หนึ่งวันที่อาตามิ กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มองเห็นทะเล
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากตึกสูงในโตเกียว มาซึมงานศิลปะพร้อมวิวทะเลและภูเขา อาตามิ (Atami) คือคำตอบ และหนึ่งในไฮไลต์ของเมืองนี้ก็คือ MOA Museum of Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองลงมาเห็นเมืองและอ่าวแบบพาโนรามาเต็ม ๆ
MOA Museum of Art เปิดตั้งแต่ปี 1982 เพื่อจัดแสดงคอลเลกชันศิลปะล้ำค่าของผู้ก่อตั้ง Mokichi Okada ก่อนจะรีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2017 โดยศิลปินร่วมสมัย Hiroshi Sugimoto และสถาปนิก Tomoyuki Sakakida ทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เข้ากับกลิ่นอาย มินิมอลโมเดิร์น ได้กลมกล่อมมาก
พื้นที่ด้านในกว้างขวางและถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ที่แต่ละโซนให้อารมณ์ต่างกันแบบชัดเจน เดินครบคือได้ทั้งทริปพิพิธภัณฑ์ ทริปชมวิว และทริปสวนญี่ปุ่นในที่เดียว
โซนที่ 1: อาคารหลัก – ใจกลางของทุกอย่าง
อาคารหลักของ MOA เป็นอาคาร 3 ชั้น ที่อัดแน่นด้วยประสบการณ์ศิลปะและสถาปัตยกรรม
พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการกว่า 10 ห้อง (อยู่ที่ชั้น 1 และ 2)
โรงละครโน (Noh Theater) สำหรับการแสดงศิลปะการละครแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
ห้องชงชา ที่ออกแบบให้นั่งแล้วรู้สึกนิ่ง สงบ สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบแท้ ๆ
งานประติมากรรมสัมฤทธิ์ที่ติดตั้งบนผนังหินทราย สร้างมิติให้ตัวอาคาร
ล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่มีห้องชมวิวมองออกไปเห็นเมืองและทะเลแบบกว้างไกล
ร้านอาหารสำหรับพักเติมพลังระหว่างเดินชมงาน
อาคารหลักไม่ได้มีดีแค่ของที่จัดแสดง แต่ตัวสเปซเองก็เหมือนงานศิลปะชิ้นใหญ่ เดินไปมุมไหนก็จะเจอจังหวะแสง เงา และเส้นสายสถาปัตยกรรมที่ชวนหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแบบรัว ๆ
โซนที่ 2: ระเบียงหน้าอาคาร – จุดเช็กอินวิวอ่าว Sagami
ด้านหน้าของตัวอาคารหลัก จะมีโซนเอาต์ดอร์ที่จัดเป็นระเบียงชมวิวกว้าง ๆ ตรงนี้คือจุดที่สายถ่ายรูปต้องหลงรัก เพราะมองออกไปจะเห็นวิวอ่าว Sagami และตัวเมืองอาตามิแบบไล่ระดับ
นอกจากวิวแล้ว ระเบียงยังถูกตกแต่งด้วย ประติมากรรมสัมฤทธิ์ของ Henry Moore ศิลปินระดับโลก ทำให้พื้นที่กลางแจ้งตรงนี้เหมือนเป็นแกลเลอรีโอเพ่นแอร์เล็ก ๆ เดินเล่นไป ชมงานศิลปะไป ลมพัดเบา ๆ ฟีลดีมาก
โซนที่ 3: Art Street – อุโมงค์บันไดเลื่อนยาว 200 เมตร
หนึ่งในซิกเนเจอร์ของ MOA ที่หลายคนตั้งใจมาถ่ายรูป คือ Art Street อุโมงค์บันไดเลื่อนยาวกว่า 200 เมตร ที่เชื่อมจากทางเข้าด้านล่างขึ้นมายังอาคารหลัก
จุดเด่นของที่นี่คือระบบไฟที่เปลี่ยนสีได้ตลอดทาง ทำให้การนั่งบันไดเลื่อนกลายเป็นเหมือนการค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านงานอาร์ตแบบอินสตอเลชัน ทั้งสวย ทั้งมีมู้ด
ไฮไลต์สำคัญของโซนนี้คือ Circular Hall ห้องโถงทรงกลมที่ใช้หินอ่อนและพื้นกระเบื้องโมเสคมาสร้างลวดลาย ภายในจะมีการฉายงานศิลปะขึ้นไปบนเพดานทรงโดม ประกอบกับเสียงดนตรีจากเปียโน บรรยากาศโดยรวมคืออบอุ่น ละมุน และเหนือจริงเล็ก ๆ เหมือนหลุดเข้าไปในจักรวาลของศิลปะอีกใบ
โซนที่ 4: สวนญี่ปุ่น – มุมพักใจท่ามกลางธรรมชาติ
ปิดท้ายด้วยโซนกลางแจ้งที่สายชอบความนิ่งสงบต้องแวะ คือ สวนญี่ปุ่น ของ MOA ที่จัดภูมิทัศน์สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีบ่อน้ำ ต้นไม้ ทางเดิน และมุมให้หยุดมองรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามแบบฉบับสวนญี่ปุ่น
ภายในยังมีห้องชงชา และการจัดแสดงงานศิลปะจากหินที่กลมกลืนไปกับตัวสวน เดินเล่นช้า ๆ สูดอากาศลึก ๆ แล้วจะรู้สึกเหมือนได้กดปุ่มรีเซ็ตตัวเองจากความวุ่นวาย
ทำไม MOA Museum of Art ถึงควรอยู่ในลิสต์เที่ยวอาตามิ
MOA ไม่ได้เป็นแค่พิพิธภัณฑ์ที่เดินดูงานแล้วจบ แต่คือ คอมโบประสบการณ์ ที่ได้ทั้งศิลปะ ธรรมชาติ และวิวเมืองในที่เดียว
สิ่งที่คุณจะได้จากการมาเยือนที่นี่ เช่น
เดินชมงานศิลปะในอาคารที่ออกแบบอย่างประณีต
สำรวจงานประติมากรรมกลางแจ้ง พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์บนเขา
มองวิวเมืองอาตามิ ทะเล และปราสาทอาตามิจากมุมสูง
ตื่นตากับอุโมงค์บันไดเลื่อน Art Street ที่เปลี่ยนสีได้
ใช้เวลาช้า ๆ ในสวนญี่ปุ่นและห้องชงชา เพื่อพักทั้งร่างกายและหัวใจ
ใครมาอาตามิแล้วข้าม MOA ไป ถือว่าพลาดของดีแบบน่าเสียดายมาก โดยเฉพาะสายถ่ายรูปและคนที่ชอบทั้งศิลปะและวิวธรรมชาติ ที่นี่ตอบโจทย์ครบ
ข้อมูลการเดินทาง และค่าใช้จ่าย
พิกัด: MOA Museum of Art, Atami, Shizuoka, ญี่ปุ่น
(สามารถค้นหาได้ในแผนที่ด้วยชื่อพิพิธภัณฑ์โดยตรง)การเดินทางจากโตเกียว:
นั่งรถไฟจากโตเกียวไปสถานี Atami
ใช้ได้ทั้ง JR Tokaido Shinkansen หรือ JR Ito Line
จากสถานี Atami ขึ้น Tokai Bus สายที่ไป “MOA 美術館” ซึ่งจะไปส่งถึงพิพิธภัณฑ์โดยตรง
ระยะเวลานั่งบัสประมาณ 10 นาที
เวลาเปิด–ปิด: 09.30 – 16.30 น.
ปิดทำการทุกวันพฤหัสบดีค่าเข้า: 1,760 เยน
ใครมีแพลนจัดทริปจากโตเกียวแบบเช้าเย็นกลับ ลองเพิ่มอาตามิและ MOA Museum of Art เข้าไปในแพลนดู รับรองได้ทั้งฟีลเที่ยวนอกเมือง นั่งรถไฟ ชมทะเล และดื่มด่ำศิลปะในทริปเดียวแบบครบเครื่องมาก ๆ

