ภาพรวม: Synergy ดันกำไร JMART พุ่ง
บมจ.เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เดินเกม Synergy เต็มกำลัง คุมความเสี่ยงรอบด้าน โชว์ผลงาน 9 เดือนปี 2568 กวาดรายได้รวม 11,442 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% กำไรสุทธิ 334 ล้านบาท
แรงส่งมาจาก ธุรกิจ Jaymart Mobile และ สินเชื่อ Lock Phone ที่กำลังขึ้นแท่นเป็นผู้นำด้านสินเชื่อโทรศัพท์มือถือของประเทศ เสริมทัพด้วยธุรกิจร้านอาหาร Suki Teenoi (สุกี้ตี๋น้อย) ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรให้ทั้งกลุ่ม
กลยุทธ์ JMART: The Power of Synergy
ผู้บริหาร JMART ย้ำแนวคิด “The Power of Synergy” สร้าง Ecosystem ระหว่างบริษัทในเครือให้แข็งแรงขึ้น โดยมองว่าในปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2569 กลุ่มเจมาร์ทกำลังก้าวสู่จุดแข็งใหม่ในธุรกิจมือถือและการเงินครบวงจร
ปัจจัยหนุนสำคัญ คือ
การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone
เครือข่ายดีลเลอร์มือถือที่แข็งแรงทั่วประเทศ
การบริหาร NPL อย่างมีประสิทธิภาพ
การฟื้นตัวเต็มรูปแบบของธุรกิจบริหารหนี้ในเครือ JMT
การต่อยอด Synergy กับธุรกิจ สุกี้ตี๋น้อย
การทรานส์ฟอร์มด้านเทคโนโลยีในทุกแขนงธุรกิจ
ทั้งหมดนี้ช่วยให้ JMART มีฐานกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และยังสามารถ รักษาการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดอนุมัติปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.13 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 11 ธันวาคม 2568
ผลประกอบการ 9 เดือน: โตท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย
ในไตรมาส 3/2568 JMART มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 82.5 ล้านบาท และในงวด 9 เดือนปี 2568 มีกำไรสุทธิรวม 334 ล้านบาท
แม้ต้องเผชิญเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ แต่ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยชดเชยแรงกดดันจาก
การตั้งสำรองหนี้ (ECL) ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจบริหารหนี้
ขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
ผลคือกำไรสุทธิโดยรวมลดลงจากปีก่อน แต่ยังสะท้อนโครงสร้างธุรกิจที่รับแรงกระแทกได้ดี
Jaymart Mobile: เครื่องยนต์หลักของกลุ่ม
ธุรกิจค้าปลีกโทรศัพท์มือถือภายใต้ เจมาร์ท โมบาย (Jaymart Mobile) ยังเป็นแกนหลักของกลุ่มเจมาร์ทอย่างชัดเจน
ผลงาน 9 เดือนปี 2568
รายได้รวม 7,465 ล้านบาท โต 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน
กำไรสุทธิ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%
แรงหนุนสำคัญมาจาก
ช่องทางขายส่ง (Wholesale) ที่โตโดดเด่น
รายได้จากเครือข่าย Jaymart Network ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แม้ว่ายอดขายหน้าร้าน (Retail) และออนไลน์จะชะลอตัวเล็กน้อย แต่บริษัทตั้งเป้ารายได้ไตรมาส 4 ให้โตต่อเนื่อง รับไฮซีซั่นตลาดสมาร์ตโฟน นำโดยการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธง เช่น
iPhone 17
Xiaomi 15T Series
OPPO รุ่นใหม่
vivo รุ่นใหม่
สินค้ารุ่นท็อปเหล่านี้จะช่วยปลุกกำลังซื้อ และดันยอดขายมือถือขึ้นสู่จุดสูงสุดของปี
JMT: เครื่องจักรบริหารหนี้ยังเดินต่อ
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องในธุรกิจบริหารหนี้
ผลงาน 9 เดือนปี 2568
กำไรสุทธิ 808 ล้านบาท แม้ลดลงจากปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุกท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ในมุมกระแสเงินสด JMT ยังแข็งแรง โดยมียอด Cash Collection รวมกับบริษัทร่วมทุน JK AMC สูงถึง 6,331 ล้านบาท
พอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพสะสมปัจจุบันอยู่ที่ราว 600,000 ล้านบาท และมองว่าไตรมาส 4 จะเป็นช่วงพีคของการซื้อหนี้เข้ามาบริหาร และเป็นไตรมาสที่มีอัตราการจัดเก็บหนี้สูงสุดของปี ซึ่งจะช่วยให้รายได้และกำไรกลับมาเด่นชัดขึ้น
J: คอมมูนิตี้มอลล์ และธุรกิจดูแลผู้สูงวัย
บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J โฟกัสการบริหารพื้นที่เช่าในโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
แม้จะยังมี
ผลขาดทุนสุทธิจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์
ภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
แต่บริษัทมุ่งบริหารศูนย์การค้า 8 แห่งที่มีอยู่ให้ใช้ศักยภาพเต็มที่ พร้อมตั้งเป้าให้ อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) แตะระดับมากกว่า 90% ผ่านการดึงแบรนด์หลักรายใหม่เข้ามาเปิดสาขา
นอกจากนี้ ยังต่อยอดธุรกิจสู่ Senera Wellness ศูนย์ดูแลผู้สูงวัย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้กำไรในปี 2569 ตอบรับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัยโดยตรง
สุกี้ตี๋น้อย: ดาวรุ่งที่ช่วยดันกำไรกลุ่ม
ธุรกิจร้านอาหารแบบบุฟเฟต์ในเครืออย่าง “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) ที่ JMART เข้าไปลงทุน ยังคงเป็นขุมกำไรสำคัญของกลุ่ม
ผลงานไตรมาส 3/2568
กำไรสุทธิ 220 ล้านบาท
ภาพรวม 9 เดือนแรก
กำไรสะสม 802 ล้านบาท
JMART ถือหุ้น 30% และได้รับส่วนแบ่งกำไร 233 ล้านบาท (หลังหัก Purchase Price Allocation)
แม้ต้องเผชิญทั้งเศรษฐกิจที่กดดันและการแข่งขันด้านราคา แต่บริษัทมองว่าไตรมาส 4/2568 จะเป็นช่วงซีซั่นการขายของธุรกิจร้านอาหาร
ปัจจุบันเครือสุกี้ตี๋น้อยมีสาขารวม 96 แห่ง แบ่งเป็น
Suki Teenoi 88 สาขา
Teenoi BBQ 7 สาขา
Teenoi Gold 1 สาขา
พร้อมตั้งเป้าทะลุ 100 สาขาภายในสิ้นปี 2568 และเตรียมต่อยอดสู่ธุรกิจอาหารพรีเมียม รวมถึงขยายสาขาในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
SINGER & SGC: Lock Phone ดันโตแรง
บริษัทร่วมอย่าง บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER รายงานผลงานไตรมาส 3/2568 เติบโตโดดเด่น
ตัวเลขสำคัญของ SINGER:
กำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 400% จากปีก่อน
รายได้รวม 906 ล้านบาท เติบโต 60.5%
แรงขับเคลื่อนหลัก คือ ธุรกิจสินเชื่อมือถือ Lock Phone ที่บริหารโดยบริษัทย่อย และขยายตัวผ่านแพลตฟอร์ม SG Finance+ ทำให้
รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือขยายตัวต่อเนื่อง
ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3/2568 ลดลงเกือบ 80%
ส่วน บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SINGER ก็โชว์ผลงานโดดเด่นเช่นกัน
ผลงาน SGC ในไตรมาส 3/2568
กำไรสุทธิ 123.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 349%
ผลงาน 9 เดือนปี 2568
กำไรสุทธิรวม 238.5 ล้านบาท โตถึง 186% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
พระเอกในพอร์ตของ SGC คือสินเชื่อ “Lock Phone” ที่ขยายตัวแรง พร้อมปล่อยสินเชื่อใหม่ทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 3 ที่กว่า 2,611 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จโมเดลสินเชื่อมือถือที่บริหารความเสี่ยงได้ดี
นอกจากนี้ SGC ยังมีการปรับวิธีรับรู้รายได้จาก Marketing Support ของแบรนด์มือถือ จากเดิมรับรู้แบบครั้งเดียว (One Time) เปลี่ยนเป็นรับรู้ตามอายุสัญญาเช่าซื้อ และบันทึกเป็นรายได้ดอกเบี้ยแทนรายได้อื่น ๆ ตามการหารือกับผู้สอบบัญชี เพื่อให้ตัวเลขรายได้สะท้อนการดำเนินงานจริงได้มากขึ้น
มุมมองผู้บริหาร: โครงสร้างแข็ง แคชโฟลว์แน่น
ผู้บริหาร JMART มองว่าผลประกอบการปีนี้สะท้อนถึง ความยืดหยุ่นของโครงสร้างธุรกิจ ที่แข็งแรงและหลากหลาย ใช้พลัง Synergy จากบริษัทในเครือปั้นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในด้านภาระหนี้ บริษัทเดินหน้าชำระหุ้นกู้ครบทุกชุดที่ครบกำหนดในปี 2568 รวมมูลค่า 2,387 ล้านบาท และเตรียมพร้อมชำระหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคม 2569 อีก 2,176 ล้านบาท
สรุปภาพรวม ธุรกิจมือถือ–สินเชื่อมือถือ–บริหารหนี้–ค้าปลีก–ร้านอาหาร และบริการดูแลผู้สูงวัย ถูกออกแบบให้เกื้อหนุนกันใน Ecosystem เดียว ทำให้ JMART ไม่ได้เติบโตจากมือถือเพียงอย่างเดียว แต่สร้างฐานรายได้และกำไรจากหลายขา พร้อมรับมือทุกวัฏจักรของเศรษฐกิจได้อย่างมั่นใจ

