รับแอปรับแอป

เปิดลิสต์ 20 ไฮไลต์เชียงใหม่ Night Market ที่ต้องไปเช็กอินให้ครบ!

อัครพล แซ่ตั้ง01-30

เชียงใหม่ Night Market เปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้ลุกเป็นไฟ

เชียงใหม่ Night Market กลับมาทำให้ค่ำคืนเมืองเหนือมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง เนรมิตถนนคนเดินสันกำแพงให้กลายเป็นโลกของแสง สี และศิลปะดิจิทัลสุดล้ำ ผ่านงาน Light Installation และ Mapping ที่อลังการสุด ๆ

งานนี้จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ชวนทั้งสายเที่ยว สายถ่ายรูป และสายของกินออกมาสัมผัสเสน่ห์ยามค่ำคืนในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนถนนคนเดินสันกำแพง

งานจัดขึ้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และบรรยากาศแบบเชียงใหม่แท้ ๆ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีอย่างลงตัว

วิสัยทัศน์ใหม่ของเชียงใหม่: เมืองแห่งเทศกาลและไลฟ์สไตล์

การจัดงานครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานถนนคนเดินทั่วไป แต่เป็นการต่อยอด ทุนวัฒนธรรมและงานหัตถศิลป์ของสันกำแพง ให้กลายเป็นงานสร้างสรรค์ร่วมสมัย สอดรับกับวิสัยทัศน์เชียงใหม่ในฐานะ

  • เมืองแห่งสุขภาพ

  • เมืองแห่งการใช้ชีวิต

  • เมืองแห่งเทศกาล

ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” และนโยบาย “12 เดือน 12 เทศกาล” ที่ตั้งใจให้เชียงใหม่เที่ยวได้ตลอด 365 วัน ยกระดับภาพลักษณ์ด้านท่องเที่ยว พร้อมช่วยสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ลงสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

Event Marketing เปลี่ยนถนนคนเดินให้เป็น Creative Walking Street

งานนี้เป็นการใช้กลยุทธ์ Event Marketing เต็มตัว เปลี่ยนภาพจำถนนคนเดินจาก “ตลาดท้องถิ่น” ไปสู่ Creative Walking Street ระดับนานาชาติ

ททท. เลือกจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ใน 2 พื้นที่หลักคือ

  • ถนนคนเดินท่าแพ

  • ถนนคนเดินสันกำแพง

โดยเฉพาะถนนคนเดินสันกำแพง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรม งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาล้านนา พร้อมวิถีชุมชนดั้งเดิมที่ยังชัดเจน งานนี้เลยถูกออกแบบภายใต้แนวคิด

“San Kamphaeng Remix : Chiang Mai Remake”

เป้าหมายคือให้สันกำแพงมีภาพลักษณ์ใหม่ ทันสมัย มีสีสัน แต่ยังคงเคารพและรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ

ภายในงานมีทั้งหมด 10 จุดจัดแสดงในแต่ละพื้นที่ ที่เล่าเรื่องราวของเชียงใหม่และสันกำแพงในมุมใหม่แบบจัดเต็มด้วยแสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัล ททท.คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานทั้งสองโซนรวมกันกว่า 100,000 คน และสร้างเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท

ไฮไลต์ฝั่งสันกำแพง: The Grand Arts of San Kamphaeng

โซนสันกำแพงถูกออกแบบภายใต้แลนด์มาร์กหลัก “The Grand Arts of San Kamphaeng: พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง” ที่เล่าเรื่องสันกำแพงผ่านศิลปะและเทคโนโลยี รวมทั้งหมด 10 จุดจัดแสดงตลอดเส้นถนนคนเดิน ได้แก่

  • จุดที่ 1: ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy) – เล่าเรื่องเส้นด้าย วิถีทอผ้า และรากเหง้าของชุมชน

  • จุดที่ 2: จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay) – ขึ้นรูปความทรงจำผ่านงานเซรามิกท้องถิ่น

  • จุดที่ 3: โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna) – โคมไฟลอยแห่งคำขอพรและความหวังในแบบล้านนา

  • จุดที่ 4: วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy) – โลกของร่มบ่อสร้างในเวอร์ชันแสงสีสุดครีเอทีฟ

  • จุดที่ 5: ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat) – แสงที่เต้นตามจังหวะเมืองและผู้คน

  • จุดที่ 6: น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant) – ช้างล้านนาโฉมใหม่ที่ทั้งเท่และถ่ายรูปขึ้นมาก

  • จุดที่ 7: ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity) – งานสานที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์

  • จุดที่ 8: ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom) – ดอกไม้และร่มผสมผสานกันอย่างฝัน ๆ

  • จุดที่ 9: สานศิลป์ทอแสง (The Weaver’s Beacon) – แสงที่ถักทอเป็นลายเหมือนผืนผ้า

  • จุดที่ 10: ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall) – ผนังเมืองที่กลายเป็นแกลเลอรีกลางแจ้ง

ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ช่วงข่วงสันกำแพง ไปรษณีย์ ตลาด ธนาคาร และอาคารสำคัญตลอดเส้นถนนคนเดิน เรียกได้ว่าเดินทีเดียวได้ครบทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และมุมถ่ายรูปใหม่ ๆ เพียบ

ไฮไลต์ฝั่งท่าแพ: The Sand Stupa และเส้นทางแสงแห่งศรัทธา

อีกฝั่งของงานอยู่ที่ ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ภายใต้แลนด์มาร์กหลัก

“The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น”

ได้แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง และแตกแขนงเป็น 10 จุดจัดแสดงที่กระจายตัวอยู่ตามวัดและสถานที่สำคัญ ได้แก่

  • จุดที่ 1: วัดพันอ้น – เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon)

  • จุดที่ 2: หอพื้นถิ่นล้านนา – ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian) สิงห์คู่ที่ยืนเฝ้าประตูเมืองและวัด

  • จุดที่ 3: พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ – จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred Road to the Heritage of the Nation)

  • จุดที่ 4: ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ – คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of Memory) เล่าเรื่องผ่าน “สัตว์ทั้งสี่” ผู้พิทักษ์ ได้แก่ หงส์ กระต่าย กวาง และนกฮูก

  • จุดที่ 5: วัดพันเตา – ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่เรืองรองเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

  • จุดที่ 6: วัดพันเตา – พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance)

  • จุดที่ 7: วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร – ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination)

  • จุดที่ 8: หอพื้นถิ่นล้านนา – เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers)

  • จุดที่ 9: วัดทุงยู – เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way)

  • จุดที่ 10: วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร – แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture)

เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับสายชิลที่อยากเดินชมวัด ชมเมือง ในบรรยากาศค่ำคืนที่ถูกเติมด้วยแสงศิลป์แบบละมุน ๆ

ของกิน ของฝาก และโปรจับจ่ายสุดคุ้ม

นอกจากจะได้เดินชมแสงสีแบบจัดเต็มแล้ว โซน ของกินและของฝากท้องถิ่น ก็แน่นไม่แพ้กัน

นักท่องเที่ยวจะได้

  • ลิ้มรสเมนูอาหารพื้นเมืองจากร้านค้าในชุมชน

  • เลือกซื้อของฝาก งานหัตถกรรม และของที่ระลึกแบบโฮมเมด

  • เจอสินค้าไอเดียดี ๆ สไตล์โลคอลผสมโมเดิร์นเพียบ

พิเศษสุด:

เมื่อจับจ่ายสินค้าและบริการภายในงานครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดด้านการท่องเที่ยว เช่น

  • ที่พัก

  • ร้านอาหาร

  • สปา

เรียกได้ว่าได้ทั้งประสบการณ์ ได้ทั้งภาพสวย ๆ แถมยังได้ดีลสุดคุ้มกลับบ้าน

ตารางจัดงาน และช่วงเวลาเที่ยวที่ควรปักหมุด

งาน “เชียงใหม่ Night Market” จัดทั้งในโซนสันกำแพงและท่าแพ ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ช่วงเวลาเดินคือ 16.00 – 22.00 น.

  • ถนนคนเดินสันกำแพง: ทุกวันเสาร์

  • ถนนคนเดินท่าแพเชียงใหม่: ทุกวันอาทิตย์

ถ้าอยากได้รูปตอนฟ้าสวย ๆ แนะนำให้ไปช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แล้วอยู่ต่อจนค่ำเพื่อเก็บบรรยากาศแสงไฟแบบเต็ม ๆ

การเดินทาง: มีรถรับ–ส่งฟรี ไม่ต้องห่วงเรื่องการไปกลับ

หนึ่งในความปังของงานนี้คือมี รถรับ–ส่งฟรี ให้บริการสำหรับทั้งสองโซน เหมาะมากสำหรับคนไม่มีรถส่วนตัวหรือนักท่องเที่ยว

เส้นทางรถรับ–ส่ง ฟรี: ถนนคนเดินสันกำแพง (2 เส้นทาง)

  • สายที่ 1: ข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง

  • สายที่ 2: One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง – ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง

เส้นทางรถรับ–ส่ง ฟรี: ถนนคนเดินท่าแพ (2 เส้นทาง)

  • สายที่ 1: One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร

  • สายที่ 2: ข่วงประตูท่าแพ – วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ – วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

เข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน แค่เตรียมกล้อง พาวเวอร์แบงก์ และกระเป๋าใส่ของฝากให้พร้อม

ทำไมคนรักของฝากท้องถิ่นต้องห้ามพลาด

สำหรับสาย “ของฝากท้องถิ่น” งานนี้คือสวรรค์ชัด ๆ เพราะคุณจะได้เจอทั้ง

  • งานหัตถกรรมสันกำแพงและล้านนาที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่น

  • สินค้าแฮนด์เมดจากชุมชน ที่มีเรื่องเล่าและตัวตนชัดเจน

  • สินค้าร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบและลวดลายพื้นถิ่นมาดีไซน์ใหม่

ทุกการจับจ่ายคือการสนับสนุนชุมชน และเป็นการช่วยต่อชีวิตงานหัตถศิลป์ให้ไปต่อในโลกยุคดิจิทัลอย่างเท่ ๆ

สรุป: Night Market เวอร์ชันใหม่ ที่มีมากกว่าการเดินซื้อของ

“เชียงใหม่ Night Market” ครั้งนี้ ไม่ได้มีดีแค่เดินเล่นหรือซื้อของ แต่คือการเล่าเรื่องเมืองเชียงใหม่ผ่านแสง สี ศิลปะ และวัฒนธรรมในมุมที่ครีเอทีฟสุด ๆ

ใครที่หลงรักบรรยากาศถนนคนเดิน ชอบของฝากท้องถิ่น และอยากเห็นเชียงใหม่ในเวอร์ชัน Night Life ที่มีทั้งเสน่ห์ดั้งเดิมและความโมเดิร์นผสมกันอย่างลงตัว งานนี้คือ เช็กลิสต์ที่ต้องไปให้ได้อย่างน้อยสักคืน