รับแอปรับแอป

จิบมัทฉะในแก้วไวน์กลางตลาดน้อย บาร์ชาจีน–ญี่ปุ่นที่สายชาเขียวห้ามพลาด

ชลธิชา บุญมา01-30

Feng Huang Tea Bar: จิบมัทฉะในแก้วไวน์กลางตึกเก่า

ถ้าได้เดินเล่นย่านตลาดน้อยแล้วเจอร้านชาเสิร์ฟมัทฉะในแก้วไวน์แดง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณกำลังยืนอยู่หน้า Feng Huang Tea Bar บาร์ชาสุดชิคที่เอาเสน่ห์จีนเก่าแก่และวัฒนธรรมมัทฉะญี่ปุ่นมาผสมกันได้อย่างลงตัว

ที่นี่ตั้งใจคัดเลือกมัทฉะเกรดพิธีการ รสไม่ฝาด หอมและดื่มง่าย เหมาะทั้งสาย Beginner ที่เพิ่งเริ่มรู้จักมัทฉะ และสาย Specialty ที่จริงจังกับคุณภาพแบบสุดทาง

จากร้านอาหารเก่าสู่ Matcha Bar สุดเท่

ตัวร้านถูกรีโนเวทจากร้านอาหารเก่าในอาคารโบราณ ให้กลายเป็นบาร์มัทฉะที่ยังคงไวบ์จีนดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน แต่เติมกลิ่นอายญี่ปุ่นเข้ามาอย่างนุ่มนวลแบบไม่รู้สึกขัดแย้ง

ชื่อ Feng Huang (เฟิ่งหวง) มาจากภาษาจีน แปลว่า นกฟีนิกซ์ สื่อถึงการเกิดใหม่ของพื้นที่นี้ ที่หวนคืนลมหายใจอีกครั้งผ่านแก้วชาแต่ละแก้ว

ที่นี่เลยกลายเป็น Matcha Bar ที่สะท้อนทั้งจิตวิญญาณแบบเก่าและบรรยากาศร่วมสมัยในทีมเดียวกัน

เดินเข้าไปในร้านจะเห็นเสน่ห์แบบจีนโบราณชัดเจน ทั้งกำแพงเก่า โคมไฟวินเทจ และเฟอร์นิเจอร์สะสม ราวกับเป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มานั่งคุยกับความทรงจำของรุ่นก่อน ผ่านรสชา กลิ่น และการออกแบบที่คิดมาแล้วทุกดีเทล

ซิกเนเจอร์: มัทฉะในแก้วไวน์แดง

หนึ่งในภาพจำของ Feng Huang คือการเสิร์ฟมัทฉะในแก้วไวน์แดง ดีไซน์นี้ไม่ใช่แค่ทำให้ดูแปลกตาเท่านั้น แต่ยังทำให้การดื่มมัทฉะรู้สึก

  • เข้าถึงง่ายขึ้น

  • เป็นกันเอง ไม่ทางการจนเกินไป

  • มีความร่วมสมัยเหมือนจิบค็อกเทล แต่เป็นชาเขียวแทน

มัทฉะที่ใช้ก็ไม่ธรรมดา คัดมาแบบพิถีพิถันจากแหล่งปลูกชั้นดีของญี่ปุ่น โดยเน้นเกรดพิธีการคุณภาพสูง

  • จาก Uji เมืองดังเรื่องชาในจังหวัดเกียวโต

  • จาก Yame แหล่งชาคุณภาพในจังหวัดฟุกุโอกะ

เมนูมัทฉะที่ต้องลอง

ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่แก้วไวน์ แต่เมนูมัทฉะก็คิดสูตรมาอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องบาลานซ์รส กลิ่น และคาแรกเตอร์ของใบชาแต่ละสายพันธุ์

  • FH01
    เบลนด์ระหว่าง Uji & Yame ที่บาลานซ์อูมามิแบบกลมกล่อมกับความหอมโทนถั่วได้อย่างลงตัว ใครอยากชิมรสชาติของทั้งสองแหล่งในแก้วเดียว แนะนำแก้วนี้เลย

  • FH04
    Seasonal Blend ที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา โดดเด่นด้วยโน้ตหอมวนิลาจากสายพันธุ์ Kirari ให้กลิ่นหวานนุ่มละมุน เหมาะกับคนที่อยากลองมู้ดมัทฉะที่ไม่เข้มจนเกินไป

  • Coconut Matcha
    เมนูพิเศษที่มีเฉพาะช่วงเวลาประมาณ 3 เดือนต่อปี เลือกใช้มะพร้าวตอนที่รสชาติกำลังดีสุด เข้าคู่กับมัทฉะได้อย่างน่าประทับใจ ใครเป็นสายโคโคนัทห้ามพลาด

อีกจุดที่น่ารักคือ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะดื่มคู่กับ

  • นมวัว (Lactose-free)

  • หรือนมโอ๊ต (Oat Milk)

โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม เลือกตามรสที่ชอบหรือไลฟ์สไตล์ได้เต็มที่

ไม่ได้มีดีแค่มัทฉะ: Houjicha และชาจีนสกัดเย็น

นอกจากมัทฉะ ที่นี่ก็ยังเอาใจสายชาแบบจริงจังด้วยเมนูโฮจิฉะและชาจีนสกัดเย็น

  • Houjicha
    ใช้การคั่วอ่อน กลิ่นหอมมีเอกลักษณ์ เก็บเกี่ยวในฤดูแรกเหมือนใบมัทฉะ ทำให้รสชาติออกมานุ่ม ละมุน ไม่ขม และไม่ฝาด เหมาะกับคนที่อยากลองชาโทนอุ่นหอม ๆ

ในเมื่อบรรยากาศร้านยังมีความจีนแฝงอยู่ เมนูชาจีนเลยเป็นอีกไฮไลต์ที่ห้ามมองข้าม โดยทางร้านเลือกใช้ชาจีนสกัดเย็น พร้อมกรรมวิธีเฉพาะที่ช่วยล็อกกลิ่นหอมและความละมุนของชาเอาไว้

ตัวอย่างชาที่มีให้ลอง เช่น

  • ชาอู่หลง

  • หอมหมื่นลี้

  • ชาเขียวมะลิ

ทุกตัวถูกเบลนด์ให้ออกมานุ่ม ดื่มง่าย กลิ่นชาชัดแต่ไม่แรงจนเกินไป

ปิดท้ายด้วยของหวาน: โทสต์สังขยามัทฉะ & ชาไทย

ถ้าดื่มชาแล้วเริ่มอยากกินของหวาน ต้องลองเมนู โทสต์สังขยา ของที่นี่สักครั้ง

จุดเด่นคือใช้ขนมปังชิ้นใหญ่ไซส์หนา เสิร์ฟพร้อมสังขยาสูตรโฮมเมดที่เลือกได้ทั้ง

  • สังขยามัทฉะ

  • หรือสังขยาชาไทย

ความพิเศษคือสังขยาที่นี่ไม่ผสมแป้งเลย ใช้แค่

  • ไข่แดง

  • ไข่ขาว

  • นม Lactose-free

  • และกะทิสูตรโฮมเมด

ทั้งหมดช่วยให้ได้สัมผัสสังขยาที่เนียนนุ่ม หอมมัน แต่ไม่หนักจนเกินไป กินคู่กับชาแก้วโปรดคือจบมื้อแบบสวย ๆ

ใครกำลังมองหาที่จิบมัทฉะในบรรยากาศจีนเก่าผสมญี่ปุ่นแบบเท่ ๆ ลองแวะไปนั่งที่ Feng Huang Tea Bar แล้วปล่อยให้เวลาเดินช้าลงสักหน่อย จิบมัทฉะจากแก้วไวน์แดง มองแสงลอดกำแพงเก่า ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ถึงน่าแวะซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ