AI บุกสภา: ก้าวสำคัญสู่ Smart Parliament

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าเต็มกำลัง ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเปิดพื้นที่ให้บุคลากรในสังกัดเสนอไอเดียและผลงานใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานราชการ และสนับสนุนกระบวนการนิติบัญญัติให้ทันยุคดิจิทัล
ในโครงการส่งเสริมและขับเคลื่อนนวัตกรรมประจำปีงบประมาณ 2568 มีทั้งผู้บริหาร คณะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรม และข้าราชการจากหลายหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธีประกาศผลและมอบรางวัล ณ ห้องประชุมสัมมนาในอาคารรัฐสภา บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังของไอเดียใหม่ ๆ และความตั้งใจจะพาองค์กรเข้าสู่ยุค “Smart Parliament” อย่างจริงจัง
มุมมองต่อ AI: ไม่ใช่เจ้านาย แต่คือเพื่อนร่วมทีม
รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมการขับเคลื่อนนวัตกรรม ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนงานนิติบัญญัติ โดยเฉพาะในปี 2569 ที่คาดว่าจะมีการนำ AI มาใช้ในวงงานรัฐสภามากขึ้น เพื่อลดข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
แม้หลายคนกังวลว่า AI อาจทำให้บทบาทของมนุษย์ลดลง แต่มุมมองที่ถูกย้ำชัดคือ AI เปรียบเสมือน “เพื่อนร่วมงาน” หรือ “ผู้ช่วยมืออาชีพ” ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาหรือสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์ เพราะท้ายที่สุด มนุษย์คือผู้สร้าง กำกับ และตัดสินใจ
จุดยืนสำคัญคือ
มนุษย์ยังคงมี ทักษะ ประสบการณ์ และวิจารณญาณ ที่ AI ไม่อาจทดแทนได้
AI ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ช่วยคิด ช่วยสรุป และลดงานซ้ำ ๆ
ความสำเร็จของกระบวนการนิติบัญญัติยังคงขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจของมนุษย์
เมื่อเทคโนโลยีถูกผสานกับทักษะและประสบการณ์ของคน งานราชการจึงเดินหน้าได้คล่องตัวขึ้น ประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพการบริการสาธารณะ นี่คือหนึ่งในฐานรากสำคัญของการพัฒนาไปสู่ Smart Parliament ที่มีความยั่งยืน
เวทีนวัตกรรม: 17 ไอเดีย เขย่าระบบงานสภา
โครงการขับเคลื่อนนวัตกรรมในปีงบประมาณ 2568 เปิดกว้างให้บุคลากรจากหลายหน่วยเสนอผลงานเข้าประกวดรวม 17 ผลงาน สะท้อนให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองและองค์กรอย่างชัดเจน
เป้าหมายของโครงการ คือ
ผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับภารกิจจริงในทุกสายงาน
ทำให้ กระบวนการนิติบัญญัติ “เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และคุ้มค่างบประมาณมากขึ้น”
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรหลายฝ่าย ที่กล้าคิด กล้าลอง และกล้าปรับระบบงานเดิมให้ทันโลกใหม่
2 หมวดรางวัลใหญ่: Digital Service Innovation
รางวัลนวัตกรรมดีเด่นประจำปี 2568 แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งล้วนยึดแนวคิดเดียวกัน คือ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างคุณค่าและยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
1. นวัตกรรมการบริการดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์
เป็นผลงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างหรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยใช้หรือลดการใช้งบประมาณให้เหลือน้อยที่สุด แต่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าและชัดเจน
มีผลงานเข้าร่วมในประเภทย่อยนี้ 15 ผลงาน แบ่งเป็นระดับ “ดีมาก” 10 ผลงาน และ “ดีเด่น” 5 ผลงาน
ระดับ “ดีมาก” จำนวน 10 ผลงาน
ฐานข้อมูลการเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญชาวต่างชาติของรัฐสภา – โดยสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร – โดยคณะทำงาน KM และขับเคลื่อนนวัตกรรมของสำนักนโยบายและแผน
ระบบบริการข้อมูลวิชาการโลกอาหรับและตะวันออกกลาง (Arab & Middle East Studies) – โดยสำนักภาษาต่างประเทศ
ระบบ Speech-to-Text AI สำหรับการประชุมรัฐสภาระหว่างประเทศ – โดยสำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ
AI Thinker Friend – เพื่อนคิด พิชิตงาน – โดยสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
Dashboard กำลังคนส่วนราชการสังกัดรัฐสภา – โดยสำนักงานเลขานุการ ก.ร. ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านทรัพยากรบุคคล
“รัฐสภาอวกาศไทย: ภาพยนตร์ 3 มิติ ผจญภัยข้ามจักรวาล สู่รัฐสภาไทย” – โดยสำนักวิชาการ
การออกแบบสื่อด้วย AI : วารสารทรัพยากรบุคคลรัฐสภา – โดยสำนักการพิมพ์
ระบบตรวจสอบเรื่องร้องเรียน “Admini Committ” ผ่าน LINE Platform – โดยสำนักกรรมาธิการ 2
ระบบสืบค้นผู้ปฏิบัติงานของคณะกรรมาธิการ – โดยสำนักกรรมาธิการ 3
ระดับ “ดีเด่น” จำนวน 5 ผลงาน
การพัฒนาเว็บไซต์สำนักกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านนิติบัญญัติ – โดยสำนักกฎหมาย
“Generative AI สร้างสรรค์สื่อ TPTV” – โดยสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
“PBO BudgetEye: ระบบติดตามผลการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณ” – โดยสำนักงบประมาณของรัฐสภา
Dashboard สถิติข้อมูลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 – โดยสำนักบริหารงานกลาง
“Story of the Committee Meeting” – โดยสำนักกรรมาธิการ 1
2. นวัตกรรมการบริการดิจิทัลเชิงสนับสนุนยุทธศาสตร์องค์กร
ประเภทนี้เน้นผลงานที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ แผนงาน และภารกิจเชิงนโยบายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ใช้งบประมาณมากขึ้น แต่ต้องตอบโจทย์เป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน
ในปีงบประมาณ 2568 มีผลงานได้รับการยกย่อง 2 เรื่อง ได้แก่
ระดับ “ดีมาก”: โครงการกิจกรรมโต้วาทีสร้างสรรค์สังคม “สภาวาที” – กิจกรรมส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของเยาวชนกับรัฐสภา โดยคณะทำงานจัดกิจกรรมโต้วาที ร่วมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
ระดับ “ดีเด่น”: “NALT connect: Smart Library – ใช้ง่าย แค่ปลายนิ้ว” – โดยสำนักวิชาการ
TPTV โดดเด่น: 3 รางวัลจากพลัง AI และสื่อสร้างสรรค์
ในบรรดาหลายหน่วยงานที่เข้าร่วม สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา (TPTV) ถือเป็นหนึ่งในดาวเด่นของเวทีนี้ เพราะสามารถคว้ารางวัลจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับ AI และการสื่อสารสาธารณะได้ถึง 3 เรื่อง
ผลงานที่น่าจับตา ได้แก่
“AI Thinker Friend – ช่วยเขียนคอนเทนต์” เครื่องมือ AI ที่เข้ามาช่วยทีมคอนเทนต์คิด วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูล เพื่อผลิตสาระคุณภาพให้ประชาชนเข้าใจงานสภาได้ง่ายขึ้น
กิจกรรมโต้วาที “สภาวาที” ที่ใช้การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์และเวทีสำหรับเยาวชน เชื่อมโลกประชาธิปไตยเข้ากับชีวิตจริงของคนรุ่นใหม่
“Generative AI สร้างสรรค์สื่อ TPTV” การนำ Generative AI มาช่วยออกแบบและผลิตสื่อรูปแบบใหม่ ทำให้คอนเทนต์ของ TPTV ทันสมัย น่าสนใจ และย่อยง่ายยิ่งขึ้น
นี่ไม่ใช่แค่การใช้ AI เพื่อความไฮเทค แต่คือการใช้ AI เพื่อเล่าเรื่องประชาธิปไตยให้ประชาชนเข้าใจได้ดีขึ้น ผ่านภาษาของสื่อยุคใหม่
ทำไม AI + นวัตกรรม จึงสำคัญต่ออนาคตรัฐสภา
จากภาพรวมของโครงการ จะเห็นแนวโน้มชัดเจนว่า
งานด้านข้อมูล การประชุม งบประมาณ และสื่อสารสาธารณะ กำลังถูกยกระดับด้วย แพลตฟอร์มดิจิทัลและ AI
การตัดสินใจเชิงนโยบายต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก การมี Dashboard และระบบติดตามที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมได้เร็วขึ้น
การเชื่อมต่อกับประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ต้องใช้ภาษาและเครื่องมือใหม่ ๆ เช่น สื่อ 3 มิติ กิจกรรมโต้วาที หรือคอนเทนต์ที่ผลิตด้วย Generative AI
สภาที่ฉลาด ไม่ได้หมายถึงมีเทคโนโลยีแพง ๆ แต่คือสภาที่ใช้เทคโนโลยีอย่างมีเป้าหมาย วัดผลได้จริง และยังคงให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ
จากวันนี้สู่วันหน้า: Smart Parliament ไม่ใช่แค่คำขวัญ
เบื้องหลังตัวเลข 17 ผลงาน และรางวัลมากมาย คือกระบวนการคิดใหม่ ทำใหม่ และกล้าลองสิ่งที่แตกต่างของบุคลากรในองค์กร
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วชัดเจนคือ
AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่เข้ามา ช่วยแบ่งเบาและเพิ่มคุณภาพงาน
บุคลากรในสภากำลังอัปสกิลตัวเองให้ทันกับเทคโนโลยี
รูปแบบการสื่อสารเรื่อง “รัฐสภา” กำลังเปลี่ยนจากงานเอกสารและเวทีทางการ ไปสู่สื่อสร้างสรรค์ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น
หากเดินต่อไปในทิศทางนี้อย่างต่อเนื่อง Smart Parliament ของไทยจะไม่ใช่แค่คำที่อยู่ในเอกสารยุทธศาสตร์ แต่จะกลายเป็นประสบการณ์จริงที่ประชาชนสัมผัสได้ ทั้งผ่านข้อมูลที่โปร่งใส การสื่อสารที่เข้าใจง่าย และระบบงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกมิติ









