เมื่อผู้กำกับหนังรักต้องมาพูดถึงรักของตัวเอง
“ต้องเต-ธิติ” ผู้กำกับสายหนังรักที่วัยรุ่นไทบ้านรู้จักกันดี ตัดสินใจเปิดใจเรื่องความรักแบบไม่มีเก็บไว้ พร้อมพูดคำว่า “ขอโทษ” ต่อหน้าสาธารณะ ถึงอดีตแฟนคนสำคัญ
ในรายการออนไลน์ “Talk To U” เขาไม่ได้มาเล่าแค่เส้นทางการทำงาน จากนักแสดงตัวเล็ก ๆ จนกลายมาเป็นผู้กำกับชื่อดัง แต่ยังพาแฟน ๆ เข้าไปนั่งอยู่กลางใจเขา ผ่านเรื่องราวความรักที่จบลงทั้งที่ยังรู้สึกอยู่เต็ม ๆ
ความรักที่เลิกไป แต่ประเด็นไม่เคยจบ
ต้องเตเล่าว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา เขามักหลบเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เวลาโดนสัมภาษณ์ ทั้ง ๆ ที่ ความสัมพันธ์ได้จบลงไปหลายเดือนแล้ว
แต่กระแสมันไม่เคยจบ มีคนยังถามถึงเขาและอดีตแฟนอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะฝั่งผู้หญิง ที่ยังมีคนไปคอยถามว่า “พี่ต้องเตไปไหน?”
เขาเลยคิดว่า ถ้าอีกฝ่ายมีแฟนใหม่แล้ว แต่ยังต้องมาคอยตอบคำถามเรื่องเขา มันคงไม่ยุติธรรมเท่าไร จึงตัดสินใจเปิดใจเล่าเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติคนเคยรัก
ทำงานจนลืมถามใจคนข้าง ๆ
ต้องเตยอมรับแบบตรง ๆ ว่า ตัวเองคือคนที่ “ทำงานหนักมาก และไม่คิดจะหยุด”
เขามองเห็นภาพตัวเองในอนาคตว่า ถ้าแก่ไปกว่านี้ อาจไม่มีไฟเหมือนเดิม เลยอยากทุ่มช่วงเวลานี้ให้การทำงานแบบสุดตัว จนไม่เหลือพื้นที่ให้เรื่องอื่นเท่าไร
เขารู้ดีว่า สิ่งที่ตัวเอง “ไม่มีให้” แฟนเลยคือ เวลา
และในมุมของเขาเอง ก็เริ่มรู้สึกว่า ถ้ายังคบกันต่อไป คนที่ต้องทนกับตารางชีวิตแบบนี้ คงไม่มีความสุขเท่าไร
อกหักที่ปารีส เมืองโรแมนติกแต่ใจหนาว
หลังเลิกกับแฟนได้ไม่นาน ต้องเตต้องบินไปปารีส เพื่อนำหนังไปฉายที่นั่น เมืองที่หลายคนบอกว่าโรแมนติกที่สุดในโลก
เขาเล่าว่า ในวันที่ฝนตกพรำ ๆ ผู้คนเดินกันแน่นเมือง ทั้งที่ตัวเองกำลังอยู่ในช่วงอกหัก แต่สมองของผู้กำกับกลับทำงานเต็มกำลัง
เขายังเผลอคิดไปว่า “ถ้าเอาซีนแบบนี้ใส่ในหนัง หรือในมิวสิกวิดีโอ มันต้องโคตรอิมแพ็ก”
แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่เขาก็ยังแอบหยิบความรู้สึกนั้นมาเปลี่ยนเป็นภาพในหัว เหมือนเอาชีวิตจริงไปต่อยอดงานอยู่ตลอด
ผู้กำกับที่เดาความรู้สึกคนอื่นจนเกินไป
ต้องเตบอกว่า ด้วยความที่ตัวเองเป็นผู้กำกับ เคยกำกับหนังรัก เลยเผลอเอาวิธีคิดแบบในหนังมาใช้กับชีวิตจริง
เขาเดาเอาเองว่า คนรักคง “ไม่มีความสุข” กับความสัมพันธ์แบบนี้ และน่าจะไปเจอคนที่ดีกว่า มีเวลาให้มากกว่า
เขาคิดเองทั้งหมดว่า
ถ้าเลิกกัน แฟนน่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
เขาน่าจะได้เจอคนที่เหมาะสมกว่า
การที่ตัวเองไม่มีเวลาให้ คือเหตุผลใหญ่ที่อีกฝ่ายไม่ควรต้องทน
สุดท้าย เขาเลยเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิก พร้อมบอกเหตุผลทั้งหมดกับอีกคน ทั้งที่ในใจยังรู้สึกชัดเจนว่า “มันยังรักอยู่”
รักอยู่ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป
ต้องเตอธิบายว่า ความรู้สึกในวันนี้คือ
มันยังรักอยู่ แต่เป็นความรักอีกแบบหนึ่ง
ไม่ใช่ความรักที่ต้องจับมือเดินไปด้วยกันในฐานะคู่รัก แต่เป็นความรักแบบพี่ แบบคนที่หวังดี และอยากเห็นอีกฝ่ายมีความสุขจริง ๆ
เขาย้ำว่า ตัวเองไม่เคยโกรธ ไม่เคยเกลียด และไม่เคยคิดไม่ดีกับอดีตแฟนเลย มีแต่ความปรารถนาดีที่ยังอยู่เหมือนเดิม
คำขอโทษที่อยากส่งไปถึงคนเคยรัก
เมื่อถูกถามว่า ถ้าวันนี้มีโอกาสพูดอะไรกับอดีตแฟนได้ อยากบอกอะไร ต้องเตตอบแบบไม่อ้อมค้อมเลยว่า
“ขอโทษครับ ขอโทษเลย”
เขายอมรับว่า ในตอนนั้นตัวเองก็ผิด และก็เห็นแก่ตัวอยู่ไม่น้อย เพราะ
คิดและตัดสินใจแทนคนอื่นเองทั้งหมด
มั่นใจในความเข้าใจของตัวเองจนล้ำเส้นความรู้สึกของอีกฝ่าย
เชื่อว่าการตัดสินใจเลิกคือสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ได้ฟังใจของคนที่อยู่ตรงข้ามจริง ๆ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยืนยันว่า สิ่งที่เลือกในตอนนั้น เป็นการตัดสินใจที่เขาเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายในเวลานั้น
และวันนี้ สิ่งที่เขายังมีให้เสมอคือ
การให้เกียรติ
ความยินดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีความสุข
ความรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายทุกข์
รักอาจไม่เหลือในฐานะแฟน แต่ความห่วงใยไม่เคยหายไปจากใจเลย
เมื่อชีวิตจริงขมกว่าหนังรักที่เคยกำกับ
เรื่องราวของต้องเตทำให้เห็นว่า บางครั้งคนที่เล่าเรื่องรักเก่งที่สุดในหนัง ยังพลาดกับความรักของตัวเองได้ง่าย ๆ
เขาเคยใช้ความเป็น “ผู้กำกับ” ไปกำกับความรู้สึกของคนที่รัก จนลืมว่า ความสัมพันธ์ไม่ใช่สคริปต์ที่เขียนจบไว้ล่วงหน้าได้
และคำว่า “ขอโทษ” ที่เขาพูดในวันนี้ ก็อาจจะไม่ใช่แค่ส่งไปถึงอดีตแฟนเท่านั้น แต่ยังเป็นคำขอโทษที่เขาส่งกลับไปหาตัวเองในวันนั้นเหมือนกัน
บทเรียนจากความรักที่ไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
เรื่องนี้อาจไม่ได้มีตอนจบหวานชื่นเหมือนหนังรักที่ต้องเตเคยเล่า แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ มันเต็มไปด้วยบทเรียนสำคัญ
อย่าคิดแทนคนรักจนลืมถามความรู้สึกเขาจริง ๆ
ความหวังดี ถ้าไม่มีการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ก็อาจกลายเป็นการทำร้ายโดยไม่รู้ตัว
การยอมรับว่าตัวเองผิด และกล้าขอโทษต่อหน้าทุกคน คืออีกหนึ่งรูปแบบของความกล้าในความรัก
บางที ความรักที่สุขที่สุด อาจไม่ใช่การได้อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่อาจเป็นการที่เรายังยินดีเมื่อเห็นคนที่เคยรัก มีความสุข แม้จะไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ แล้วก็ตาม
