เลือกอาหารแมวให้ถูกจริตเจ้านาย เรื่องใหญ่กว่าที่คิด
สำหรับทาสแมวแล้ว น้องเหมียวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือสมาชิกตัวเล็กที่เราพร้อมทุ่มเทให้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารในชาม ที่ไม่ได้มีแค่คำว่า “อิ่ม” แต่ต้องดีต่อสุขภาพ ขนสวย และอยู่กับเราไปได้อีกนาน ๆ
ในยุคที่มีอาหารแมวให้เลือกนับไม่ถ้วน ทั้งแบบเม็ด แบบเปียก สูตรลูกแมว สูตรแมวอ้วน แมวทำหมัน ไปจนถึงสูตรดูแลโรคเฉพาะทาง คำถามที่วนอยู่ในหัวทาสแมวจึงหนีไม่พ้น “อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี” ที่จะตอบโจทย์เจ้านายของเรามากที่สุด
บทความนี้ขอพาทาสทุกคนไปรู้จัก 5 แบรนด์อาหารแมวยอดนิยมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Lazada และ Shopee พร้อมสรุปทริคเลือกอาหารให้ตรงกับความต้องการของน้องแมวแบบเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง
เช็กลิสต์วิธีเลือกอาหารแมวให้เหมาะกับแต่ละบ้าน
การเลือกอาหารแมวไม่ควรดูแค่ราคา หรือเห็นคนรีวิวเยอะแล้วรีบกดสั่ง แต่ควรมองภาพรวมทั้งเรื่องโภชนาการ สุขภาพ และนิสัยของเจ้านายแต่ละตัวด้วย
1. เลือกตามช่วงวัยของน้องแมว
วัยของแมวส่งผลโดยตรงต่อปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ต้องการ
ลูกแมว (ต่ำกว่า 1 ปี): ต้องการพลังงานสูง โปรตีนและไขมันมากเป็นพิเศษ เพื่อเสริมการเติบโตและพัฒนาการ
แมวโต (1–7 ปี): ควรเน้นอาหารที่มีสารอาหารครบสมดุล โปรตีนเหมาะสม และมีใยอาหารช่วยระบบขับถ่าย
แมวสูงอายุ (7 ปีขึ้นไป): เหมาะกับสูตรที่ช่วยดูแลข้อ กระดูก และควบคุมไขมัน เพื่อไม่ให้ร่างกายทำงานหนักเกินไป
2. เช็กส่วนผสมบนถุงให้ละเอียด
อย่ามองข้ามฉลากโภชนาการ เพราะตรงนี้แหละที่บอกได้ว่าอาหารดีจริงหรือแค่แพ็กเกจสวย
โปรตีนคุณภาพดี: ควรมีเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ ปลา เป็นส่วนประกอบหลัก
ไขมันดี: จำเป็นต่อการบำรุงขน ผิวหนัง และเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ
ใยอาหาร: ช่วยระบบย่อย ลดโอกาสเกิดก้อนขน และช่วยเรื่องการขับถ่าย
หลีกเลี่ยงสารอันตราย: เช่น สีผสมอาหาร สารกันบูดรุนแรง หรือเกลือในปริมาณสูงเกินไป
3. ใส่ใจความต้องการพิเศษของแต่ละตัว
แมวแต่ละบ้านมีเคสไม่เหมือนกัน การเลือกอาหารจึงต้องปรับตามสภาพจริงของน้อง
แมวทำหมัน: มักเคลื่อนไหวน้อยลง ควรเลือกสูตรควบคุมน้ำหนัก หรือลดพลังงาน
แมวมีโรคประจำตัว: เช่น ไต หัวใจ หรือระบบทางเดินปัสสาวะ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหารทุกครั้ง
แมวแพ้ง่าย แพ้อาหารบางชนิด: อาจเหมาะกับสูตร Hypoallergenic หรือสูตรเฉพาะแมวแพ้ง่าย ลดโอกาสเกิดผื่น แพ้ หรืออาเจียน
4. ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของแบรนด์
เลือกแบรนด์ที่มีมาตรฐานการผลิตชัดเจน รีวิวจากผู้เลี้ยงจริงค่อนข้างดี และมีข้อมูลโภชนาการระบุอย่างโปร่งใส แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพวัตถุดิบได้มาก
5. เปลี่ยนอาหารทีละนิด อย่ารีบจนลำไส้ช็อก
เวลาจะเปลี่ยนอาหาร ควรผสมสูตรใหม่กับสูตรเดิม แล้วค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่ทีละหน่อยในช่วงหลายวัน เพื่อให้น้องแมวและระบบย่อยปรับตัวได้ ไม่ท้องเสียหรือเบื่ออาหาร
5 แบรนด์อาหารแมวฮิตบนแพลตฟอร์มออนไลน์
เมื่อพูดถึงการเลือก “อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี” จากโลกออนไลน์ ยอดขายและรีวิวจริงคือหนึ่งในข้อมูลที่ช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น ลองมาดูภาพรวม 5 แบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูง และถูกพูดถึงบ่อยในหมู่ทาสแมว
Royal Canin (รอยัล คานิน)
จุดเด่น ของ Royal Canin คือการออกแบบสูตรอาหารแบบเฉพาะเจาะจงมาก ๆ ทั้งตามช่วงวัย สายพันธุ์ ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงปัญหาสุขภาพเฉพาะด้าน
มีสูตรสำหรับ
แมวทำหมัน
แมวเลี้ยงในบ้าน
แมวขนยาว
แมวสายพันธุ์อย่างเปอร์เซีย
และสูตรดูแลระบบทางเดินปัสสาวะ ฯลฯ
สูตรของแบรนด์นี้มักเน้นส่วนผสมที่ย่อยง่าย ช่วยดูแลปัญหาเฉพาะทาง เหมาะกับบ้านที่อยากโฟกัสสุขภาพด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ
Purina One (เพียวริน่า วัน)
Purina One โฟกัสเรื่องโภชนาการแบบครบถ้วนสมดุล และเน้นคอนเซ็ปต์ “สุขภาพดีที่มองเห็นได้” ทั้งเรื่องภูมิคุ้มกัน ขน ผิวหนัง และระบบขับถ่าย
มีทั้งสูตรสำหรับ
ลูกแมว
แมวโต
แมวเลี้ยงในบ้าน (ช่วยลดก้อนขนและควบคุมน้ำหนัก)
สูตรบำรุงผิวหนังและเส้นขน
ส่วนใหญ่ใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลัก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งโภชนาการและความน่ากินของอาหาร
Whiskas (วิสกัส)
Whiskas ถือเป็นแบรนด์ที่หลายบ้านคุ้นชื่อ หาซื้อง่าย และมีทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียกให้เลือกเยอะมาก
จุดเด่นคือ
รสชาติถูกใจแมวจำนวนมาก
มีสารอาหารครบตามความต้องการในแต่ละช่วงวัย
บางสูตรเน้นช่วยดูแลขน ผิวหนัง หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
เหมาะกับบ้านที่อยากเริ่มต้นจากแบรนด์ที่รู้จักง่าย ราคาเอื้อมถึง และหาซื้อสะดวก
Me-O (มีโอ)
Me-O เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่ทาสแมวไทยมานาน โดดเด่นเรื่อง ราคาคุ้มค่า และมีสูตรให้เลือกหลากหลายมาก
มีตั้งแต่สูตรพื้นฐานสำหรับลูกแมวและแมวโต ไปจนถึงสูตรเฉพาะทาง เช่น
สูตรช่วยป้องกันนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (FLUTD)
สูตรบำรุงขนและผิวหนัง
สูตรแมวเลี้ยงในบ้าน
โดยมากจะมีการเสริมทอรีน และโอเมก้า 3 & 6 ช่วยให้ขนสวยและสายตาดีขึ้น
Nekko (เน็กโกะ)
Nekko ขึ้นชื่อเรื่อง อาหารเปียกคุณภาพดี ใช้ปลาทูน่าแท้เป็นหลัก และเน้นไม่ใช้เนื้อเทียม
จุดเด่นคือ
รสชาติและเนื้อสัมผัสหลากหลาย แบบเยลลี่และน้ำเกรวี่
ถูกใจแมวสายชอบอาหารเปียกเป็นพิเศษ
ส่วนใหญ่ไม่เติมเกลือ ไม่ใส่วัตถุกันเสียและสีสังเคราะห์
เสริมวิตามินอี น้ำมันปลา และทอรีน
เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งอาหารหลัก (ในบางสูตรที่ครบโภชนาการ) หรือใช้เป็นท็อปปิ้งเสริมความน่ากินให้กับอาหารเม็ด
เราเลือก 5 แบรนด์นี้จากอะไร?
การจัดอันดับไม่ได้อิงจากความชอบส่วนตัว แต่ใช้เกณฑ์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ทาสแมวใช้เป็นแนวทางได้จริง
ยอดขายและความนิยม: ดูจากจำนวนการสั่งซื้อบนแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ ยอดขายสูงมักบ่งบอกถึงความไว้วางใจในวงกว้าง
รีวิวจากผู้ใช้จริง: อ่านคอมเมนต์จากทาสที่ลองใช้แล้ว ทั้งข้อดี ข้อเสีย และประสบการณ์ตรงต่าง ๆ เพื่อนำมาสรุปภาพรวม
ความหลากหลายของสูตร: เลือกแบรนด์ที่มีหลายสูตรให้ปรับใช้ได้กับแมวหลายแบบ ทั้งอาหารเม็ด อาหารเปียก และสูตรเฉพาะทาง
สายช้อปห้ามพลาด: 5 อาหารแมวขายดีที่น่าจับตา
ต่อไปนี้คืออาหารแมวตัวท็อปที่กำลังมาแรง ซึ่งหลายบ้านลองแล้วมักมีรีวิวดี ทั้งในแง่ความยอมกินและสภาพร่างกายโดยรวมของน้อง
1) Bite of Wild P42 (Premium Holistic Grain Free)
อาหารแมวเกรดพรีเมียม สูตรโฮลิสติก ไร้ธัญพืช 100%
เหมาะสำหรับ: ลูกแมว แมวโต และแมวตั้งครรภ์ ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
จุดเด่นของ Bite of Wild P42
Grain Free 100%: ไม่มีธัญพืช กลูเตน ข้าวโพด ข้าวสาลี และถั่วเหลือง เหมาะกับแมวที่แพ้หรือย่อยธัญพืชได้ไม่ดี
โซเดียมต่ำ: ช่วยลดภาระต่อไต ใส่ใจสุขภาพระยะยาว
โปรตีนสูงถึง 42%: มาจากเนื้อสัตว์แท้กว่า 92% ช่วยให้กล้ามเนื้อแน่น ร่างกายเฟิร์ม ขนสวยเงา
ผสมฟรีซดราย 3 ชนิด: เนื้อไก่ ปลาแซลมอน ตับและหัวใจไก่ กลิ่นหอมยั่วยวน เหมาะมากสำหรับแมวเลือกกิน
คุณสมบัติพิเศษ
สูตร WholePrey: ออกแบบให้ใกล้เคียงกับอาหารตามธรรมชาติของแมว ให้โภชนาการครบในแบบนักล่าตัวจริง
เสริมพรีไบโอติก: ช่วยดูแลระบบย่อย ดูดซึมง่าย และช่วยลดกลิ่นอุจจาระ
เสริมทอรีน: บำรุงหัวใจและการมองเห็น
ช่วยดูแลขนและผิวหนัง: ลดการหลุดร่วงให้ขนนุ่มแน่นสุขภาพดี
ควบคุมค่า pH ปัสสาวะ: ลดความเสี่ยงต่อโรคนิ่วและปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ
สัดส่วนโภชนาการโดยประมาณ
โปรตีน ≥ 42%
ไขมัน ≥ 16%
ทอรีน ≥ 0.3%
โซเดียมต่ำ
ความชื้น ≤ 10%
ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม นำเข้าจากสิงคโปร์ และออกแบบให้เหมาะกับแมวทุกช่วงวัย
2) Cate Wet Food (KATE) อาหารเปียกแมว 5 สูตร
สายอาหารเปียกต้องถูกใจ เพราะ KATE ทำสูตรมาแบบเข้าใจแมวและเข้าใจทาส เน้นทั้งรสชาติและสารอาหารในเวลาเดียวกัน
สูตรเด่นของ KATE Wet Food
Chicken in Jelly (Kidney) – ดูแลไตโดยเฉพาะ
อาหารเปียกเนื้อไก่ในเยลลี่ (70 กรัม) สูตรสีม่วง วางตำแหน่งมาเพื่อช่วยดูแลสุขภาพไต มีการควบคุมปริมาณฟอสฟอรัส และเสริมวิตามินครบชุด เช่น Vitamin E, A, B1, B2, B6, B12, D3, K3Saba in Soft Jelly (Beta Glucan Immune) – เสริมภูมิคุ้มกัน
ปลาทูน่าหน้าปลาซาบะในเยลลี่ (70 กรัม) สีฟ้า เด่นที่ Beta Glucan และ Vitamin E ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อม Omega-3 จากปลาทูน่า และวิตามินอีกหลายชนิด เพื่อสุขภาพแบบองค์รวมTuna Chicken in Gravy (Pre-Biotics Digest) – ระบบขับถ่ายดี
ปลาทูน่าหน้าเนื้อไก่ในน้ำเกรวี่ (70 กรัม) สีเขียว เน้นเรื่องลำไส้และการย่อยเป็นหลัก ด้วย Prebiotics ที่ช่วยเลี้ยง Probiotics ในลำไส้ ช่วยลดการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกันTuna in Gravy (Overall Health Support) – บำรุงทั่วร่าง
ปลาทูน่าในน้ำเกรวี่ สูตรนี้เน้นความครบถ้วนของวิตามิน เช่น Vitamin A, B1, B2, B6, B12, D3, K3 และ Vitamin E พร้อม Taurine บำรุงสายตา และ Omega-3 ช่วยดูแลร่างกายโดยรวมTuna Roe in Soft Jelly (Shiny Hair Skin & Coat) – ขนเงา ผิวสวย
ปลาทูน่าหน้าไข่ปลาในเยลลี่ เน้นเรื่องผิวหนังและเส้นขนโดยเฉพาะ ด้วย Omega-3 จากปลาทูน่า, Omega-6 จากน้ำมันดอกทานตะวัน และ Vitamin E ช่วยให้ผิวแข็งแรง ขนเงางาม
จะใช้เป็นมื้อหลักสำหรับบางสูตร หรือเป็นท็อปปิ้งเพิ่มความฟินบนอาหารเม็ดก็ได้ เหมาะสำหรับแมวที่ชอบอาหารเปียก และทาสที่อยากสลับเมนูไม่ให้น้องเบื่อ
3) Bite of Wild P42 (รายละเอียดเพิ่มเติม)
สำหรับบ้านที่อยากอัปเกรดอาหารเม็ดให้แมวแบบจัดเต็ม Bite of Wild P42 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
คอนเซ็ปต์หลัก: WholePrey Formula | Grain-Free | เน้นโปรตีนจากเนื้อสัตว์เต็ม ๆ
จุดเด่นคือ
Grain-Free 100%: ตัดธัญพืชออกจากสูตร เหมาะกับแมวที่ไม่ถูกกับกลูเตนหรือธัญพืช
โปรตีนสูงถึง 42% จากส่วนผสมสัตว์รวมกว่า 92%
ผสมฟรีซดราย 3 ชนิด ได้แก่ เนื้อไก่ ปลาแซลมอน และตับ+หัวใจไก่ เพิ่มกลิ่นและรสชาติให้น่ากินมากขึ้น
เหมาะกับแมวทุกช่วงวัยตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป
ควบคุมโซเดียม ดูแลไตและหัวใจ
เสริมทอรีนและพรีไบโอติก ช่วยเรื่องหัวใจ สายตา และระบบย่อยอาหาร
ช่วยดูแลขน ลดการหลุดร่วง ควบคุมค่า pH ปัสสาวะ ลดโอกาสเกิดก้อนขนและนิ่ว
ด้านโภชนาการโดยรวมยังเสริมวิตามินและแร่ธาตุครบ เพื่อให้แมวได้พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน
4) MR VET อาหารแมวคุณภาพสูง ผสมฟรีซดราย
ใครมีแมวเลือกกิน ลองมองมาทาง MR VET เพราะจุดขายคือการใช้ฟรีซดรายเพิ่มความหอมและรสชาติ ให้แมวอยากกินมากขึ้น
จุดเด่นของ MR VET
ผสมฟรีซดราย 3 ชนิด: เนื้อไก่ ตับไก่ และไข่แดง ช่วยเพิ่มความอร่อย กระตุ้นให้แมวกินได้ดีขึ้น เหมาะกับแมวน้ำหนักน้อยหรือเลือกกิน
โปรตีนสูงมากกว่า 30% และเนื้อสัตว์รวมมากกว่า 56% ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและสภาพร่างกายให้แน่นสุขภาพดี
เสริมทอรีน วิตามิน และแร่ธาตุ ครบถ้วน รองรับแมวทุกช่วงวัย
มีโพรไบโอติก ช่วยให้ระบบลำไส้แข็งแรง ย่อยง่าย ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
ทำไมหลายบ้านเลือก MR VET
มีการเพิ่มฟรีซดรายประมาณ 5% ทำให้แมวสนใจอาหารมากขึ้น ลดปัญหาน้องกินน้อยหรือเลือกกิน
พัฒนาสูตรโดยนักโภชนาการสัตว์ สัดส่วนสารอาหารคำนวณตามหลักวิทยาศาสตร์
ผ่านการรับรองมาตรฐานสำคัญ เช่น FDA, ISO 9001 และ ISO 22000 ด้านการจัดการคุณภาพอาหาร
คุณสมบัติเด่นด้านโภชนาการ
เสริม ทอรีน ช่วยดูแลหัวใจ ดวงตา และสุขภาพช่องปาก
มี L-อาร์จินีน และเมทิโอนีน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย และลดการอักเสบ
เสริม วิตามินอีและซีลีเนียม ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดผลเสียจากสารพิษต่าง ๆ
ช่วยลดปัญหาโรคตา ระบบทางเดินหายใจ และดูแลการทำงานของตับ
มีโปรไบโอติกช่วยให้การย่อยและการดูดซึมดีขึ้น
สรุป: สุขภาพดีของแมว เริ่มต้นจากสิ่งที่อยู่ในชาม
การเลือกอาหารแมวอาจดูเหมือนเรื่องยิบย่อย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของสุขภาพระยะยาว ของน้องเหมียว
ไม่ว่าจะเป็นลูกแมวขนปุยจอมซน แมวโตสายเล่นหนัก หรือแมวสูงวัยผู้สุขุม ทุกตัวต่างก็มี “โปรไฟล์จานอาหาร” ที่ไม่เหมือนกันเลย ทาสจึงควร
อ่านฉลากและส่วนผสมให้ละเอียด
พิจารณาวัย สุขภาพ และพฤติกรรมของแมว
ปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อจำเป็น โดยเฉพาะแมวที่มีโรคประจำตัว
สังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลงหลังเปลี่ยนอาหารเสมอ
คุณคือคนที่รู้จักแมวของคุณดีที่สุด
อย่ากลัวที่จะลอง ปรับ และเปลี่ยนสูตร จนกว่าจะเจออาหารที่ใช่ที่สุดสำหรับเจ้านาย เพราะเมื่อชามอาหารถูกใจ สุขภาพดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น ความสุขของแมว ก็จะกลายเป็นความสุขของทาสแบบเต็ม ๆ เช่นกัน

