AI เปลี่ยนงานสถาปนิกจากหนักสมองเป็นงานฉลาด
ยุคที่สถาปนิกต้องเรนเดอร์กันข้ามคืน ใส่ดีเทลทีละเส้นกำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะ AI เข้ามาช่วยตั้งแต่ขั้นคิดงาน ไปจนถึงบริหารข้อมูลระดับ BIM ในแบบที่ทั้งเร็ว แม่น และเปิดไอเดียใหม่ๆ ได้มหาศาล
วันนี้มาลองดูว่าในแต่ละช่วงของงานออกแบบสถาปัตยกรรม มี AI ตัวไหนที่น่าสนใจ และคุณจะเอามันไปต่อยอดงานให้ฉลาดขึ้นได้อย่างไร
1. ช่วงคิดไอเดีย (Concept Design): จากข้อความสู่ภาพ Mood & Tone
Midjourney: พิมพ์คำก็ได้ภาพคอนเซ็ปต์สวยพร้อมพรีเซนต์
Midjourney คือ AI สาย Text-to-Image ที่หลายคนใช้ปั่นภาพคอนเซ็ปต์กันอยู่แล้ว แต่สำหรับสายสถาปัตย์ จุดเด่นคือมันช่วยคุณ สเก็ตช์ความคิดในหัวออกมาเป็นภาพระดับงานพรีเซนต์ได้ในไม่กี่นาที
สร้างภาพคอนเซ็ปต์อาคาร พื้นที่ภายใน และบรรยากาศรอบๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ปรับสไตล์ วัสดุ องค์ประกอบ ผ่านการเขียน Prompt แบบละเอียด
ใช้สำรวจทิศทางดีไซน์หลายแบบในเวลาสั้นมาก
เหมาะกับการทำ Moodboard หรือ Concept Art ให้ทีม/ลูกค้าเห็นภาพตรงกัน
ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานเรนเดอร์ 3D หรือวาดภาพขั้นสูงก็ใช้งานได้
Stable Diffusion: สายคัสตอม ยืดหยุ่นสูง ทำงานออฟไลน์ได้
Stable Diffusion เหมาะกับคนที่อยาก คุมดีเทลลึกและติดตั้งใช้ในเครื่องตัวเอง เน้นยืดหยุ่น ปรับแต่งได้แทบทุกส่วนของกระบวนการสร้างภาพ
สร้างภาพคอนเซ็ปต์สถาปัตย์ที่คุมทิศทางและสไตล์ได้แม่น
ปรับโมเดล AI และพารามิเตอร์ได้ละเอียด ให้ภาพตรงโจทย์มากขึ้น
เรนเดอร์ภาพความละเอียดสูงโดยไม่ติดข้อจำกัดเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์
ทำงานแบบออฟไลน์ ลดความกังวลเรื่องข้อมูลโครงการลับ
รองรับฟีเจอร์อย่าง Inpainting และ ControlNet สำหรับแก้เฉพาะจุด
LookX AI: เปลี่ยนสเก็ตช์ดิบให้กลายเป็นเรนเดอร์ระดับนำเสนอ
LookX AI โดดเด่นตรงที่ เอาสเก็ตช์หรือโมเดล 3D ที่มีอยู่แล้วมาอัปเลเวลเป็นเรนเดอร์สวยจบได้เร็วมาก เหมาะกับคนที่อยากข้ามขั้นตอนเรนเดอร์แบบเดิมๆ
แปลงสเก็ตช์หรือโมเดล 3D ให้เป็นภาพเรนเดอร์สมจริงได้ทันที
ปรับวัสดุ แสง เงา และมุมกล้องให้ตรงกับคอนเซ็ปต์โครงการ
ช่วยลดเวลาทำภาพพรีเซนต์จากหลักวันเหลือแค่หลักชั่วโมง
ใช้เป็นเครื่องมือหาแรงบันดาลใจหรือทดสอบสไตล์หลายแบบ
เหมาะสำหรับการพรีเซนต์ในช่วงต้นๆ ของโปรเจกต์
2. แก้ภาพ & เรนเดอร์ (Image Editing / Rendering)
Adobe Firefly AI: สาย Adobe ต้องมีติดเครื่อง
ถ้าคุณใช้ Photoshop, Illustrator อยู่แล้ว Firefly คือ ตัวเสริม AI ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นแบบโหดๆ
สร้างภาพคอนเซ็ปต์จากข้อความสำหรับงานสถาปัตย์/ก่อสร้างได้ทันใจ
ใช้ Generative Fill เติมหรือแก้องค์ประกอบภาพแบบสมจริง
ออกแบบ Texture และสไตล์ภาพสำหรับงานพรีเซนต์ได้ไวขึ้น
เชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ Adobe แบบไร้รอยต่อ
ลดเวลาสร้างภาพประกอบและเพิ่มเวลาให้กับงานคิดดีไซน์จริงๆ
PromeAI: เรนเดอร์อัตโนมัติ สลับสไตล์ได้ในไม่กี่คลิก
PromeAI เหมาะกับงานที่ต้อง เรนเดอร์หลายสไตล์เพื่อเปรียบเทียบหรือเสนอทางเลือกให้ลูกค้า
สร้างภาพคอนเซ็ปต์สถาปัตย์ได้ภายในไม่กี่วินาที
เปลี่ยนสไตล์ภาพ (Style Transfer) เพื่อสำรวจดีไซน์หลายแนว
ปรับวัสดุ แสง และองค์ประกอบให้ภาพดูสมจริงยิ่งขึ้น
ลดเวลาการเรนเดอร์แบบ 3D ดั้งเดิมที่กินเวลาและสเปกเครื่อง
ดีมากสำหรับเฟสต้นน้ำก่อนลงดีเทลแบบจริงจัง
3. ออกแบบที่อยู่อาศัย (Residential Design)
Maket.ai: จากข้อมูลโครงการสู่โมเดล 3D พร้อมใช้งาน
Maket.ai โฟกัสที่ งานโมเดลสถาปัตย์ & ภูมิทัศน์ แบบเน้นความเร็วและความสมจริงสำหรับงานก่อสร้างจริง
สร้างโมเดล 3D และภาพแนวคิดจากข้อความหรือข้อมูลโครงการได้รวดเร็ว
ลดเวลาขั้นตอนขึ้นโมเดลและปรับแก้ในงานก่อสร้าง
ปรับวัสดุ แสง และองค์ประกอบเพื่อคุณภาพภาพระดับสูง
เหมาะกับการสร้างภาพจำลองภูมิทัศน์และพื้นที่ใช้สอยในโครงการ
ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ออกแบบและเครื่องมือพรีเซนต์อื่นได้ง่าย
Architectures AI: ปั้นภาพ + โมเดล 3D จากคำสั่งข้อความ
เครื่องมือนี้เน้นช่วย แปลงข้อมูลและคำอธิบายให้กลายเป็นโมเดลและเรนเดอร์สถาปัตย์ที่พร้อมใช้งาน
สร้างภาพและโมเดล 3D จากข้อความหรือข้อมูลอินพุตได้รวดเร็ว
ปรับแสง วัสดุ และองค์ประกอบภาพให้ตรงกับโจทย์โครงการ
เหมาะสำหรับภาพเรนเดอร์ใช้พรีเซนต์ลูกค้าหรือทีมงาน
ลดเวลาทำแบบและเพิ่มเวลาคิดเชิงกลยุทธ์ของโครงการ
เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ออกแบบอื่นเพื่อนำโมเดลไปต่อยอดได้
Finch3D: AI ช่วยเล่นมวลอาคารให้เร็วและแม่น
Finch3D เด่นในเรื่อง การสร้างและปรับโมเดล 3D แบบเร็วๆ พร้อมลองหลายเวอร์ชันของแบบได้อย่างคล่องตัว
สร้างมวลอาคารและภาพแนวคิดจากข้อมูลหรือข้อความ
ปรับดีเทลของโมเดล เช่น แสง วัสดุ องค์ประกอบภาพ ได้สะดวก
ลดเวลาเตรียมแบบเพื่อพรีเซนต์ลูกค้าหรือทีม
รองรับโครงการที่ซับซ้อนทั้งด้านรูปทรงและฟังก์ชันใช้สอย
เหมาะกับงานออกแบบสถาปัตย์ & ภูมิทัศน์ที่ต้องการความละเอียดสูง
4. การจัดการข้อมูลอาคาร (BIM & ข้อมูลโครงการ)
Xkool: จากข้อความสู่โมเดล 3D ที่พร้อมใช้คุยงาน
Xkool ถูกออกแบบมาให้ ช่วยสถาปนิกและวิศวกรสร้างโมเดลและภาพแนวคิดได้เร็ว โดยมีฐานเป็นข้อมูลจริงของโครงการ
สร้างโมเดล 3D และภาพคอนเซ็ปต์จากคำสั่งข้อความ
ปรับแสง วัสดุ และมุมมองให้เหมาะกับการสื่อสารดีไซน์
ลดเวลาพัฒนาโมเดลสำหรับใช้พรีเซนต์
เหมาะสำหรับการลองไอเดียหลายแบบในช่วงแรกของโครงการ
ช่วยทำงานร่วมกับทีมได้เร็วขึ้นด้วยข้อมูลที่เห็นภาพตรงกัน
Arkdesign: BIM + Visualization ในเครื่องมือเดียว
Arkdesign เน้นการสร้างโมเดล 3D ที่ ทั้งสวยและพร้อมใช้ในกระบวนการดีไซน์จริง
สร้างโมเดลและภาพแนวคิดจากข้อมูลที่มีได้เร็วขึ้นมาก
ปรับแสง วัสดุ และองค์ประกอบของโมเดลได้ยืดหยุ่น
ช่วยให้การพัฒนาและพรีเซนต์งานสถาปัตย์เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เหมาะกับโปรเจกต์ที่ต้องการดีเทลสูง ทั้งงานอาคารและก่อสร้าง
รองรับการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ออกแบบอื่นแบบลื่นไหล
Autodesk Forma: เมื่อ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์เมืองและอาคาร
Autodesk Forma เป็นแพลตฟอร์มที่เอา AI + ข้อมูลวิเคราะห์จริง มาช่วยเร่งการตัดสินใจด้านดีไซน์ตั้งแต่ระดับ Site จนถึงตัวอาคาร
ใช้ AI ช่วยเร่งขั้นตอนการออกแบบและวางผังโครงการ
สร้างโมเดล 3D และจำลองสถานการณ์ตามเงื่อนไขและข้อจำกัด
วิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ เช่น การใช้พลังงาน แสงธรรมชาติ การไหลเวียนอากาศ
เสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของทีมผ่านข้อมูลที่เชื่อมต่อกัน
ปรับโมเดลให้ยืดหยุ่นตรงกับ Requirement ของลูกค้าและกฎหมาย
5. การวางผังพื้นที่ (Site & Urban Planning)
TestFit: ทดสอบความเป็นไปได้ของโครงการแบบ Real-time
TestFit เน้นด้าน Feasibility Study สำหรับอาคารพักอาศัยและพาณิชยกรรม ในเวลาอันสั้น
สร้างแปลนเบื้องต้นของที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ตามข้อกำหนดและข้อมูลที่ป้อน
ลดเวลาสำรวจทางเลือกแปลนด้วย AI ที่ช่วยเสนอ Layout ที่เหมาะสม
ประเมินผลกระทบด้านการใช้พื้นที่ ต้นทุน และข้อกำหนดกฎหมายไปพร้อมกัน
จำลองการใช้พื้นที่และวิเคราะห์ความคุ้มค่าแบบรวดเร็ว
เหมาะสำหรับงานร่วมกันระหว่างสถาปนิก วิศวกร และ Developer
Sidewalk Labs: เครื่องมือคิดเมืองในสเกลใหญ่
สำหรับงานออกแบบเมืองและชุมชน Sidewalk Labs ใช้ Big Data + เทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยคิดภาพอนาคตของเมือง
ใช้ Big Data และ IoT เพื่อพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน
ช่วยวางแผนจัดการทรัพยากร เช่น พลังงาน การเดินทาง การขนส่ง
รองรับการออกแบบเมืองที่โฟกัสคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
ช่วยให้ทีมออกแบบ วิศวกร และนักพัฒนาทำงานร่วมกันได้มีทิศทาง
เน้นหลักการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและคุ้มค่าทรัพยากร
Urbanform: วางผังเมืองด้วยข้อมูลจริงเป็นฐาน
Urbanform โดดเด่นเรื่อง การวิเคราะห์พื้นที่เมืองและจำลอง Scenario ต่างๆ เพื่อให้ได้การใช้พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
วางแผนเมืองโดยใช้ข้อมูลจริงช่วยตัดสินใจเรื่องการใช้พื้นที่และทรัพยากร
วิเคราะห์และจำลองผลลัพธ์ด้านพลังงาน การจราจร และคุณภาพชีวิต
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหนุนการออกแบบเมืองให้ตอบโจทย์ทั้งคนอยู่และหลักยั่งยืน
ทำให้ทีมออกแบบและพัฒนาทำงานร่วมกันผ่านข้อมูลชุดเดียวกัน
เหมาะสำหรับโครงการเมืองและพื้นที่สาธารณะที่ต้องวางระบบบริหารพื้นที่อย่างจริงจัง
6. การสร้างโมเดล 3D (3D Modeling) ให้ฉลาดและยืดหยุ่น
Evolvelab: ทดสอบหลายเวอร์ชันดีไซน์ได้ในเวลาไม่นาน
Evolvelab แบบแพลตฟอร์มที่ใช้ AI ช่วย สร้างและปรับโมเดล 3D ตามข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
ใช้ AI ปรับและสร้างโมเดล 3D ของโครงการได้เร็วและแม่น
จำลองการใช้งานพื้นที่และประเมินผลการออกแบบจากข้อมูลจริง
ทดสอบหลายตัวเลือกดีไซน์เพื่อหาเวอร์ชันที่ดีที่สุดในเวลาสั้น
รองรับการทำงานร่วมทีมระหว่างสถาปนิก วิศวกร และ Developer
เหมาะกับโครงการที่ต้องปรับแบบและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง
Sloyd.ai: ปั้นรูปทรงซับซ้อนได้โดยไม่ต้องเป็นเทพโมเดล
Sloyd.ai เหมาะกับคนที่ต้องการ สร้างองค์ประกอบ 3D ซับซ้อนแบบไม่ต้องสร้างตั้งแต่ศูนย์เองทุกชิ้น
สร้างโมเดล 3D ได้รวดเร็วแม้ไม่มีสกิลโมเดลลิงขั้นสูง
ปรับขนาดและรายละเอียดของโมเดลให้เข้ากับแต่ละโปรเจกต์ได้ยืดหยุ่น
ช่วยสร้างรูปทรงซับซ้อนแบบที่เคยใช้เวลานานให้กลายเป็นเรื่องง่าย
เหมาะกับงานที่ต้องการรูปทรงยูนีค หรือ Interior ที่รายละเอียดเยอะ
ลดเวลาขึ้นโมเดล ทำให้มีเวลาไปโฟกัสดีไซน์ภาพรวมมากขึ้น
Grasshopper: พาราเมตริกดีไซน์สำหรับคนไม่อยากเขียนโค้ด
Grasshopper คือเครื่องมือสร้างโมเดลพาราเมตริกใน Rhino ที่ ให้คุณควบคุมรูปทรงซับซ้อนผ่าน Node แทนการเขียนโค้ด
สร้างและปรับโมเดลพาราเมตริกที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม
เปลี่ยนพารามิเตอร์ทีเดียว โมเดลทั้งระบบปรับตามแบบ Real-time
เหมาะกับรูปทรงสถาปัตย์แปลกตา หรืองานที่ต้องสเกล/ปรับรูปทรงบ่อย ๆ
ลดเวลาลองรูปแบบต่างๆ ทำให้การทดลองดีไซน์เร็วขึ้นมาก
ช่วยให้งานออกแบบตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโปรเจกต์ได้อย่างยืดหยุ่น
7. สรุป: AI ไม่ได้มาแย่งงานสถาปนิก แต่มาช่วยปลดล็อกศักยภาพ
จะเห็นว่า AI เข้ามาอยู่ใน ทุกจุดของงานออกแบบสถาปัตยกรรม ตั้งแต่คิดคอนเซ็ปต์ จัดการ BIM วางผังเมือง ไปจนถึงสร้างโมเดลพาราเมตริกขั้นสูง
ถ้าเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกกับงาน คุณจะได้:
กระบวนการทำงานที่เร็วและลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจน
ลดงานซ้ำๆ ที่กินเวลา แต่ไม่สร้างมูลค่าเชิงความคิด
เพิ่มโอกาสทดลองไอเดียใหม่ๆ โดยไม่กลัวเสียเวลา
สำหรับสถาปนิกและนักออกแบบยุคใหม่ การเริ่มใช้ AI ไม่ใช่ทางเลือกหรูหรา แต่มันคือข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ใครเริ่มเรียนรู้และลงมือใช้ก่อน ก็ย่อมมีโอกาสนำหน้าในตลาดมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ถึงเวลาอัปเกรดจากการ “ทำงานหนัก” ไปเป็น “ทำงานฉลาด” ด้วย AI แล้วคุณจะพบว่า ความคิดสร้างสรรค์ของคุณยังไปได้ไกลกว่าที่คิดมากนัก

