วงการเกมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฝ่ายบริหารของ Microsoft Gaming และ Xbox เมื่อ Phil Spencer และ Sarah Bond ต่างอำลาตำแหน่งในช่วงเวลาใกล้กัน
การเกษียณของ Phil Spencer ถูกพูดถึงมาสักพัก แม้ Microsoft จะเคยปฏิเสธข่าวลือก่อนหน้านี้ก็ตาม ส่วน Sarah Bond ซึ่งขึ้นเป็นประธาน Xbox ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 หลายคนมองว่าเธอคือผู้สืบทอดโดยธรรมชาติ แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจออกจากบริษัท
ท่ามกลางความสับสน นักวิเคราะห์บางรายเสนอแนวคิดที่แรงพอสมควรว่า “ทางที่ดีที่สุดของ Xbox คือการแยกตัวออกจาก Microsoft” เพื่อกลับมาเป็นบริษัทเกมอิสระอย่างแท้จริง

การเปลี่ยนผู้นำที่สะเทือนวงการ
หลังการลาออกของ Bond รายงานจาก The Verge ระบุว่า เธอเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันแคมเปญการตลาด “This Is an Xbox” ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์จากแฟน ๆ ไม่น้อย
Microsoft เลือกแต่งตั้ง Asha Sharma อดีตประธานฝ่าย CoreAI ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ของฝ่ายเกมมิ่ง การตัดสินใจนี้ก็กลายเป็นอีกประเด็นถกเถียงทันที
Seamus Blackley ผู้ให้กำเนิด Xbox รุ่นแรก ออกมาแสดงความเห็นว่า การแต่งตั้งครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่า Xbox กำลังถูกจัดวางให้ค่อย ๆ ลดบทบาทลง เพื่อให้ Microsoft โฟกัสธุรกิจหลักอย่าง AI มากขึ้น
แม้ความเห็นนี้อาจดูสุดโต่ง แต่ก็สะท้อนความกังวลของบางฝ่ายว่า Xbox อาจไม่ใช่ลำดับความสำคัญสูงสุดในบริษัทอีกต่อไป
ทำไมถึงมีแนวคิด “แยก Xbox ออกมา”
Rhys Elliott หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ตลาดจาก Alinea Analytics เขียนในจดหมายข่าวว่า ธุรกิจเกมแตกต่างจากธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่มาก
เขาอธิบายว่า อุตสาหกรรมเกมเป็นธุรกิจแบบ “ขับเคลื่อนด้วยผลงานฮิต” (hits-driven business) และใช้เวลาพัฒนายาวนาน ความสำเร็จไม่ได้สม่ำเสมอแบบบริการคลาวด์หรือซอฟต์แวร์องค์กร
ในมุมของบริษัทระดับ Microsoft ที่มีธุรกิจอย่าง Azure และ Windows ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลและเสถียรกว่า ฝ่ายเกมจึงอาจถูกมองว่าให้ผลตอบแทนไม่สม่ำเสมอเท่า
Elliott เสนอว่า หาก Xbox แยกตัวเป็นบริษัทอิสระ จะไม่ต้องแบกรับแรงกดดันเรื่อง ROI ที่ต้องเทียบกับ Azure หรือ Windows อีกต่อไป และสามารถกลับมาโฟกัสเกมอย่างเต็มตัว
Xbox มีทรัพย์สินมากพอจะยืนด้วยตัวเองหรือไม่
หากมองในเชิงทรัพย์สินและแบรนด์ Xbox ไม่ได้เล็กเลย
ปัจจุบัน Xbox ถือครอง:
Activision
Bethesda
IP ระดับโลกจำนวนมาก
นี่คือพอร์ตโฟลิโอที่หลายบริษัทเกมฝันถึง หากกลายเป็นบริษัทอิสระ Xbox ก็ยังมีทรัพย์สินและสตูดิโอที่แข็งแรง
นักวิเคราะห์บางคนจึงมองว่า Xbox “ใหญ่พอ” ที่จะยืนด้วยตัวเอง
ปัญหาที่ Xbox เผชิญอยู่ตอนนี้
ในช่วงหลัง Xbox ถูกวิจารณ์เรื่อง:
การชะลอตัวของ Game Pass
ความไม่ชัดเจนของกลยุทธ์ฮาร์ดแวร์
แคมเปญการตลาดที่สร้างความสับสน
แนวคิด “This Is an Xbox” ที่พยายามสื่อว่า Xbox ไม่ได้จำกัดแค่คอนโซล แต่คือแพลตฟอร์มที่เล่นได้หลายอุปกรณ์ กลับไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีเท่าที่คาด
หลายคนรู้สึกว่าแบรนด์กำลังสูญเสียเอกลักษณ์ และกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ระบบนิเวศของ Microsoft
ถ้าแยกจริง จะเกิดอะไรขึ้น
แนวคิดการ spin-off หรือการแยกบริษัทออกมาเป็นนิติบุคคลอิสระ ไม่ได้หมายถึงการ “ปิด Xbox” แต่คือการปลดล็อกให้ฝ่ายเกมบริหารตัวเอง
ข้อดีที่นักวิเคราะห์มองเห็น ได้แก่:
โฟกัสเกมเป็นศูนย์กลางจริง ๆ
กลับไปสู่ภาพลักษณ์คู่แข่งที่ดุดันเหมือนยุคแรก
ตัดแรงกดดันจากธุรกิจ AI และคลาวด์
แต่ในทางปฏิบัติ เรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะ Xbox ผูกกับโครงสร้าง Microsoft อย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และระบบคลาวด์

ความเป็นไปได้แค่ไหน
ในระยะสั้น แนวคิดนี้ยังดูเหมือน “การวิเคราะห์เชิงทฤษฎี” มากกว่าความเคลื่อนไหวจริง
Microsoft เพิ่งทุ่มเงินมหาศาลซื้อ Activision Blizzard และยังเดินหน้าผสานเกมเข้ากับระบบคลาวด์และ AI อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตบริษัทเลือกโฟกัสธุรกิจที่แน่นอนกว่า เช่น AI และบริการองค์กร การลดบทบาทธุรกิจเกมก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
บทสรุป: ทางแยกของ Xbox
คำถามที่นักวิเคราะห์ตั้งไว้ไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างบริษัท แต่คือคำถามใหญ่กว่า
Xbox ควรเป็น:
แบรนด์เกมอิสระที่โฟกัสความสร้างสรรค์
หรือหนึ่งในฟันเฟืองของจักรวาลเทคโนโลยี Microsoft
การเปลี่ยนผู้นำครั้งนี้ทำให้อนาคตของ Xbox ถูกจับตามองมากขึ้นกว่าที่เคย
แม้แนวคิดแยกตัวออกจาก Microsoft จะยังห่างไกลความจริง แต่ก็สะท้อนความกังวลว่าธุรกิจเกมอาจต้องการอิสระมากกว่านี้ เพื่อรักษาเอกลักษณ์และความกล้าที่จะเสี่ยง
ในท้ายที่สุด คำตอบอาจขึ้นอยู่กับว่า Microsoft มองเกมเป็นหัวใจเชิงกลยุทธ์ หรือเป็นเพียงหนึ่งในหลายธุรกิจที่ต้องแข่งขันกับ AI และคลาวด์เพื่อแย่งทรัพยากรภายในบริษัทเดียวกัน

