รับแอปรับแอป

จากเด็กหญิงวัย 6 ขวบสู่โปรกอล์ฟระดับโลก: เส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายของโปรจีน-อาฒยา ฐิติกุล

ศุภชัย แก้วใจ01-31

เส้นทางของสาวน้อยมหัศจรรย์วงการกอล์ฟไทย

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กอล์ฟกลายเป็นกีฬาที่คนไทยหันมาสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่งนักกอล์ฟหญิงที่สร้างผลงานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล หรือที่แฟนๆ เรียกกันติดปากว่า ‘โปรจีน’ จนหลายคนยกให้เธอเป็น สาวน้อยมหัศจรรย์ของวงการกอล์ฟไทย

โปรจีนในวัยเพียง 22 ปี เริ่มจับไม้กอล์ฟตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ เส้นทางของเธอไม่ธรรมดาเลยสักนิด เธอเคยสร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์ระดับอาชีพในรายการเลดีส์ ยูโรเปียน ไทยแลนด์ แชมเปียนชิป 2017 เคยติดทีมชาติมาหลายครั้ง และหลังจากเทิร์นโปรในปี 2020 ก็สามารถขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งของโลกได้ในปี 2022

นอกจากฝีมือระดับโลก เธอยังเป็น คนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็น Rolex Testimonee ซึ่งตอกย้ำสถานะของเธอทั้งในฐานะนักกีฬาและแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่

หลังจากต้องหยุดพักไปเพราะอาการบาดเจ็บในปีที่ผ่านมา เดือนกุมภาพันธ์นี้ เธอกำลังจะกลับมาลงสนามอีกครั้งในรายการ Honda LPGA ที่พัทยา ซึ่งมี Rolex ร่วมสนับสนุน

เธอยอมรับว่ารายการนี้มีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะจัดขึ้นในประเทศไทย และชัยชนะเมื่อปี 2021 ก็เคยเป็น จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต ของเธอมาแล้ว

เส้นทางอาชีพที่ชื่อว่า “ท้าทาย”

เมื่อให้เธอลองนิยามเส้นทางของตัวเองในฐานะนักกอล์ฟดาวรุ่ง คำที่เธอเลือกคือคำว่า “ท้าทาย”

เธอมองว่าคงไม่มีนักกีฬาอาชีพคนไหนบอกว่าเส้นทางนี้ง่าย เธอเริ่มซ้อมกอล์ฟตั้งแต่อายุ 6 ขวบ กว่ามาถึงจุดนี้ได้ก็ใช้เวลายาวนาน เต็มไปด้วยทั้งช่วงขึ้นและช่วงลง ซึ่งแต่ละคนก็มี “จุดต่ำ” ของตัวเองแตกต่างกันไป

ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกว่า ตัวเองได้สัมผัสกับความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านแรงกดดันมาไม่น้อย แม้จะรู้สึกว่าตัวเองยังอยู่ไม่ถึงครึ่งทางของอาชีพ แต่ก็กล้าบอกว่า นี่คือเส้นทางที่ทั้งดีและน่าทึ่งมากสำหรับชีวิตของเธอ

โมเมนต์ที่ทำให้หลงรักอาชีพนี้

ช่วงเวลาที่ทำให้เธอรู้สึกผูกพันกับอาชีพนักกอล์ฟมีอยู่มากมาย

  • ตอนเด็ก ชัยชนะสุดพิเศษของเธอคือการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นการติดทีมชาติครั้งแรก ความตื่นเต้น ความประหม่า และการได้เหรียญทองถึงสองเหรียญ ทำให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า

  • หลังจากเทิร์นโปร ชัยชนะในทัวร์ LPGA ครั้งแรกคืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ หลายคนบอกว่าการชนะครั้งแรกยากที่สุด ซึ่งเธอก็เห็นด้วยเต็มๆ เพราะต้องใช้ทั้งฝีมือและสภาพจิตใจที่แข็งแรงมากถึงจะผ่านไปได้

เมื่อมองย้อนกลับไปแต่ละแมตช์ เธอยืนยันว่า ทุกการแข่งขันสอนอะไรบางอย่างเสมอ

เมื่อ “แพ้” กลายเป็นของขวัญ

มีแมตช์หนึ่งที่อยู่ในใจเธอเป็นพิเศษ คือรายการเดียวกับที่โปรเมย์คว้าแชมป์ เธอบอกอย่างจริงใจว่า ดีใจที่วันนั้นตัวเองไม่ได้แชมป์

เพราะถ้าชนะในตอนนั้น เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าชีวิตใน LPGA จะเดินไปในทิศทางไหน การที่ยังไม่ถึงเวลา ทำให้เธอต้องมุ่งมั่นมากขึ้น ออกไปเก็บประสบการณ์ในยุโรป ลงแข่งคัดเลือกอีกหลายครั้ง

เธอเชื่อว่าถ้าได้แชมป์เร็วเกินไป ทุกอย่างที่ดีในวันนี้อาจไม่เกิดขึ้นในแบบเดียวกันก็ได้

Work-Life Balance ของนักกอล์ฟระดับโลก

สำหรับโปรจีน สมดุลชีวิตกับการทำงานคือสิ่งที่ต้องมีอย่างจริงจัง

เธอยอมรับว่าเราอาจทุ่มเทให้กับงานได้เต็มที่ แต่ถ้าปล่อยให้สมองคิดเรื่องงานตลอด 24 ชั่วโมง สุดท้ายก็หนีไม่พ้นภาวะเบิร์นเอาต์ โดยเฉพาะเมื่อก่อนที่เธอเคยซ้อมหนักมากจนละเลยเรื่องสุขภาพไปเลย

ในฐานะนักกีฬาเอเชีย ยังต้องแบ่งเวลาระหว่างการซ้อม การแข่งขัน และงานกับสปอนเซอร์ ซึ่งยิ่งทำให้การจัดการเวลามีความสำคัญขึ้นไปอีก

แนวทางของเธอคือ

  • เวลาซ้อมให้ใส่เต็มร้อย

  • เวลาพักให้พักจริงๆ ไม่เอาเรื่องงานมาแบกไว้ในหัว

นี่คือวิธีที่ทำให้เธอเดินต่อไปได้แบบไม่หมดไฟ

การรับมือแรงกดดันในฐานะ Top 20 ของโลก

การเคยขึ้นไปแตะตำแหน่งมือหนึ่งของโลกไม่ใช่เรื่องเล็ก และแน่นอนว่าพร้อมกับความสำเร็จ ก็มีแรงกดดันตามมาเป็นเงา

ช่วงที่กำลังจะขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลก เธอเคยโทรปรึกษารุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งให้คำแนะนำเรียบง่ายแต่ตรงใจว่า เรายังไม่ใช่คนเดียวบนโลกที่ไปถึงจุดนั้น

พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากได้ตำแหน่ง เธอค้นพบเองว่ามันก็แค่ตำแหน่งหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือการยังเป็นตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี พัฒนาตัวเองต่อไป ไม่ว่าตัวเลขบนแรงกิ้งจะอยู่ที่เท่าไร

เธอยอมรับว่าเวลาแข่งขันก็มีความกดดันอยู่บ้าง แต่สำหรับกอล์ฟ มันเป็นกีฬาที่ คาดหวังผลล่วงหน้าไม่ได้มาก ในแต่ละแมตช์ ขอแค่ทำเต็มที่ในทุกช็อต ถ้าทำดีที่สุดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปยึดติดกับผลลัพธ์มากเกินไป

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

เมื่อถามถึงปัจจัยที่พาเธอมาถึงจุดนี้ โปรจีนไม่ได้ให้คำตอบแค่คำว่า “ขยัน” เท่านั้น แต่แยกออกมาอย่างชัดเจนว่า

  • การทำงานหนัก (Work Hard) คือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้

  • การทำงานอย่างชาญฉลาด (Work Smart) สำคัญไม่แพ้กัน

เธอซ้อมวันละ 8-10 ชั่วโมง แต่เน้นย้ำเสมอว่า คุณภาพมาก่อนปริมาณ พร้อมกันนั้นต้องดูแลทั้งร่างกายและสมองไปพร้อมกันด้วย

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เธอพูดถึงคือ ทีมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ผู้จัดการ โค้ช หรือแคดดี้ ทุกคนล้วนเป็นพลังที่ช่วยผลักดันและอยู่เคียงข้างทั้งในวันที่ขึ้นสูงและวันที่ตกต่ำ ซึ่งสำหรับนักกีฬาแล้ว การมีคนที่ไม่ทิ้งกันในทุกจังหวะของชีวิตนั้นสำคัญมากจริงๆ

จุดเริ่มต้นจากคุณกงและเรื่องราวของไทเกอร์ วูดส์

หลายคนอาจคิดว่ามาจากครอบครัวสายกีฬา แต่ความจริงคือ ไม่มีใครในบ้านเล่นกอล์ฟเลย

คนที่พาเธอเข้าสู่สนามกอล์ฟคือ “กง” ของเธอ ที่อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับไทเกอร์ วูดส์ แล้วอยากให้หลานลองเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาเดี่ยว ที่ไม่ต้องรอใคร และถ้าพบว่ามีพรสวรรค์ก็สามารถยึดเป็นอาชีพระยะยาวได้

พอได้ลองเล่น โปรจีนก็พบว่าตัวเองชอบกอล์ฟจริงๆ เลยเล่นต่อเนื่องมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบจนถึงทุกวันนี้

ฟังพอดแคสต์: เครื่องมือฝึกใจของโปรจีน

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากในชีวิตของโปรจีนคือ การใช้พอดแคสต์เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมด้านจิตใจ

ก่อนการแข่งขัน เธอหันมาฟังพอดแคสต์เยอะขึ้น โดยเฉพาะคอนเทนต์เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง และเรื่องจิตวิทยาในชีวิตและการทำงาน เพราะเธอมองว่าความท้าทายทางใจนั้นเกิดขึ้นทุกวัน และเธอรู้สึกเหมือนต้องต่อสู้กับมันอยู่ตลอดเวลา

ในสนามแข่งขัน เมื่อเริ่มรู้สึกว่าความคิดกำลังเอนเอียงไปด้านลบ การจะดึงตัวเองกลับมาให้คิดบวกในวินาทีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก็เป็นสิ่งที่เธอพยายามฝึกอย่างหนัก และคอยเตือนตัวเองให้ รู้ตัวในทุกก้าวที่เดินอยู่ในสนาม

เธอเชื่อว่ากอล์ฟเป็นกีฬาที่ใช้ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างละครึ่ง หรือสำหรับบางคน อาจต้องพึ่งพาจิตใจมากกว่าด้วยซ้ำ เธอย้ำว่า

  • เรา คิดเยอะเกินไปไม่ได้

  • แต่ก็ ห้ามไม่คิดอะไรเลย เช่นกัน

ในมุมมองของเธอ ทักษะทางกายภาพสามารถฝึกซ้อมได้ง่ายกว่า ในขณะที่เรื่องสภาพจิตใจหรือ mental game คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นโปร

เวลา: ทรัพยากรที่ทุกคนมีเท่ากัน

สำหรับโปรจีน เวลาเป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์ทั้งโลกได้รับมาเท่ากัน แต่สิ่งที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกันคือ เราเลือกใช้เวลาไปกับอะไรบ้างในแต่ละวัน

เธอมองว่าการบอกว่า “ไม่มีเวลา” เป็นข้ออ้างที่ใช้ไม่ได้ เพราะทุกคนล้วนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ต่างกันตรงที่ว่าเราเลือกทำอะไร และสิ่งที่ทำมีประโยชน์แค่ไหน

ในฐานะนักกอล์ฟอาชีพ โดยเฉพาะผู้หญิง เธอมองว่าช่วงพีกของอาชีพมีจำกัดมากกว่าผู้ชาย ช่วงอายุประมาณ 22-28 ปี จึงเป็นกรอบเวลาที่ต้อง ใช้พลังและศักยภาพให้คุ้มค่าที่สุด

คุณสมบัติแบบ Rolex บนสนามกอล์ฟ

เมื่อพูดถึงแบรนด์ Rolex หลายคนจะนึกถึงคำอย่าง ความแม่นยำ ความแข็งแกร่ง ความเรียบง่าย ความประณีต ความสบาย และความคงทน

สำหรับโปรจีน คุณสมบัติเหล่านี้สอดคล้องกับกีฬากอล์ฟอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “ความสบาย” ทั้งทางกายและทางใจ

ในทีมของเธอ ไม่ว่าจะเป็นโค้ชหรือแคดดี้ เธอไม่ได้เลือกจากการเก่งที่สุดในโลก แต่เลือกจากความสบายใจเมื่อได้ทำงานด้วยกันเป็นหลัก ต้องคุยกันรู้เรื่อง อยู่ด้วยกันแล้วไม่อึดอัด และไม่ยึดติดอยู่ในกรอบจนเกินไป

ความสบายใจจึงกลายเป็นอีกหนึ่ง “อุปกรณ์สำคัญ” ในการเล่นกอล์ฟของเธอ

ความภาคภูมิใจในฐานะ Rolex Testimonee คนไทยคนแรก

การได้เป็นคนไทยคนแรกที่ร่วมงานกับ Rolex สำหรับโปรจีนไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จ แต่คือ ความภาคภูมิใจที่เกินความคาดหมาย

เธอชอบ Rolex มานานตั้งแต่ก่อนถูกเลือกให้เป็น Rolex Testimonee เพราะมองว่าเป็นแบรนด์ระดับโกลบอลที่มีนักกีฬาชั้นนำของโลกมากมายร่วมงานด้วย และยังเป็นแบรนด์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของกีฬาได้อย่างดี

เมื่อถูกถามว่ามี Rolex Testimonee คนไหนเป็นแบบอย่างบ้าง เธอเอ่ยชื่อ

  • ไทเกอร์ วูดส์

  • ลิเดีย โค นักกอล์ฟชาวนิวซีแลนด์

  • และรอนนี หยิน นักกอล์ฟชาวจีนที่เธอสนิทด้วย

คนเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ แต่ยังโดดเด่นเรื่องวินัย การวางตัว และนิสัย ซึ่งสำหรับเธอแล้ว เป็นคุณสมบัติที่สำคัญไม่แพ้พรสวรรค์

นาฬิกาเรือนโปรดและข้อความที่สลักไว้

นาฬิกาเรือนที่มีความหมายมากเป็นพิเศษสำหรับเธอมีอยู่สองรุ่น

  • Day-Date Platinum หน้าปัดไอซ์บลู เพราะเธอชอบสีฟ้าอยู่แล้ว และเลือกซื้อเรือนนี้เป็นของขวัญให้ตัวเองเมื่อคว้าแชมป์ LPGA ครั้งแรก

  • GMT-Master II สองกษัตริย์ ซึ่งเป็นเรือนที่เธอใส่อยู่ในวันนี้ ความพิเศษไม่ได้อยู่แค่ดีไซน์ แต่คือข้อความที่เธอสลักไว้ด้านหลังว่า

    “Be Your Own Beautiful Flower”

    ประโยคนี้หมายความว่าให้เป็นดอกไม้ที่เบ่งบานในแบบของตัวเอง ไม่ต้องเหมือนใคร และไม่ต้องรอให้ใครมารดน้ำให้

อยากเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร และตัวเองได้แรงบันดาลใจจากอะไร

ในฐานะ Rolex Testimonee โปรจีนอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนไทยที่สนใจกีฬากอล์ฟ

เธอมองว่าประเทศไทยมีนักกอล์ฟฝีมือดีจำนวนมาก แต่หลายคนไม่มีโอกาสออกไปแข่งต่างประเทศตลอดปี ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย เวลา และการเดินทาง

หลายครั้งเรามองว่านักกีฬาอเมริกันหรือฝั่งยุโรปเก่งกว่าเรา แต่สำหรับเธออยากให้ทุกคนเห็นว่า นักกอล์ฟไทยเองก็มีศักยภาพไม่แพ้ใคร เราแข็งแกร่ง ทำผลงานได้ดี และไม่ต่างจากนักกอล์ฟจากที่อื่นในโลกเลย

ส่วนแรงบันดาลใจของเธอเอง ทุกวันนี้ยังคงมาจากครอบครัว ที่สนับสนุนให้เธอเล่นกอล์ฟและทำในสิ่งที่รักทุกวัน รวมถึงตัวกอล์ฟเองก็เป็นแรงบันดาลใจในแบบหนึ่ง เพราะมันคือกีฬาแห่งความท้าทายที่ต้องฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา

ข้อคิดถึงนักกอล์ฟรุ่นใหม่: อย่าพยายามเป็น “อีกคนหนึ่ง”

เมื่อมีคนถามโปรจีนบ่อยๆ ว่าจะเดินตามรอยเธออย่างไรดี เธอกลับตอบในแบบที่ต่างออกไปว่า

“อย่าเป็นเหมือนจีน เลือกเส้นทางของตัวเองดีกว่า”

หลังโควิด เราเห็นนักกอล์ฟสมัครเล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมาก หลายคนอยากประสบความสำเร็จเหมือนโปรในดวงใจ แต่สำหรับเธอ การพยายามจะเป็นเหมือนใครสักคนเป็นเรื่องที่ทำให้เราเอ็นจอยเส้นทางของตัวเองได้ยากมาก

เธอมองว่า

  • เราอาจเลือกลองเดินบนเส้นทางที่คนอื่นเคยเดินก็ได้

  • แต่สุดท้ายเราต้องยอมรับว่า เราจำเป็นต้อง “ลองผิดลองถูก” ด้วยตัวเอง

เพราะไม่ว่าพยายามระวังแค่ไหน ความผิดพลาดก็หนีไม่พ้น แต่ในมุมมองของเธอ ความล้มเหลวต่างหากที่ทำให้เราไปได้เร็วกว่าในวันที่เราชนะ

เมื่อชนะมากๆ เราอาจเสพติดชัยชนะโดยไม่รู้ตัว และพอแพ้ขึ้นมาครั้งหนึ่งก็เจ็บหนัก ทั้งที่จริงๆ แล้ว เราอาจทำผลงานได้ดีมากอยู่แล้ว เพียงแค่ผลลัพธ์ไม่ได้ออกมาอย่างที่หวัง

คำแนะนำล้ำค่าที่เธอไม่มีวันลืม

ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และแสงสปอร์ตไลต์ โปรจีนเคยได้รับคำแนะนำหนึ่งที่เธอจำฝังใจจนทุกวันนี้ นั่นคือ

“อย่าสูญเสียความเป็นตัวเอง”

จากคนที่เคยซ้อมและเดินทางคนเดียว พอวันหนึ่งขึ้นมาถึงระดับท็อป ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป มีคนเข้ามารายล้อมมากขึ้น เข้ามาออกความเห็นเรื่องการซ้อม การใช้ชีวิต และความคาดหวังจากคนรอบข้างก็ยิ่งสูงขึ้น

เธอจึงต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า

  • ต้องรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่

  • ไม่ต้องให้ใครมาตัดสินแทนว่าอะไรดีหรือถูกในสายตาของเขา

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เสียงที่สำคัญที่สุดสำหรับนักกอล์ฟคนหนึ่ง ไม่ใช่เสียงจากกระดานสกอร์หรือเสียงจากคนรอบข้าง แต่คือ เสียงของตัวเราเองในใจ ที่ยังยืนยันได้อย่างมั่นคงว่า “นี่แหละ ตัวตนที่เราเลือกแล้ว”