ระยอง: เพชรเม็ดงามแห่งอีอีซีที่มากกว่าฐานอุตสาหกรรม
จังหวัดระยองไม่ได้มีดีแค่เป็นศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ชายหาดทอดยาว น้ำทะเล และทรัพยากรทางธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสด ในราคาจับต้องได้
อีกมุมที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้ คือระยองเป็นเมืองที่ซ่อนเสน่ห์ของ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่า เอาไว้แบบจัดเต็ม ใครได้เดินเข้าชุมชนก็จะสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิด
ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ระยองถูกปั้นให้กลายเป็น “High Value-Added MICE Destination” ระดับโลก โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เข้ามารับบทแม่งาน เดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจัง
วิสัยทัศน์ TCEB: จาก Value for Money สู่ High Value-Added
ภายใต้นโยบายผลักดันโครงการอีอีซีให้เป็นศูนย์กลางการผลิต การลงทุน และโลจิสติกส์ของภูมิภาค อุตสาหกรรมไมซ์ ถูกวางเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อีอีซี
TCEB จึงขยายบทบาทจากการผลักดันเมืองไมซ์เดิม สู่การปั้น “EEC MICETROPOLIS – อีอีซี มหานครแห่งไมซ์” จากชลบุรี–พัทยา ลุกลามมาถึงจังหวัดระยอง พร้อมยกระดับประเทศไทยจากภาพจำเดิมแบบ Value for Money ไปสู่การเป็น High Value-Added MICE Destination ที่เน้นคุณค่า ประสบการณ์ และการใช้จ่ายที่มีคุณภาพมากขึ้น
TCEB ทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การดันงานประชุม งานอีเวนต์ งานแสดงสินค้า ไปจนถึงเมกะอีเวนต์และเทศกาล ควบคู่ไปกับการอัพเกรดความพร้อมของพื้นที่ ทั้ง
บุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์
ผู้ประกอบการท้องถิ่น
โครงสร้างพื้นฐานรองรับการเดินทางและจัดงาน
เป้าหมายคือทำให้อีอีซีไม่ใช่แค่ฐานการผลิต แต่กลายเป็นจุดหมายด้านกิจกรรมธุรกิจนานาชาติ ที่สร้างมูลค่าเศรษฐกิจและกระจายรายได้คืนสู่ชุมชนได้จริง
โครงสร้างพื้นฐาน + MICE Strategy: เกมยกระดับอีอีซี
ในฝั่งการพัฒนาพื้นที่ อีอีซีและ TCEB ใช้แนวคิด Destination Development วางโครงสร้างพื้นฐานให้ครบทุกมิติ ทั้งรถ ราง เรือ เครื่องบิน เชื่อม 3 จังหวัดหลักคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้เดินทางสะดวกและรวดเร็ว
จุดนี้ตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มไมซ์อย่างมาก เพราะเป็นกลุ่มคุณภาพสูง แต่มีเวลาเที่ยวน้อย การเข้าถึงพื้นที่ได้ไว เชื่อมเมืองได้ง่าย จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อีอีซีโดดเด่นในสายตาตลาดไมซ์ระดับนานาชาติ
อีกด้านหนึ่งคือการพัฒนา Industry Development โดยอีอีซีจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายไว้ 5 กลุ่ม ได้แก่
อุตสาหกรรมดิจิทัล
ยานยนต์แห่งอนาคต
BCG
Wellness
การท่องเที่ยวมูลค่าสูง
เมื่อมองศักยภาพจังหวัดระยองแล้ว จะเห็นว่ามีจุดแข็งที่เชื่อมกับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ได้ครบถ้วน ผ่านกลไกของ Meeting, Incentive และงานแสดงสินค้า ที่สามารถออกแบบให้ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างลึกและหลากหลาย
นอกจากนี้ การลงทุนในอีอีซีไม่ได้มองแค่ตัวเลขเม็ดเงิน แต่มุ่งเชื่อมโอกาสให้คนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจ ขณะที่ TCEB ก็ต้องการให้ ชุมชน ใช้เวทีไมซ์ในการเล่าเรื่องอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างการรับรู้ไปสู่ระดับโลก
ความร่วมมือระหว่าง TCEB และอีอีซีดำเนินต่อเนื่องมากว่า 3 ปี โดยใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ ตั้งแต่เวทีแสดงสินค้า เพื่อเล่าให้คนเห็นภาพพัฒนาการของอีอีซี ไปจนถึงเวที Conference เพื่อเก็บ Data base และโจทย์ที่ผู้คนสนใจ ก่อนจะต่อยอดมาสู่งาน EEC Expo ที่ใช้เครื่องมือไมซ์แบบครบทุกองค์ประกอบ
EEC MICE FAM Trip 2025: เปิด 5 มิติ MAXIMICE ระยอง
เพื่อโชว์ศักยภาพของระยองในฐานะว่าที่ High Value-Added MICE Destination ของอีอีซี TCEB จัดทริป EEC MICE FAM Trip 2025 ภายใต้คอนเซปต์ MAXIMICE THE FUTURE ดึงผู้เกี่ยวข้องในแวดวงไมซ์มาสัมผัสประสบการณ์จริงผ่าน 5 มิติสำคัญ คือ
ความพร้อมของพื้นที่
มิติชุมชน
เรื่องอาหาร
ความยั่งยืน
Wellness และการดูแลสุขภาวะ
แต่ละมิติถูกออกแบบให้เล่าเรื่องระยองในมุมใหม่ที่ลึกกว่าการเป็น “เมืองโรงงาน” แบบที่หลายคนเคยรับรู้
MAXIMICE OPPORTUNITIES: เวทีลงทุนและเจรจาธุรกิจใน EEC Expo 2025
การจัด EEC Expo ระหว่างวันที่ 25–26 สิงหาคม คือเวทีหลักที่ใช้สื่อสารศักยภาพของอีอีซีต่อผู้เข้าร่วมทั้งไทยและต่างประเทศ
ภายในงานมีทั้ง
การนำเสนอความก้าวหน้าของเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐาน
การโชว์เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง
มาตรการสนับสนุนการลงทุนแบบครบห่วงโซ่
ทั้งหมดถูกเล่าในรูปแบบนิทรรศการทันสมัย ผสมผสานกับเวทีสัมมนาระดับนานาชาติ ที่โฟกัสทั้งอุตสาหกรรมเป้าหมายและบริการแห่งอนาคต ให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นโอกาสเชื่อมโยงทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
MAXIMICE COMMUNITIES: ชันโรงบ้านทับมา เมื่อ Superfood เจอไมซ์
หนึ่งในไฮไลต์ของทริปคือการพาไปเยี่ยม วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง บ้านทับมา ซึ่งถูกวางบทบาทให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และ Sustainability ของระยอง
ผลิตภัณฑ์จากชันโรงของที่นี่ถูกยกระดับเป็น Superfood สามารถพัฒนาเป็นสินค้าเกรดสูง สร้างรายได้ให้ชุมชนแบบยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแสระยะสั้น
ล่าสุด ชุมชนยังได้ส่งเมนูของว่างเป็นเค้กที่ผสมน้ำผึ้งชันโรงและวัตถุดิบท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ “เกสรซ่อนกาย” เมนูนี้โดดเด่นจนคว้า 1 ใน 4 รางวัล Best Award จากโครงการ MICE Coffee Break กลายเป็นตัวอย่างของการต่อยอดวัตถุดิบประจำถิ่นสู่เมนูสำหรับงานไมซ์ได้อย่างสร้างสรรค์
ประธานวิสาหกิจชุมชนเล่าว่า ตั้งแต่ TCEB พากลุ่มนักเดินทางไมซ์เข้ามาศึกษาดูงาน ชุมชนก็ออกแบบโปรแกรมรองรับอย่างจริงจัง แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก
โปรแกรมที่ 1: บรรยายเรื่องการเลี้ยงชันโรง ประโยชน์ และการแปรรูป
ค่าบำรุงสถานที่ 600 บาท
ค่าวิทยากร 1,200 บาท/คน
ใช้เวลา 30 นาที–2 ชั่วโมง
รับผู้เข้าอบรมไม่เกิน 50 คน
โปรแกรมที่ 2: บรรยายเรื่องการเลี้ยงชันโรง + เวิร์กช็อปทำยาหม่อง สบู่เหลว หรือไข่เค็ม
ค่าบำรุงสถานที่ 600 บาท
ค่ากิจกรรมเวิร์กช็อป 199 บาท/คน
ใช้เวลา 1–1.30 ชั่วโมง
รายได้จากการจัดโปรแกรมถูกหมุนเข้ากองทุนชุมชน สมาชิกได้ปันผล ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการช่วยงานวิสาหกิจ ผู้มาเยือนกลุ่มไมซ์ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพก็มักอุดหนุนสินค้า บอกต่อ และกลับมาซื้อซ้ำ เกิดวงจรเศรษฐกิจชุมชนแบบยั่งยืน
MAXIMICE EXPERIENCES: Taste of Rayong แบบ Fine Dining
มิติอาหารเป็นอีกจุดขายที่ทำให้ระยองมีเสน่ห์ในสายตากลุ่มไมซ์ นักเดินทางที่มาร่วมทริปได้ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นที่ถูกยกระดับเป็น Luxury Culinary Experiences โดยเชฟลูกหลานชาวระยอง เสิร์ฟในสไตล์ Fine Dining ณ “หลานเอก คอฟฟี่เฮ้าส์” คาเฟ่ในอาคารสไตล์อาคาชิโน–โปรตุกีสอายุกว่าร้อยปี (สร้างเมื่อ พ.ศ. 2456) ที่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ และชั้นบนถูกปรับให้เป็นพื้นที่นิทรรศการหมุนเวียน รองรับกิจกรรมไมซ์ในย่านเมืองเก่าได้อย่างลงตัว
สมภพ ภู่ธนะพิบูล หรือเชฟไมค์ จากร้านอาหารไทยรสดั้งเดิม “ฉันลมิตร” เล่าถึงเมนูไฮไลต์ที่นำเสนอว่าเขาอยากให้แขกได้ชิมรสชาติที่คนระยองคุ้นเคยมานาน แต่ถูกตีความใหม่ให้สวยขึ้น สนุกขึ้น และหรูขึ้นบนโต๊ะดินเนอร์
หนึ่งในจานพระเอกคือ “แกงเผ็ดระยอง” เมนูบ้านๆ จากร้านข้าวแกงที่ถูกยกระดับขึ้นมา จุดเด่นอยู่ที่เครื่องแกงสไตล์ระยองซึ่งใช้ดอกผักชีไร่ตากแห้งมาซอยตำ ผสมสมุนไพรโทนตะวันออกอย่างไพลและกระวาน ให้กลิ่นคล้ายพริกแกงแสนตุ้ง แล้วเติม แขนงสับปะรด ที่มีลักษณะคล้ายหน่อไม้แต่มีความขมฝาด ต้องคลุกเกลือก่อนนำไปแกง เมื่อเข้ากับแกงป่าแล้วรสฝาดจะถูกบาลานซ์ลง จากนั้นใช้คอหมูย่างลงหม้อ เติมพริกตุ้มและมะเขือพวงให้รสชาติซับซ้อนขึ้น
อีกจานคือ “กระทงทอง” ใช้เนื้อปูม้าสดจากกลุ่มประมงเรือเล็กปากน้ำระยอง คลุกกับสมุนไพรและน้ำยำหอมผิวส้มซ่า ปิดท้ายมื้อด้วยของหวาน “น้อยหน่าน้ำกะทิ” ที่ใช้น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง ซึ่งจะมีเฉพาะในช่วงหน้าฝนเท่านั้น
ทุกเมนูถูกออกแบบบนแนวคิดเดียวกันคือ เล่ารสชาติที่คนระยองกินกันจริงๆ แต่อัพเลเวลทั้งเรื่องงานจัดจานและมิติของรสชาติ ขณะเดียวกันก็ยืนพื้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นพืช ผัก สมุนไพร หรืออาหารทะเล ให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด
MAXIMICE THE VALUE: Miracle of Natural @ PTT LNG
อีกหนึ่งจุดเช็คอินแปลกใหม่ของทริปนี้คือ สวนดอกไม้เมืองหนาว @ อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา PTT LNG ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
อาคารแห่งนี้ออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยดึง ความเย็นเหลือทิ้งจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะ LNG มาใช้ในระบบปรับอากาศและห้องจัดแสดงพันธุ์ไม้ จนสามารถปลูกดอกไม้เมืองหนาวอย่างทิวลิปและไฮเดรนเยียหลากสีได้ในอุณหภูมิราว 12–13 องศาเซลเซียส
ที่นี่จึงเป็นตัวอย่างชัดๆ ของโมเดล BCG Economy ในแบบจับต้องได้ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่พร้อมต้อนรับกลุ่มไมซ์ได้อย่างโดดเด่น
MAXIMICE EXPERIENCES OF WELLNESS: รีเซ็ตกายใจด้วย Sound Bath
ปิดท้ายทริประยองด้วยมิติ Wellness ที่ออกแบบมาสำหรับนักเดินทางไมซ์ยุคใหม่โดยเฉพาะ ที่ ONYX HOLISTIC WELLNESS @ Hotel Fuse ระยอง ซึ่งเป็น Holistic Wellness Hotel แห่งแรกของจังหวัด
กิจกรรมหลักคือ Sound Therapy (คลื่นเสียงบำบัด) ผ่านการใช้ขันทิเบต (Singing Bowl Therapy) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและศาสตร์การบำบัดแบบองค์รวม เสียงสั่นสะเทือนจากขันจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายในระดับลึก ปรับสมดุล คลายความเครียด และคืนความรู้สึกโปร่งเบาให้กับผู้เข้าร่วม
ประสบการณ์แบบนี้ไม่เพียงตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยโดดเด่นขึ้นในฐานะ จุดหมายปลายทางไมซ์ที่ใส่ใจสุขภาวะของผู้เข้าร่วมงาน อย่างแท้จริง
ระยอง: จากเมืองโรงงานสู่เมืองประสบการณ์
เมื่อมองภาพรวมทั้ง 5 มิติของ MAXIMICE THE FUTURE จะเห็นว่าระยองไม่ได้ถูกขายแค่ในฐานะเมืองอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่ถูกเล่าใหม่เป็น เมืองประสบการณ์ ที่ผสมผสาน
พื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ
ชุมชนเข้มแข็งและภูมิปัญญาท้องถิ่น
อาหารพื้นถิ่นที่ยกระดับได้
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทาง BCG
และ Wellness สำหรับรีเซ็ตร่างกายและจิตใจ
ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไม TCEB ถึงมั่นใจว่า ระยองพร้อมก้าวขึ้นเป็น High Value-Added MICE Destination แห่งอีอีซี ที่ทั้งแปลกใหม่ มีสตอรี่ และพร้อมให้โลกเข้ามาสัมผัสได้แล้ววันนี้

