เปิดเวที “ยกเครื่องประเทศไทย”
16 ธ.ค. 68 พรรคเพื่อไทยจัดงาน “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” เปิดโผ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ได้แก่
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
งานนี้มีแกนนำระดับอดีตนายกรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคจำนวนมากเข้าร่วม สะท้อนภาพความพร้อมของพรรคในการเดินหน้า ยกเครื่องประเทศครั้งใหญ่ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การล้างหนี้ และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ยศชนัน: ยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน เล่าเส้นทางชีวิตที่เติบโตจากครอบครัวข้าราชการและพยาบาล ย้ายถิ่นไปหลายจังหวัด เรียนในโรงเรียนประจำจังหวัด และได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่า ความรู้และความขยันคือกุญแจเปลี่ยนชีวิต
เขาย้ำว่า “ในประเทศไทย หากตั้งใจจริง ทุกอย่างเป็นไปได้” และเชื่อว่าถ้าไทยเลือกเดินบนเส้นทางใหม่ กล้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยดึงศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยออกมา อนาคตที่ดีกว่าของประเทศยังไปต่อได้แน่นอน
ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เขาตั้งเป้ายกระดับไทยให้ก้าวสู่ประเทศรายได้สูงให้เร็วที่สุด โดยใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นแกนหลัก ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญ 2 มิติ
1. เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิม (Old Economy)
นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปเสริมในภาคเศรษฐกิจดั้งเดิม ได้แก่
ภาคเกษตรกรรม
ภาคอุตสาหกรรมการผลิต
ภาคการบริการ
เป้าคือทำให้โครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ทำงานได้ฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น
2. สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine)
ใช้ศักยภาพท้องถิ่นผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุดใหม่ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น
การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Transition)
รูปแบบใหม่ของการผลิตอุตสาหกรรม
สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
รัฐต้องปรับตัวสู่ยุค AI และ Digital Government
ในมุมของภาครัฐ ยศชนันชี้ชัดว่า หากไทยจะขยับขึ้นสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง รัฐเองก็ต้องเปลี่ยนโหมดการทำงานอย่างจริงจัง โดยมี 3 ภารกิจสำคัญที่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน
1. สร้างความมั่นคงรอบด้าน
ความมั่นคงทางการทหาร
ความมั่นคงไซเบอร์
ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน
การรับมือ Climate Change
ทั้งหมดควบคู่ไปกับการทูตที่รักษาสมดุลผลประโยชน์ของไทยบนเวทีโลก
2. ฟื้นหลักนิติธรรมและความเชื่อมั่น
ฟื้นฟูหลักนิติธรรมให้กลับมาเป็นที่พึ่งได้จริง
คืนความยุติธรรมให้ประชาชน
ใช้ Digital Government เป็นเครื่องมือสร้างความโปร่งใส ลดการคอร์รัปชัน
พร้อมมุ่งสู่ AI Transformation เพื่อสร้างระบบราชการแบบ One Stop ที่ประชาชนทำธุระกับรัฐได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และตรวจสอบได้มากขึ้น
3. ปูโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่
รัฐต้องลงทุนชุดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจเดิมและเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่
ระบบคมนาคมและโลจิสติกส์
ระบบความปลอดภัยด้วย AI
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
พลังงานสะอาด
ระบบสวัสดิการ การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม
ทั้งหมดต้องเดินคู่กับ การเตรียมคนไทยให้มีทักษะใหม่ รองรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
จุลพันธ์: แก้เศรษฐกิจปากท้อง ยกเครื่องพรรคสู่การยกเครื่องประเทศ
ด้านนายจุลพันธ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มองว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่รับเมื่อ 31 ตุลาคม 2568 ไม่ใช่แค่ตำแหน่งทางการเมือง แต่คือ ความคาดหวังของประชาชนที่อยากเห็นเพื่อไทยกลับมาเป็นความหวังของประเทศ
ตลอดเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เขาชี้ว่าพรรคเดินหน้าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงโครงสร้างและการทำงานจริง ได้แก่
การสื่อสารกับประชาชนเชิงรุก
การทำงานในสภาอย่างเข้มข้น
การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่รวมตัวแทนทุกวัย ทุกภูมิภาค
การออกแบบนโยบายที่ฟังทั้งนักวิชาการและเสียงจากประชาชน
ทั้งหมดสะท้อนว่าพรรคยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางเสมอ และตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พรรคไม่เคยทอดทิ้งประชาชน วันนี้เมื่อยกเครื่องพรรคภายในเสร็จแล้ว เป้าหมายต่อไปคือ การยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบ
หวยเกษียณ – ล้างหนี้ทั้งระบบ: เดินเกมเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเงิน
ในหมวดนโยบายเร่งด่วน จุลพันธ์ชูแนวคิดหลัก 2 ส่วน คือ “หวยเกษียณ” และแพ็กเกจนโยบายล้างหนี้คนไทย โดยมองว่าปัญหาหนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่รายกรณี
หวยเกษียณ: เปลี่ยนการเสี่ยงโชคเป็นการออม
ภายใน 3 เดือนแรกที่เข้ารัฐบาล พรรคตั้งใจผลักดัน “หวยเกษียณ” เพื่อ
เปลี่ยนพฤติกรรมจาก “เสี่ยงโชค” เป็น “การออม”
สร้างหลักประกันทางการเงินให้ผู้สูงอายุ
ทำงานควบคู่ไปกับสวัสดิการของรัฐ
ล้างหนี้ให้คนไทย: ชนโครงสร้างหนี้ทั้งในและนอกระบบ
แนวทางล้างหนี้ประกอบด้วยมาตรการหลายด้าน เช่น
แก้หนี้นอกระบบด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
เปิดโอกาสปิดหนี้เสีย (NPL) ด้วยการจ่ายเพียงบางส่วน
พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ให้มีโอกาสลุกขึ้นมาตั้งหลักใหม่
ปลดภาระหนี้ให้ผู้สูงอายุที่เปราะบาง
ให้รางวัลกับลูกหนี้ชั้นดีที่มีวินัยทางการเงิน
วิธีคิดคือ คืนลมหายใจให้คนเป็นหนี้ เพื่อให้กลับมาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกครั้ง ไม่ใช่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สุริยะ: รถไฟฟ้า 20 บาท – รถเมล์แอร์ 10 บาท – บ้านเพื่อคนไทย
นายสุริยะในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคน มองว่าการพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่องคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นตัวเปิดทางให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
จากประสบการณ์ภาคอุตสาหกรรม เขาเห็นชัดว่าระบบราชการหลายจุดเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมืองเพื่อผลักดันการแก้ไขโครงสร้างระบบเหล่านี้ โดยให้ความสำคัญกับ
ผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นฐานการจ้างงานหลักของประเทศ
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นโยบายเร่งด่วนด้านคมนาคม
สุริยะย้ำชัดถึง 2 นโยบายหลัก ที่จะทำให้เรื่องการเดินทางของประชาชนจับต้องได้จริง
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย: หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตั้งเป้าให้ประชาชนใช้ได้ภายใน 3 เดือน
รถเมล์แอร์ 10 บาท: ทำหน้าที่เป็น Feeder เชื่อมคนจากชุมชนต่าง ๆ เข้าระบบขนส่งมวลชนคุณภาพ
เป้าหมายคือให้คนไทยทุกระดับรายได้ เข้าถึงการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และราคาเอื้อมถึงจริง ๆ ไม่ใช่แค่บนกระดาษ
บ้านเพื่อคนไทย: ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือฐานชีวิต
นโยบาย “บ้านเพื่อคนไทย” เริ่มต้นด้วย 4 โครงการนำร่อง โดยเน้นหลักการสำคัญคือ
ทำเลต้องมีศักยภาพ
ใกล้ระบบคมนาคม
ใกล้แหล่งงาน
ราคาที่ประชาชน “จ่ายไหวจริง”
แนวคิดคือ โครงสร้างพื้นฐานไม่ควรมีหน้าที่แค่พาคนเดินทางไป-กลับ แต่ต้องช่วยให้คนไทย ตั้งหลักชีวิตได้ มีบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอนาคตที่มั่นคง
สู่ภารกิจยกเครื่องประเทศไทย
เมื่อมองภาพรวมของทั้ง 3 แคนดิเดต จะเห็นกรอบคิดร่วมกันที่ชัดเจนคือ
ใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นตัวเร่งยกระดับเศรษฐกิจ
แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ คมนาคม ระบบราชการ และโอกาสทางเศรษฐกิจ
สร้างความมั่นคงให้คนไทยทั้งด้านการเงิน การเดินทาง ที่อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิต
พรรคเพื่อไทยย้ำว่าตนเองยังมีทั้งพลัง อุดมการณ์ และทีมงานที่ผสานประสบการณ์กับคนรุ่นใหม่ พร้อมอาสารับภารกิจในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อ รวมพลังยกเครื่องประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับชีวิตคนไทยทุกคนให้ดีขึ้นอย่างเห็นผล

