รับแอปรับแอป

ถ้าองค์กรยังใช้ AI แค่เป็นแชตบอต คุณกำลังพลาดโอกาสครั้งใหญ่

นราธิป ศรีจันทร์01-30

AI ไม่ได้มีไว้เท่ แต่มีไว้ชนะเกมธุรกิจ

ในยุคที่เทคโนโลยีคืออาวุธหลักของการแข่งขันทางธุรกิจ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ได้หยิบประเด็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาขยายภาพแบบลงลึก ผ่านงานสัมมนา KKP Year Ahead 2026 ที่เน้นว่า AI ไม่ใช่แค่ของเล่นใหม่ แต่คือเครื่องมือพลิกเกมธุรกิจอย่างแท้จริง

ในเวทีนี้มีการถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญที่อยู่หน้างานจริง ทั้งด้านการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจ และการปฏิวัติวงการสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

AI จากแค่ตอบคำถาม สู่อัจฉริยะเหนือมนุษย์

หนึ่งในมุมมองสำคัญคือการชี้ให้เห็นว่า วันนี้ AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่ระดับ “ระบบตอบโต้” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็น ปัญญาเฉพาะทางที่เหนือกว่ามนุษย์ในบางด้าน

ภาพเปรียบเทียบที่น่าสนใจคือ AI เปรียบเสมือนรถที่ขับเคลื่อนตัวเองได้ คล่องตัว เร็ว แม่นยำ แต่ถ้าไม่มีใครบอกทิศทาง รถก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องขับไปที่ไหน

หัวใจสำคัญของภาคธุรกิจจึงไม่ใช่แค่การมีเครื่องมือที่เก่งและเร็ว แต่คือการรู้ว่าใช้ไปเพื่ออะไร ตั้งเป้าหมายให้ชัด ว่าจะให้ AI แก้ปัญหาไหน ลดต้นทุนอะไร หรือเพิ่มผลลัพธ์ตรงจุดใด

สิ่งที่หลายองค์กรมักทำพลาดคือ

  • ขนข้อมูลทุกอย่างใส่ให้ AI แบบไม่คิด

  • สร้างแค่แชตบอตขึ้นมาแล้วจบ

แต่ไม่ได้เริ่มจากการถามคำถามง่าย ๆ แต่ทรงพลังว่า “ปัญหาจริง ๆ ของเราคืออะไร?”

เมื่อโจทย์ขององค์กรชัด AI ถึงจะกลายเป็นตัวเร่งความสำเร็จได้จริง ไม่ใช่แค่ของใหม่ที่มีไว้ตามกระแส

เคสจริง: AI ช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคเร็วขึ้น

ฝั่งสาธารณสุขก็เป็นอีกหนึ่งสนามที่ AI แสดงศักยภาพได้อย่างชัดเจน ผ่านการประยุกต์ใช้ในแพลตฟอร์มวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ที่ถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลทั่วประเทศจำนวนหลายร้อยแห่ง และช่วยวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ไปแล้วหลายล้านภาพ

ในระบบนี้ AI เข้ามาช่วยแก้โจทย์สำคัญ 2 เรื่องคือ

  • การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะรังสีแพทย์ในบางพื้นที่

  • การลดความผิดพลาดในการวินิจฉัย ช่วยเป็นตาอีกคู่ที่ไม่ล้า ไม่หลุดโฟกัสง่าย ๆ

ผลลัพธ์คือมีโอกาสตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และระบบสาธารณสุขโดยรวมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นี่คือภาพชัด ๆ ว่า ถ้าโจทย์ชัด (ขาดหมอ – เสี่ยงวินิจฉัยพลาด – ต้องการความเร็ว) การใช้ AI ก็จะมีคุณค่าที่วัดได้ ไม่ใช่แค่ดู “ไฮเทค” ภายนอก

สูตรลับองค์กรที่ใช้ AI แล้วเวิร์ก

เมื่อพูดถึงการเอา AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานขององค์กร วิทยากรทั้งสองสรุปแกนกลางไว้ตรงกันว่า อย่ามอง AI เป็นเป้าหมาย แต่มองมันเป็นเครื่องมือ

สิ่งที่ควรทำให้ชัดก่อนลงทุนคือ

  • เริ่มต้นจาก โจทย์ปัญหา (Pain Point) ไม่ใช่เริ่มจากเทคโนโลยี

  • ประเมิน ความคุ้มค่าในการลงทุน (ROI) อย่างถี่ถ้วน ทั้งด้านต้นทุน เวลา และโอกาสที่ได้กลับมา

เป้าหมายในการใช้ AI ที่ดีควรตอบให้ได้ว่า AI จะเข้ามา

  • ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนแค่ไหน

  • อุดรูรั่วจากความผิดพลาดในกระบวนการเดิมอย่างไร

  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ทั้งทีมได้จริงหรือไม่

เมื่อ Pain Point ชัด + ROI ผ่าน = การใช้ AI มีโอกาสสำเร็จสูง ไม่กลายเป็นโปรเจกต์โชว์ของที่ถูกพับเก็บในลิ้นชัก

CEO ต้องเลิกกลัว AI แล้วลองใช้ด้วยตัวเอง

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ บทบาทของผู้นำองค์กรในยุค AI

ผู้นำหรือ CEO ไม่ควรยืนดู AI อยู่ไกล ๆ แล้วใช้แค่รายงานจากทีมเทคนิค แต่ควร ลงมือทดลองใช้ AI ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ระดับงานประจำวัน เพื่อให้เข้าใจทั้งโอกาสและข้อจำกัดจากประสบการณ์ตรง

หนึ่งในวิธีคิดที่น่าสนใจคือการใช้ AI เป็นเหมือน

“กระจกสะท้อนศักยภาพ” ของตัวผู้นำเอง

เช่น ให้ AI ช่วยบันทึกและวิเคราะห์รูปแบบการทำงาน การตัดสินใจ หรือการสื่อสารของผู้นำ แล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงสไตล์การทำงานของตัวเองอย่างเป็นระบบ

ผู้นำที่เข้าใจ AI จริง จะสามารถวางกลยุทธ์การนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กรได้แม่นยำกว่า แทนที่จะตัดสินใจจากคำบอกเล่าหรือ PowerPoint เพียงอย่างเดียว

ปั้นคนรุ่นใหม่ให้เป็น Generalist with a Crown

นอกเหนือจากเรื่องธุรกิจและเทคโนโลยี เวทีเสวนายังชวนมองไปไกลถึงอนาคตของเยาวชนในยุค AI ครองโลกด้วย

แนวคิดสำคัญคือ การสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็น “Generalist with a crown”

หมายถึงการเป็นคนที่

  • มีความรู้รอบด้านในหลากหลายสาขา

  • แต่ในขณะเดียวกันก็มี ทักษะเฉพาะทางที่โดดเด่นเป็น “มงกุฎ” ของตัวเอง

ดังนั้น ระบบการเรียนรู้ของเด็กยุคใหม่ไม่ควรถูกจำกัดให้เก่งแค่ด้านใดด้านหนึ่ง แต่ควรเปิดโอกาสให้

  • สำรวจหลายศาสตร์ หลายแขนง

  • ผสมผสานความรู้ข้ามสาขา

  • แล้วค่อยต่อยอดไปสู่ความเชี่ยวชาญแบบลึกในด้านที่ตัวเองถนัดและรักจริง ๆ

Analytical Thinking ทักษะกันตายยุค AI

อีกทักษะที่ถูกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ การคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ (Analytical Thinking)

ในวันที่ AI ทำงานซ้ำ ๆ แทนมนุษย์ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่มนุษย์ยังสำคัญและขาดไม่ได้คือความสามารถในการ

  • แยกแยะข้อมูลที่หลากหลาย

  • มองเห็นโครงสร้างของปัญหา

  • ตีความเหตุและผลอย่างมีตรรกะ

  • ตั้งคำถามที่แตกต่างจากคำถามธรรมดาทั่วไป

Analytical Thinking จึงเป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก เพราะมันคือเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมีทิศทาง

สรุป: AI เก่งแค่ไหน ถ้าโจทย์ยังไม่ชัด ก็ไม่ต่างจากรถที่ไม่รู้จะไปไหน

ภาพรวมจากเวทีนี้ตอกย้ำสิ่งเดียวกันคือ AI จะทรงพลังเมื่อเรา

  • รู้ว่าตัวเองกำลังจะแก้ปัญหาอะไร

  • กล้าลอง ใช้ และเรียนรู้จากมันจริง ๆ

  • พัฒนาทั้งองค์กรและคนรุ่นใหม่ควบคู่กันไป

ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ถามว่า “จะใช้ AI ดีไหม” แต่เป็นยุคที่ต้องถามใหม่ว่า

“เราจะใช้ AI แก้โจทย์อะไร และจะเตรียมคนของเราอย่างไรให้โตไปพร้อมมัน?”

ใครตอบคำถามนี้ได้ก่อน และลงมือก่อน มีโอกาสทิ้งห่างคู่แข่งแบบก้าวกระโดดในโลกธุรกิจยุคใหม่