET ก็ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องผ่าน

  • การใช้แพลตฟอร์ม SETCarbon โดยมี 299 บจ. และธนาคารพันธมิตร 2 แห่งใช้งาน

  • การประกาศ SET Net Zero target ภายในปี 2050 และได้รับการรับรองจาก SBTi เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งที่ 4 ของโลก

  • การปลูกฝังความรู้ด้านการเงินและตลาดทุนแก่สังคมในมิติต่าง ๆ รวมถึงการช่วยเหลือสังคมช่วงภัยพิบัติ โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ

ภาพใหญ่: ตลาดทุนไทยต้องไม่ใช่แค่ “ที่ระดมทุน” แต่เป็นเครื่องยนต์อนาคตประเทศ

เมื่อมองภาพรวมของทั้ง 3 กลยุทธ์ จะเห็นทิศทางชัดเจนว่า SET ไม่ได้มองตัวเองแค่ในบทบาท “ตลาดซื้อขายหุ้น” อีกต่อไป

แต่กำลังรีเซ็ตบทบาทให้กลายเป็น

  • เกทเวย์ที่น่าเชื่อถือ สำหรับโอกาสการลงทุน

  • แพลตฟอร์มข้อมูลที่ต่อยอดด้วย AI

  • โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

  • พาร์ตเนอร์ของภาคธุรกิจในเส้นทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ในโลกที่ตลาดทุนต่างประเทศเริ่มสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากขึ้น เช่น

  • กลุ่ม Data ของ London Stock Exchange

  • เทคโนโลยีและธุรกิจ IT ของ nasdaq

ทิศทางที่ SET เลือกเดินตามด้วย Sustainability + AI จึงไม่ใช่แค่ “ตามโลกให้ทัน” แต่คือการพยายาม “จับจังหวะใหม่ของการเติบโต” ให้กับตลาดทุนไทยทั้งระบบ

ถ้าโรดแม็พ 3 ปีนี้ขับเคลื่อนได้ตามแผน สิ่งที่เราน่าจะได้เห็น คือ

  • ตลาดทุนไทยที่กลับมาคึกคัก

  • โอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ทั้งจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิมและนวัตกรรมการเงิน

  • ภาคธุรกิจที่พร้อมกว่าเดิมในการรับมือทั้งความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

  • ระบบนิเวศที่ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก และธุรกิจที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

โจทย์จากนี้ไปจึงไม่ใช่แค่ว่าแผนดีแค่ไหน แต่คือ “ลงมือได้เร็วและลึกพอหรือไม่” ที่จะทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นเวทีสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุค AI และความยั่งยืนอย่างแท้จริง