จากเด็กชอบการ์ตูนสู่ศิลปินดิจิทัลเต็มตัว

จากเด็กที่โตมากับ การ์ตูน ของเล่น และงานประดิษฐ์สารพัด Tan-staR ค่อยๆ ขยับตัวเองจากความสนุกเล็กๆ สู่การเป็นศิลปินอิสระที่ใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก พร้อมผสมเสียงกีตาร์เบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ระหว่างทำงาน
เขาจบจากคณะดิจิทัลอาร์ต สาขาคอมพิวเตอร์อาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต และเลือกเดินทางสายนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะหลงรักทั้ง งานวาด งานปั้น แอนิเมชั่น และภาพเคลื่อนไหว รวมถึงของเล่นและงานประดิษฐ์ที่เต็มไปด้วยดีเทล
ทุกความอินในแต่ละช่วงชีวิตจะถูกกลั่นออกมาเป็นงานศิลปะเสมอ นั่นทำให้เขามุ่งตรงเข้าสู่การเรียนด้านศิลปะและการออกแบบดิจิทัล เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ลอง สไตล์ เทคนิค และวิธีเล่าเรื่อง ที่หลากหลาย ตรงกับความชอบของตัวเองมากที่สุด
ปัจจุบัน Tan-staR ทำงานเป็น ศิลปินอิสระ ควบคู่กับการเป็น อาจารย์พิเศษสาย 2D Animation ถ่ายทอดทั้งทักษะและมุมมองการทำงานให้คนรุ่นใหม่ไปพร้อมกัน

กำเนิดสไตล์: จากแสงเงา สู่ภาพไร้เส้นขอบ
ตอนเริ่มฝึกวาดดิจิทัลใหม่ๆ Tan-staR สังเกตตัวเองว่ามัก หลงอยู่กับการลงแสงเงา จนวัตถุเริ่มมีมิติแบบ 3D ชัดเจนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
จากจุดนั้น เขาเลยเริ่มทดลอง ลงสีแบบไม่มีเส้นขอบ (lineless) กลายเป็นจุดตั้งต้นของสไตล์ที่เราเห็นในปัจจุบัน
เส้นทางไม่ได้โรยด้วยดอกไม้ แต่เต็มไปด้วยการลองผิดลองถูก เขาใช้เวลาในการ
มองหาศิลปินที่ชอบมาศึกษาเทคนิค
ดูงานการ์ตูนและอนิเมชั่นแนวโปรด
ทดลองลงสีหลายแบบ ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม และลดทอนรายละเอียด
พอทำไปเรื่อยๆ มือก็เริ่มเข้าที่ จนรู้สึกได้ว่านี่แหละคือ สไตล์ของตัวเองจริงๆ แต่เขาก็ยังไม่หยุด ลองรับงานหลายแนว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจออะไรใหม่ๆ ที่อาจเอามาต่อยอดกับงานเดิมได้เสมอ

เอกลักษณ์: พังค์ ผี ตัวประหลาด และความเลอะที่ตั้งใจให้มี
เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้คนจดจำงานของ Tan-staR ได้ เขามองว่า “สิ่งที่เราเลือกวาด” นี่แหละคือจุดต่างสำคัญ
ตัวละครในงานของเขามักจะมาในโทน
สไตล์พังค์ๆ
ผีๆ ตัวประหลาดๆ
ความคอนทราสต์ระหว่างสีสดใสกับความเลอะเทอะนิดๆ
ไม่ใช่แค่คาแรกเตอร์ แต่ รูปทรง ท่าทาง และการจัดวาง ยังให้ความรู้สึกว่าตัวละครมีชีวิต เคลื่อนไหว และกำลังสนุกอยู่ตลอดเวลา
นั่นทำให้งานของเขาไม่เพียง “สวย” แต่ยังมี บุคลิกชัด พอให้คนเห็นแล้วเดาได้ไม่ยากว่านี่คืองานของใคร
Gadget คู่ใจ: iPad, Apple Pencil และการเล่นกับการเคลื่อนไหว

Tan-staR ใช้ iPad วาดรูปมานานราว 7-8 ปี กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ติดตัวแทบตลอดเวลา
อุปกรณ์ล่าสุดที่เขาใช้คือ iPad Air M3 คู่กับ Apple Pencil Pro ในการทำแอนิเมชั่นบนแอป Procreate Dreams
ฟีเจอร์ที่เขาประทับใจมากเป็นพิเศษคือ
Barrel Roll – การหมุนปากกาที่ช่วยให้เส้นและแปรงมีลูกเล่นมากขึ้น
Perform Mode – บันทึกการเคลื่อนไหวของปากกาได้ทั้งการลากและหมุนในจังหวะเดียว
เมื่อเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน ทำให้เขาสร้าง ภาพเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล แปลกตา และมีลูกเล่นในแบบที่รู้สึก “สด” มากขึ้นกว่าวาดแบบเดิมๆ
แรงบันดาลใจ: เพื่อนร่วมโต๊ะทำงานที่เป็นหนัง การ์ตูน และของสะสม
แรงบันดาลใจของ Tan-staR ไม่ได้ลอยมาจากอากาศ แต่มาจากสิ่งที่เขาเสพในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง
แหล่งพลังหลักของเขาคือ
หนังและการ์ตูนที่ดูเป็นประจำ
ของเล่นและ Art Toy ที่สะสมไว้
หนังสือ Art Book และ Comic สไตล์ที่ตัวเองชอบ
เขาตั้งใจเอาของเหล่านี้มาไว้ในพื้นที่ทำงาน จนเหมือนมีเพื่อนล้อมรอบอยู่ตลอดเวลา
แค่เงยหน้าขึ้นมองชั้นหนังสือหรือของเล่น ก็เหมือนได้เติมไฟให้ตัวเองต่ออีกหนึ่งสเต็ป
เมื่องานตัน ไอเดียหาย: เขาเลือกวางปากกา ไม่ใช่ฝืนวาด
เวลาคิดงานไม่ออก Tan-staR ไม่ได้บังคับตัวเองให้นั่งหน้าจอจนเครียด เขาเลือก หนีออกจากงานชั่วคราว อย่างตั้งใจ
วิธีพักสมองของเขามักจะเป็น
เล่นกีตาร์
อ่านการ์ตูน
ดูหนังหรือคอนเทนต์ที่ผ่อนคลาย
จัดบ้าน หยิบจับของสะสมมาดูเล่น
พอปล่อยให้ตัวเองไปทำอย่างอื่นสักพัก ร่างกายและหัวก็เริ่มสดชื่นขึ้น และบ่อยครั้ง ไอเดียใหม่ๆ ก็โผล่มากลางช่วงเวลาพัก นั่นแหละคือจังหวะกลับมาจับปากกาอีกครั้ง
ประสบการณ์งานที่ประทับใจที่สุด
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกดีเป็นพิเศษ คือการได้โอกาสให้ นำเสนออุปกรณ์ที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน อย่าง iPad และ Apple Pencil ในงานหนึ่งที่ได้รับเชิญให้ร่วม
เพราะเป็นของที่เขาใช้อยู่แล้วและอินมากอยู่ก่อนหน้า พอถึงเวลาทำงานจริงเลยเหมือนได้ปล่อยความเนิร์ดอย่างเต็มกำลัง ทั้งเล่า ทั้งโชว์ ทั้งลงดีเทลแบบไม่หวง
เขามองว่านี่คือหนึ่งใน ประสบการณ์การทำงานที่ประทับใจที่สุด เพราะได้เป็นตัวเองแบบไม่ต้องปรุงแต่ง




จะเป็นนักวาดให้รอดในยุคศิลปินล้นฟีดต้องทำยังไง

ในยุคที่มีศิลปินเกิดขึ้นทุกวัน การเป็น “คนวาดรูปเก่ง” อย่างเดียวอาจไม่พอ Tan-staR มองว่าถ้าอยากให้เส้นทางอาชีพยั่งยืน ต้องให้ความสำคัญกับสองเรื่องใหญ่ๆ นี้
1. ความแตกต่างและเอกลักษณ์ของงาน
ผลงานที่มีเอกลักษณ์ชัด คือกุญแจสำคัญในการถูกจดจำ
อย่างน้อยงานของเราควรมีอะไรบางอย่างที่คนมองแล้วรู้สึกว่า
นี่คือสไตล์ของเรา
ไม่ได้เหมือนใครเป๊ะๆ
มีโทน มีบรรยากาศ หรือคาแรกเตอร์เฉพาะตัว
ยิ่งเอกลักษณ์ชัดเท่าไหร่ โอกาสที่งานจะถูกสังเกตเห็นในทะเลคอนเทนต์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
2. กล้าที่จะโชว์งานให้คนเห็น
อีกอย่างที่เขาย้ำมากคือ ต้องกล้าโพสต์งานของตัวเองออกไป
อย่ารอให้ “เก่งกว่านี้ก่อนค่อยลง”
อย่ากลัวว่าจะถูกมองว่ายังไม่ดีพอ
ทุกคนที่ไปถึงจุดที่คนมองเห็นได้ล้วนผ่านช่วงเวลาที่ต้องค่อยๆ โพสต์ ค่อยๆ แชร์ ให้คนเจอผลงานอยู่เรื่อยๆ
ยิ่งแสดงตัวเองบ่อยเท่าไหร่ โอกาสถูกมองเห็นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
สรุป: เส้นทางศิลปินไม่มีสูตรตายตัว แต่ต้องไม่หยุดลอง
จากเด็กที่รักการ์ตูนและของเล่น สู่ศิลปินดิจิทัลที่สร้างคาแรกเตอร์พังค์ๆ ผีๆ ให้มีชีวิต Tan-staR คือภาพชัดๆ ว่า
แรงบันดาลใจที่เรารักตั้งแต่เด็ก สามารถต่อยอดกลายเป็นอาชีพได้จริง
การลองผิดลองถูกคือส่วนหนึ่งของการหาสไตล์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรกลัว
Gadget เป็นแค่เครื่องมือ แต่คนใช้ต่างหากที่ทำให้มันมีตัวตน
สำหรับใครที่อยากเดินสาย นักวาดในยุคดิจิทัล ลองจำสามอย่างนี้ไว้ให้ดี
หาสไตล์ที่เป็นเราจริงๆ
กล้าโชว์งานอย่างสม่ำเสมอ
รู้จังหวะพัก เพื่อให้ไอเดียกลับมาแบบสดใหม่
สุดท้าย เส้นทางศิลปินอาจไม่มั่นคงตั้งแต่วันแรก แต่ถ้าเรายังวาด ยังพัฒนา และยังกล้าให้คนเห็นงานของเรา ความมั่นคงก็จะค่อยๆ ถูกวาดขึ้นทีละเลเยอร์เหมือนกันนั่นแหละ

