กลายเป็นไวรัลแบบไม่ต้องมีดราม่า เมื่อแอปชื่อชวนสะดุ้งอย่าง “Are You Dead?” หรือแปลตรงตัวว่า “ตายหรือยัง?” ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในหมวดแอปเสียเงินของ App Store ประเทศจีน ท่ามกลางแอปบันเทิง เกม และโซเชียลที่แข่งกันเดือด
ชื่อแรงขนาดนี้ แต่กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
เหตุผลไม่ใช่เพราะความตลกร้าย… แต่เพราะมัน “โดนใจความกลัวลึก ๆ” ของคนรุ่นใหม่
แอปที่ไม่ได้ถามเล่น ๆ แต่ถามเผื่อวันหนึ่ง “ไม่มีใครรู้ว่าเราไปแล้ว”
ฟีเจอร์ของ Are You Dead? เรียบง่ายสุด ๆ มีแค่ 2 อย่าง
1️⃣ ให้ผู้ใช้ตั้ง รายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน
2️⃣ ผู้ใช้ต้องกดปุ่มในแอปทุก ๆ 2 วัน เพื่อยืนยันว่า
“ฉันยังมีชีวิตอยู่”
ถ้าถึงเวลาที่กำหนดแล้วไม่มีการกดปุ่ม
ระบบจะส่งแจ้งเตือนไปยังรายชื่อฉุกเฉินทันที
พร้อมข้อความว่า
ผู้ใช้อาจเกิดเหตุร้าย หมดสติ หรือเสียชีวิตอยู่ตามลำพังโดยไม่มีใครรู้
ไม่มีการเช็กอิน
ไม่มีสตอรี่
ไม่มีโพสต์บอกโลก
มีแค่ “ความเงียบ” ที่อาจหมายถึงอันตราย
ชื่อแอปตลกร้าย แต่สะท้อนสังคมเจ็บลึก
เวอร์ชันภาษาจีนของแอปนี้ใช้ชื่อว่า “Si-le-ma (死了吗)”
ซึ่งจงใจเล่นคำกับแอปสั่งอาหารยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Ele.me (饿了吗)
ที่แปลว่า
“หิวหรือยัง?”
เปลี่ยนจากคำถามธรรมดาในชีวิตประจำวัน
“กินข้าวหรือยัง”
มาเป็น
“ตายหรือยัง”
ไม่ใช่มุกขำ ๆ
แต่คือการสะท้อนชีวิตคนเมืองที่
อยู่คนเดียว
ทำงานหนัก
ติดต่อโลกผ่านหน้าจอ
และอาจหายไปโดยไม่มีใครสังเกต

จากแอปเงียบ ๆ สู่ไวรัลทั่วประเทศ
Are You Dead? เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2025
ตอนแรกแทบไม่มีใครสนใจ
แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
แอปกลับถูกพูดถึงอย่างหนักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น
กลุ่มคนเหล่านี้มีจุดร่วมเดียวกัน
👉 ใช้ชีวิตคนเดียว
👉 ไม่มีครอบครัวอยู่ใกล้
👉 ทำงานหนัก
👉 และเริ่มตั้งคำถามว่า
“ถ้าวันหนึ่งเราเป็นอะไรไป จะมีใครรู้ไหม?”
คำถามนี้เองที่ดันยอดดาวน์โหลดพุ่งกระฉูด
จนกลายเป็น แอปเสียเงินอันดับ 1 ของจีน

ตัวเลขที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
นักวิจัยคาดการณ์ว่า
ภายในปี 2030
จีนจะมี ครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวกว่า 200 ล้านครัวเรือน
นี่ไม่ใช่แค่ไลฟ์สไตล์
แต่คือโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไปจริง
คนแต่งงานช้าลง
อัตราการเกิดลดลง
คนโฟกัสงานมากขึ้น
ความสัมพันธ์แบบครอบครัวดั้งเดิมห่างออกไป
และสิ่งที่ตามมาคือ
ความกลัวที่จะจากไปโดยไม่มีใครรู้
ไม่ใช่แค่จีน แต่เป็นความกังวลของคนทั้งโลก
นอกประเทศจีน แอปนี้เปลี่ยนชื่อเป็น “Demumu”
วางขายในราคา 0.99 ดอลลาร์สหรัฐ
และได้รับความนิยมในหลายประเทศ
สะท้อนชัดว่า
ความกลัวเรื่อง “การตายโดยลำพัง”
ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง
แต่เป็นความรู้สึกของคนเมืองยุคใหม่ทั่วโลก

จริง ๆ แล้ว ไอเดียนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ถ้ามองดี ๆ ไอเดียของ Are You Dead? ไม่ได้ใหม่เลย
ในไทยเอง
การที่ญาติผู้ใหญ่ส่ง
“สวัสดีวันจันทร์ 🌼”
ในกลุ่มไลน์ทุกเช้า
ที่หลายคนมองว่าน่าเบื่อ หรือไร้สาระ
แท้จริงแล้วมันทำหน้าที่เดียวกันเป๊ะ
เพราะมันคือการบอกว่า
“ฉันยังอยู่ ฉันยังมีชีวิต”
และถ้าวันหนึ่ง… สติ๊กเกอร์นั้นหายไป
ความเงียบก็จะทำให้ทุกคนเริ่มเอะใจทันทีว่า
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เทคโนโลยีไม่ได้แก้ความเหงา
แต่กำลังช่วยไม่ให้ “ความเงียบ” กลายเป็นโศกนาฏกรรม
Are You Dead? อาจไม่ใช่แอปที่ทำให้คนหายเหงา
ไม่ได้สร้างเพื่อนใหม่
ไม่ได้แทนครอบครัว
แต่มันกำลังบอกเราว่า
โลกเริ่มยอมรับแล้วว่า
ความโดดเดี่ยวของคนเมืองคือปัญหาจริง
และบางครั้ง
แค่รู้ว่า
“ถ้าเราเงียบไป จะมีใครสักคนรู้”
ก็อาจทำให้การใช้ชีวิตคนเดียว… น่ากลัวน้อยลง


