รับแอปรับแอป

เที่ยวป่าญี่ปุ่นไม่เสี่ยงชีวิต: คู่มือเอาตัวรอดเมื่อเจอหมี + จังหวัดปลอดหมีที่สายเที่ยวควรรู้

สมพงษ์ รุ่งกิจ02-01

เปิดป่า เปิดใจ: ทำไมเรื่อง “หมีในญี่ปุ่น” ถึงห้ามมองข้าม

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข่าว “หมีบุก” ในญี่ปุ่นโผล่ถี่ขึ้นแบบน่าใจหาย ไม่ได้มาแค่ในป่าลึกบนภูเขาเท่านั้น แต่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ตั้งแต่ลานกางเต็นท์ เส้นทางเดินป่า ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้ชุมชน

สำหรับสายปีนเขา สายแคมป์ สายเที่ยวธรรมชาติ คำถามเดียวผุดขึ้นมาในหัวคือ: ถ้าเดิน ๆ อยู่แล้วเจอหมีต่อหน้า ต้องทำยังไงให้รอด?

ในขณะเดียวกัน คำว่า “จังหวัดปลอดหมี” ก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น กลายเป็นตัวเลือกของคนที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติแบบไม่อยากเสี่ยงมาก

บทความนี้คือ คู่มือป้องกันหมีฉบับสายเที่ยวญี่ปุ่น สรุปทุกอย่างที่ควรรู้ ตั้งแต่พื้นที่ที่มีหมี วิธีเลี่ยงการเผชิญหน้า วิธีใช้สเปรย์ไล่หมี ไปจนถึงการเอาตัวรอดเมื่อต้องยืนจ้องตากับหมีแบบไม่ทันตั้งตัว

หมีทำไมโผล่บ่อยขึ้น? เข้าใจภาพใหญ่ก่อนออกเดินทาง

รายงานการพบหมีและความเสียหายจากหมีในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุไม่ได้มีแค่ “จำนวนหมีมากขึ้น” แต่ที่สำคัญคือ พื้นที่ที่หมีออกหากินขยายวงกว้าง จนเริ่มซ้อนทับกับพื้นที่ที่มนุษย์อยู่อาศัยและท่องเที่ยว

ข้อมูลภาครัฐ: หมีเดินไกลขึ้น กระจายกว้างขึ้น

ตั้งแต่ปี 2024 รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจสำหรับมาตรการป้องกันหมี พร้อมเก็บข้อมูลทั่วประเทศอย่างจริงจัง

จากสถิติในช่วง 15 ปี (ปีงบประมาณ 2003–2018):

  • หมีควาย (Tsukinowaguma)

    • พื้นที่กระจายพันธุ์ขยายเพิ่มประมาณ 1.4 เท่า

  • หมีสีน้ำตาล (Higuma)

    • พื้นที่กระจายพันธุ์ขยายเพิ่มประมาณ 1.3 เท่า

แปลว่า: ต่อให้คุณไม่เข้าป่าลึกสุดขอบประเทศ ก็ยังมีโอกาสเจอหมีได้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างชัดเจน

ทำไมพื้นที่กระจายพันธุ์ของหมีถึงขยาย?

ปัญหานี้ผูกกับโครงสร้างสังคมของญี่ปุ่นโดยตรง ทั้งเรื่องประชากรลดลง สังคมสูงวัย และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

ผลที่ตามมาคือ ระบบนิเวศรอบภูเขาและพื้นที่ชนบทเปลี่ยน จนทำให้หมีเริ่มเข้ามาใกล้พื้นที่ของมนุษย์มากขึ้น

1. หมีไม่ค่อยกลัวคนเหมือนเมื่อก่อน

เมื่อกิจกรรมของมนุษย์ในป่าลดลง ไม่ว่าจะเป็น

  • การทำป่าไม้

  • การล่าสัตว์

  • การทำกินและใช้พื้นที่เชิงเขา

หมีก็ค่อย ๆ “เรียนรู้” ว่าเข้าใกล้พื้นที่มนุษย์ก็ไม่ได้อันตรายอะไร ความระแวดระวังต่อมนุษย์จึง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

2. รอบหมู่บ้านกลายเป็น “บุฟเฟต์” สำหรับหมี

พื้นที่รกร้างเพิ่มขึ้น ผลไม้ที่ถูกทิ้งตามสวนหรือรอบบ้าน เช่น ลูกพลับหรือเกาลัด กลายเป็นอาหารฟรีสำหรับหมี

เมื่อรอบที่อยู่อาศัยของมนุษย์

  • มีอาหารอุดมสมบูรณ์

  • มีมุมให้ซ่อนตัวได้

ก็ไม่แปลกที่หมีจะเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตใกล้ ๆ พวกเราแบบไม่เกรงใจ

4 ทริคพื้นฐาน: ทำยังไงให้ “ไม่ต้องเจอหมีแต่แรก”

หัวใจสำคัญของความปลอดภัยคือ ทำทุกทางเพื่อไม่ต้องเจอหมี

ปกติแล้วหมีไม่อยากยุ่งกับมนุษย์ แต่ถ้าเราเดินพลาด เข้าไปใกล้ หรือประพฤติตัวผิดวิธี ก็มีโอกาสเจอแบบระยะประชิดจนกลายเป็นสถานการณ์อันตรายได้

ข้อ 1: รู้จักหมีในญี่ปุ่นให้ดี ก่อนจะไปเดินในถิ่นเขา

ในญี่ปุ่นมีหมีหลัก ๆ อยู่ 2 ชนิด ซึ่งระดับความเสี่ยงต่างกันอย่างชัดเจน

หมีที่อาศัยในญี่ปุ่นมี 2 ชนิด

  • หมีสีน้ำตาล (Higuma)

    • เป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

    • น้ำหนักประมาณ 200–400 กก.

    • พละกำลังมหาศาล การเผชิญหน้าถือว่า อันตรายมาก

    • พื้นที่อาศัยหลัก: ฮอกไกโด

  • หมีควาย (Tsukinowaguma)

    • น้ำหนักราว 50–100 กก.

    • โดยทั่วไปขี้กลัวกว่าหมีสีน้ำตาล

    • แต่ถ้าเป็นหมีที่คุ้นกับมนุษย์ หรือแม่หมีมีลูกอยู่ใกล้ ๆ ระดับความอันตรายจะพุ่งสูงมาก

    • ปัจจุบันเคสความเสียหายจากหมีควาย เพิ่มขึ้นเร็ว

    • พื้นที่อาศัยหลัก: ฮอนชู และคิวชู

ช่วงเวลาและฤดูกาลที่หมีออกหากินมากเป็นพิเศษ

รู้เวลา = ลดความเสี่ยงไปได้ครึ่ง

  • ฤดูกาลที่หมีเคลื่อนไหวเยอะ

    • ต้นฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.–มิ.ย.)

      • หลังออกจากจำศีล หมีจะหิวมากและขยายพื้นที่หาอาหาร

    • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.)

      • ช่วงเก็บพลังงานก่อนจำศีล ออกหาอาหารหนักเป็นพิเศษ

    • ข่าวเจอหมีมักเยอะในช่วงนี้ เพราะหมีออกเดินกว้างกว่าเดิม

  • ช่วงเวลาของวัน

    • หมีมักหลบสายตาคน

    • เคลื่อนไหวมากในช่วง
      • หลังพระอาทิตย์ขึ้น

      • ก่อนพระอาทิตย์ตก

    • ถ้าเลี่ยงได้ พยายามไม่เข้าไปในป่าหรือเส้นทางเดินเขาในช่วงเวลานี้

ข้อ 2: เช็กข้อมูลหมีล่วงหน้า ก่อนจัดกระเป๋า

การตรวจสอบข้อมูลการพบหมีรอบ ๆ พื้นที่ท่องเที่ยวคือ มาตรการง่ายแต่โคตรสำคัญ

เช็กผ่านเว็บไซต์ของจังหวัด/เทศบาล

เว็บไซต์ทางการของแต่ละจังหวัดและเทศบาลมักมี

  • แผนที่จุดที่เคยพบหมีล่าสุด

  • ข้อมูลแจ้งเตือนและคำเตือนด้านความปลอดภัย

เวลาวางแผนเที่ยว ลองค้นในภาษาญี่ปุ่นด้วยคำว่า:

  • `〇〇(ชื่อจังหวัด)県 クマ 出没情報`

เพื่อดูว่าในช่วงล่าสุดมีการพบหมีหรือประกาศเตือนอะไรบ้าง

อย่ามองข้ามป้ายเตือน ณ จุดเริ่มต้นเส้นทาง

หน้าทางขึ้นเขา ทางเข้าทางเดินป่า หรือพื้นที่ตั้งแคมป์ มักมี

  • ป้ายแจ้งเตือน

  • กระดานประกาศข้อมูลล่าสุด

ข้อมูลตรงนี้ถือเป็น ข้อมูลสดที่สุดในพื้นที่

ถ้าเจอคำว่า:

  • “警報” (คำเตือนระดับสูง/ภาวะฉุกเฉิน)

  • หรือ “注意報” (ประกาศให้ระวัง)

ควร ทบทวนแผนอย่างจริงจัง ว่าจะเปลี่ยนเส้นทาง เลื่อนทริป หรือยกเลิกดีกว่า

ข้อ 3: ทำให้หมีรู้ก่อนว่า “มนุษย์มาแล้วนะ”

สำหรับหมีส่วนใหญ่ การเจอกันแบบไม่ทันตั้งตัวก็ทำให้มันตกใจและเสี่ยงเกิดการโจมตีได้เช่นกัน

หนึ่งในวิธีป้องกันที่ง่ายคือ แจ้งให้หมีรู้ว่าคุณอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่ก่อนจะเดินเข้าใกล้

วิธีทำให้ตัวเอง “มีตัวตน” ในป่า:

  • ใส่ กระดิ่งหมี (クマ鈴) ให้มีเสียงระหว่างเดิน

  • คุยกับเพื่อนระหว่างเดิน อย่าเดินแบบเงียบกริบ

หลักคิดคือ: อย่าเป็นเงียบ ๆ ที่โผล่มาใกล้ตัวหมีแบบไม่ให้สัญญาณล่วงหน้า

ข้อ 4: ระวังจุดที่หมีชอบใช้เป็นที่ซ่อนและแหล่งอาหาร

โอกาสเจอหมีมักเกิดขึ้นเมื่อเราเผลอเข้าไปใกล้ “โซนส่วนตัว” ของหมีโดยไม่รู้ตัว

จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษ:

  • พุ่มไม้หนาทึบ หรือป่าที่มองไม่เห็นพื้นด้านใน

  • บริเวณน้ำตก ลำธาร ที่เสียงน้ำกลบเสียงฝีเท้าหรือเสียงกระดิ่ง

  • รอบ ๆ หมู่บ้านหรือชานเมืองที่มี
    • ต้นลูกพลับ

    • ต้นเกาลัด

    • ผลไม้ที่ถูกปล่อยทิ้งคาต้นหรือตกบนพื้น

บริเวณต้นไม้ที่มีผลไม้ทิ้งไว้แบบนี้คือ บุฟเฟต์ของหมี ควรหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้

อย่าลืมว่า หมีจมูกไวมาก

  • อย่าทิ้งขยะเปียก

  • อย่าปล่อยเศษอาหารไว้บริเวณจุดกางเต็นท์หรือจุดพัก

จัดการกลิ่น = ลดโอกาสเรียกหมีมาหาด้วยตัวเอง

4 ข้อที่ต้องทำ เมื่อเจอหมีแบบไม่ทันตั้งตัว

ถ้าเดินอยู่ดี ๆ แล้วเจอหมีตรงหน้า สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่หมีทันที แต่คือ “ความตื่นตระหนกของเราเอง” โดยเฉพาะการเผลอวิ่งหนี

หลักสำคัญคือ: ตั้งสติ คุมสภาพ และขยับตัวอย่างมีสติ

ข้อ 1: ห้ามวิ่ง ห้ามกระตุ้นหมีเด็ดขาด

สิ่งที่ห้ามทำที่สุดเมื่อเจอหมี:

  • วิ่งหนีสุดแรง

  • ตะโกนเสียงดังใส่หมีเพื่อขู่กลับ

เพราะว่า:

  • หมีตอบสนองต่อสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วได้ดี การวิ่งหนีอาจกระตุ้นให้มันไล่ตาม

  • การตะโกนอาจทำให้หมีที่ตกใจอยู่แล้ว ยิ่งตื่นกลัว และเปลี่ยนเป็นโหมดโจมตีเพื่อป้องกันตัว

สิ่งที่ควรทำคือ:

  • เฝ้าดูท่าทีของหมี

  • ค่อย ๆ ถอยออกอย่างช้า ๆ

  • ไม่หันหลังวิ่ง ไม่ส่งเสียงกรีดร้อง

ข้อ 2: “พูดคุยอย่างสุภาพ” เป็นเทคนิคที่ใช้ได้จริง

แม้จะห้ามตะโกน แต่การ พูดคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล กลับช่วยได้

ถ้าหมีเดินเข้ามาใกล้ อาจเป็นเพราะมันยังไม่รู้ว่าคุณคือมนุษย์

ลองทำแบบนี้:

  • ยกมือทั้งสองขึ้น โบกเบา ๆ

  • พูดคุยด้วยเสียงสุภาพ เรียบ ๆ

เป้าหมายคือ สื่อให้หมีรับรู้ว่า “เราเป็นมนุษย์” ไม่ใช่เหยื่อสัตว์ป่าอื่น

ข้อ 3: ใช้สเปรย์ไล่หมีเมื่อถึงเวลาต้องใช้

ถ้าคุณอยู่ในระยะประชิดจนหนีไม่ได้ และหมีเริ่มมีท่าทีโจมตี สเปรย์ไล่หมีคือ ไอเทมเซฟชีวิต ที่ต้องใช้แบบไม่ลังเล

หลักการใช้:

  • รอจนหมีเข้ามาในระยะประมาณ 3–4 เมตร

  • เล็งไปที่ ตาและจมูกของหมี

  • ฉีดทันทีโดยไม่รีรอ

เพื่อให้ใช้ได้อย่างมั่นใจ:

  • ศึกษาวิธีใช้ให้ดี ก่อน ออกทริป

  • ฝึกจำท่าหยิบและท่าฉีดล่วงหน้า

ปัจจุบันมีหลายพื้นที่ที่ให้ เช่าสเปรย์ไล่หมี สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ถ้าไม่มีของตัวเอง ลองเช็กก่อนออกเดินทาง

ข้อ 4: ทางเลือกสุดท้ายเมื่อหนีไม่ได้: ท่าป้องกันตัว

ถ้าเรื่องเลยเถิดจนไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ ปกป้องอวัยวะสำคัญให้มากที่สุด

ท่าป้องกันตัวที่แนะนำ:

  • นอนคว่ำหน้า

  • ใช้ลำตัวปกป้องใบหน้าและช่องท้อง

  • เอามือประสานกันป้องกันบริเวณท้ายทอย

มันอาจไม่ใช่ท่าที่ทำให้ปลอดภัย 100% แต่คือ ทางเลือกสุดท้าย ที่ช่วยเพิ่มโอกาสรอดในสถานการณ์เลวร้ายสุด

อัปเดตสถานการณ์: พื้นที่เสี่ยงหมีและการเตือนภัยล่าสุด

ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 พื้นที่ที่มีความเสียหายจากหมีมากที่สุดคือ ภูมิภาคโทโฮคุ แต่รายงานการพบหมีในญี่ปุ่นนั้น กระจายไปทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง

แม้แต่ตอนขับรถก็ประมาทไม่ได้ มีเคสอุบัติเหตุรถชนหมีบนถนนต่าง ๆ รวมถึงทางด่วนด้วย รถเสียหายหนัก แม้คนจะรอดปลอดภัยก็ตาม

ไม่ว่าคุณจะไปภูมิภาคไหน แนะนำให้:

  • เช็กเว็บไซต์ของจังหวัดนั้น ๆ ทุกครั้งก่อนเดินทาง

  • ติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการพบหมีและคำเตือนในพื้นที่

จังหวัดที่แทบไม่มีหมี: ตัวเลือกสำหรับสายเที่ยวที่อยากสบายใจ

ในขณะที่ข่าวหมีเพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีคำว่า “จังหวัดปลอดหมี” โผล่ขึ้นมา

จังหวัดปลอดหมี คือพื้นที่ที่:

  • ไม่มีการยืนยันว่ามีหมีสีน้ำตาลหรือหมีควายอาศัยอยู่

  • หรือเคยมี แต่ปัจจุบันถือว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่า “ไม่มีหมี” ได้แก่:

  • ชิบะ (Chiba)

  • คิวชู (Kyushu)

  • โอกินาวะ (Okinawa)

รายละเอียดโดยคร่าว:

  • ชิบะ & โอกินาวะ

    • ไม่มีรายงานยืนยันการอยู่อาศัยของหมี

  • คิวชู

    • ประกาศว่า หมีควายสูญพันธุ์ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2012

ด้วยเหตุนี้ พื้นที่เหล่านี้จึงได้รับความสนใจในฐานะ จุดเที่ยวธรรมชาติที่ความเสี่ยงเจอหมีแทบไม่มี เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบชิลแต่ยังรักบรรยากาศภูเขาและทะเล

รู้เท่าทันหมี แล้วไปปีนเขาญี่ปุ่นอย่างมั่นใจ

จากภาพใหญ่เรื่องการขยายพื้นที่กระจายพันธุ์ของหมี ไปจนถึงวิธีเลี่ยงการเผชิญหน้า และแนวทางปฏิบัติเมื่อเจอหมีแบบไม่คาดคิด ทุกอย่างล้วนมีเป้าหมายเดียวคือ ทำให้คุณเที่ยวญี่ปุ่นกลางธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยที่สุด

สิ่งที่ช่วยให้ทริปสนุกและปลอดภัยขึ้น:

  • เตรียมตัวก่อนเดินทาง

  • เช็กข้อมูลหมีในพื้นที่เป้าหมาย

  • พกอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม

  • จำหลักปฏิบัติเมื่อเจอหมีให้ขึ้นใจ

ถ้ายังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง ก็สามารถเลือกเที่ยวใน “จังหวัดปลอดหมี” อย่างชิบะ คิวชู หรือโอกินาวะ เพื่อให้ใจเบาลงได้เช่นกัน

เตรียมตัวให้พร้อม เคารพธรรมชาติ และใช้ความรู้จากบทความนี้เป็นเกราะป้องกัน แล้วคุณจะสนุกกับการปีนเขาและเที่ยวป่าญี่ปุ่นได้แบบทั้งฟินทั้งปลอดภัยในทริปเดียว