รับแอปรับแอป

อ่านจบแล้วได้โชค? เผยเคล็ดลับ “ฝึกสมองให้เรียกโอกาส” แบบใช้งานได้จริง

นรินทร์ ชัยกิจ01-31

จุดเริ่มต้น: หนังสือที่ชื่อเหมือนใบ้หวย แต่จริงๆ คือวิทยาศาสตร์สมอง

ไม่นานมานี้มีหนังสือเล่มหนึ่งถูกส่งมาให้อ่าน ชื่อไทยชัดๆ ว่า “ฝึกสมองให้เรียกโชค” ส่วนชื่ออังกฤษคือ Boost Your Brain for Luck

ฟังผ่านๆ เหมือนหนังสือแนวใบ้หวย หรือเล่ม how-to ปลุกใจให้คิดบวกทั่วไป แต่พอเปิดอ่านจริงกลับพบว่า แก่นของมันคือ วิทยาศาสตร์สมองล้วนๆ ที่เอามาเล่าแบบอ่านง่าย ใครไม่ได้พื้นฐานหมอหรือสายวิทย์ก็อ่านรู้เรื่องสบายมาก

จากหมอไวรัลในโลกออนไลน์ สู่การเล่าเรื่องสมองแบบจับต้องได้

หมอเจ้าของหนังสือเป็นหมอที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านตาในโลกออนไลน์ ทั้งทำคอนเทนต์ ทำพอดแคสต์ มีคนติดตามเยอะ เพราะทั้งความรู้แน่นและสื่อสารเก่ง ทำให้เรื่องสุขภาพและสมองที่ดูยาก กลายเป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่ปวดหัว

สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากหนังสือเล่มนี้คือ คนเขียนไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง แต่เล่าจากทั้ง พื้นฐานทางการแพทย์ และ ประสบการณ์จริงในชีวิตตัวเอง ว่าลองเอาหลักการสมองเหล่านี้ไปใช้แล้ว เจอทั้งช่วงที่เวิร์กและช่วงที่เฟลเป็นปกติของมนุษย์คนหนึ่ง

ความรู้สึกเลยไม่ใช่หนังสือสอนคนอื่นจากที่สูง แต่เหมือนรุ่นพี่สายวิทย์มานั่งเล่าให้ฟังว่า “อันนี้เราเคยลองแล้ว มันช่วยแบบนี้นะ”

แกนหลักของหนังสือ: โชคไม่ได้ลอยมาเอง เราต้องสร้าง “พื้นที่รับโชค”

หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือแนวคิดว่า “โชค” ชอบคนที่เตรียมตัวพร้อม

ถ้าใช้คำแบบฝั่งฝรั่งก็จะคล้ายๆ แนวคิด Luck Surface Area หรือ “พื้นที่รับโชค” ของแต่ละคน ยิ่งเราขวนขวาย ลงมือทำ เปิดหน้าต่างชีวิตให้กว้างแค่ไหน โอกาสก็ยิ่งมีที่ทางจะวิ่งเข้ามาหาเรามากเท่านั้น

ดังนั้นคำถามที่หนังสือชวนคิดจริงๆ ไม่ใช่ “ทำยังไงให้โชคดีขึ้น” แต่คือ

เราจะฝึกสมองของตัวเองยังไง เพื่อขยายพื้นที่รับโชคให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ?

และตรงนี้เองที่เนื้อหาเกี่ยวกับสมองแบบจริงจังเริ่มเข้ามามีบทบาท

ทฤษฎีสมองที่ฟังดูยาก แต่เล่าแบบคนธรรมดาเข้าใจได้

ในเล่มหยิบเอาหลักการทางสมองหลายอย่างมาอธิบายว่า ถ้าเข้าใจและใช้ให้เป็น มันจะช่วย “เรียกโชค” หรือพูดให้ตรงกว่านั้น คือ เพิ่มโอกาสดีๆ ให้ชีวิตเราได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น

  • Manifestation
    การจินตนาการถึงเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อดันให้ตัวเองขยันและมุ่งไปในทิศทางนั้น แทนที่จะนั่งหวังลอยๆ

  • Hindsight bias
    การโทษตัวเองแรงเกินเหตุเมื่อมองย้อนอดีตกลับไป หนังสือชวนให้เห็นกลไกนี้ แล้วใช้มันแบบสร้างสรรค์ แทนที่จะจมกับความรู้สึกผิด

  • Inner voice
    เสียงในหัวที่ชอบบ่น ชอบด่า ชอบบั่นทอนตัวเอง หนังสือชวนฝึกเปลี่ยนให้เป็นเสียงที่ช่วยเราแทน เพิ่มเสียงบวกในหัวให้มากขึ้นอย่างมีสติ

  • The strength of weak ties
    พลังของความสัมพันธ์แบบหลวมๆ เช่น เพื่อนของรุ่นพี่ คนที่เคยเจอแค่ครั้งเดียวแต่กลายมาเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ในชีวิต จุดนี้ทำให้เห็นว่าบางที “โชค” ก็มาจากคนที่เราไม่เคยคิดว่าจะเกี่ยวข้อง

  • Flow state
    ภาวะลื่นไหลที่สมองโฟกัสได้เต็มที่ ทำงานได้ดีจนลืมเวลา ถ้าเราจัดสภาพแวดล้อมและจังหวะชีวิตให้เข้ากับ flow ของตัวเองได้ ก็เท่ากับเพิ่มคุณภาพของทุกโอกาสที่เข้ามา

  • Willpower
    ไม่ใช่การฝืนใจตลอดเวลา แต่คือการสร้างรูทีนและระบบชีวิตเล็กๆ ที่ช่วยให้เราใช้พลังใจอย่างฉลาด ไม่หมดไฟง่ายๆ

  • ทำให้คนชอบเราด้วยหลักสมอง
    โดยเฉพาะการกระตุ้นสมองส่วน medial prefrontal cortex (mPFC) ของอีกฝ่ายให้รู้สึกดีกับเรา ซึ่งสัมพันธ์กับการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับประสบการณ์ของคนตรงหน้า

  • พักสมองตามนาฬิกาชีวิต
    ทั้งตามจังหวะ circadian rhythm (กลางวัน–กลางคืน) และ ultradian rhythm (รอบสั้นๆ ระหว่างวัน) เพื่อใช้สมองให้คุ้ม ไม่ฝืนจนอืดและพัง

อ่านจากชื่อทฤษฎีอาจดูยาก แต่ในเล่มเขียนแบบภาษาคนธรรมดา มีตัวอย่างและเรื่องเล่าให้เห็นภาพชัด ไม่ได้โยนศัพท์แพทย์ใส่คนอ่านแล้วจบ

ตัวอย่างความตั้งใจ: จากห้องตรวจถึงตู้พบแพทย์ออนไลน์

ในหนังสือมีการเล่าถึงตัวตนของคนเขียนที่ไม่หยุดอยู่แค่ตรวจคนไข้ในโรงพยาบาล แต่สนใจเทคโนโลยีและการแพทย์แนวใหม่ๆ เช่น ตู้นัดพบแพทย์ออนไลน์ ในต่างประเทศ

ถึงขั้นเมื่อมีโอกาสไปดูงานด้าน healthtech ที่จีน ก็ยอมเดินงมกันในมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ เพื่อตามหาตู้นี้ให้เจอ ทั้งๆ ที่หลงทาง เดินจนเหนื่อย ถามยามก็ไม่มีใครรู้จัก

เหตุการณ์เล็กๆ แบบนี้สะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งคือ คนที่จริงจังกับการเรียนรู้และทดลองของใหม่ ย่อมสร้าง Luck Surface Area ให้ตัวเองเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว

จากทฤษฎีสู่การลงมือทำ: หนังสือสาย how-to ที่ไม่ลอย

โครงสร้างของเล่มนี้อาจคล้ายหนังสือ how-to ที่บอกว่า “ปรับ mindset ชีวิตจะดีขึ้น” แต่จุดที่ทำให้แตกต่างคือ

  • อ้างอิง หลักการทำงานของสมอง เป็นพื้นฐาน ไม่ได้พูดลอยๆ

  • เสริมด้วย ประสบการณ์จริง ของคนเขียน ทั้งสำเร็จและผิดพลาด

  • สรุปเป็น action เล็กๆ ที่ลงมือทำตามได้จริง ไม่ต้องเป็นสายไลฟ์โค้ชก็ทำได้

อ่านแล้วเลยไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกสั่งสอน แต่มากกว่าเป็นการชวนลองปรับความคิดและพฤติกรรมทีละนิด ด้วยเครื่องมือที่สมองของเรามีอยู่แล้ว

เหมาะกับใคร และควรอ่านตอนไหน

หนังสือไม่หนา อ่านง่ายมาก ใช้เวลาไม่นานก็จบ ถ้าแบ่งอ่านก่อนนอนวันละนิด ประมาณสองคืนก็ไปถึงหน้าสุดท้ายได้สบายๆ

กลุ่มที่เหมาะมากเป็นพิเศษคือ

  • นักศึกษามหาวิทยาลัย

  • คนเพิ่งเริ่มทำงาน

  • หรือใครก็ตามที่กำลังอยากวางรากฐานนิสัยดีๆ ให้ชีวิตในระยะยาว

เพราะเล่มนี้ไม่ได้ให้แค่ “แรงบันดาลใจชั่วคราว” แต่ให้มุมมองว่า ถ้าเราเข้าใจสมองตัวเองมากขึ้นหน่อย เราจะจัดการทั้งอารมณ์ ความคิด โอกาส และ “โชค” ได้ดีขึ้นกว่าที่คิด

สรุป: โชคไม่ใช่ของฟ้ากำหนดอย่างเดียว เราก็ออกแบบได้

ถ้าให้สรุปสั้นๆ หนังสือเล่มนี้กำลังจะบอกเราว่า

โชคไม่ได้หายากอย่างที่คิด แต่เราต้องเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้มันก่อน

การฝึกสมองให้คิดเป็น ทำเป็น มองโอกาสเป็น และรู้จักพักอย่างถูกจังหวะ คือการค่อยๆ ขยายพื้นที่รับโชคของเราเองให้ใหญ่ขึ้นทุกวัน

ใครกำลังมองหาหนังสืออ่านง่าย แต่มีทั้งวิทยาศาสตร์และมุมมองชีวิตแบบพอดีๆ เล่มนี้ถือว่าน่าเก็บเข้าชั้นมากทีเดียว