รับแอปรับแอป

ผู้กำกับหนังรักยอมรับผิดกลางรายการ เลิกทั้งที่ยังรัก เพราะคิดแทนคนรักเองทั้งหมด

ชัยวัฒน์ อินทร์01-30

เมื่อผู้กำกับหนังรักต้องมาพูดถึงรักของตัวเอง

“ต้องเต-ธิติ” ผู้กำกับสายหนังรักที่วัยรุ่นไทบ้านรู้จักกันดี ตัดสินใจเปิดใจเรื่องความรักแบบไม่มีเก็บไว้ พร้อมพูดคำว่า “ขอโทษ” ต่อหน้าสาธารณะ ถึงอดีตแฟนคนสำคัญ

ในรายการออนไลน์ “Talk To U” เขาไม่ได้มาเล่าแค่เส้นทางการทำงาน จากนักแสดงตัวเล็ก ๆ จนกลายมาเป็นผู้กำกับชื่อดัง แต่ยังพาแฟน ๆ เข้าไปนั่งอยู่กลางใจเขา ผ่านเรื่องราวความรักที่จบลงทั้งที่ยังรู้สึกอยู่เต็ม ๆ

ความรักที่เลิกไป แต่ประเด็นไม่เคยจบ

ต้องเตเล่าว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา เขามักหลบเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เวลาโดนสัมภาษณ์ ทั้ง ๆ ที่ ความสัมพันธ์ได้จบลงไปหลายเดือนแล้ว

แต่กระแสมันไม่เคยจบ มีคนยังถามถึงเขาและอดีตแฟนอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะฝั่งผู้หญิง ที่ยังมีคนไปคอยถามว่า “พี่ต้องเตไปไหน?”

เขาเลยคิดว่า ถ้าอีกฝ่ายมีแฟนใหม่แล้ว แต่ยังต้องมาคอยตอบคำถามเรื่องเขา มันคงไม่ยุติธรรมเท่าไร จึงตัดสินใจเปิดใจเล่าเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติคนเคยรัก

ทำงานจนลืมถามใจคนข้าง ๆ

ต้องเตยอมรับแบบตรง ๆ ว่า ตัวเองคือคนที่ “ทำงานหนักมาก และไม่คิดจะหยุด”

เขามองเห็นภาพตัวเองในอนาคตว่า ถ้าแก่ไปกว่านี้ อาจไม่มีไฟเหมือนเดิม เลยอยากทุ่มช่วงเวลานี้ให้การทำงานแบบสุดตัว จนไม่เหลือพื้นที่ให้เรื่องอื่นเท่าไร

เขารู้ดีว่า สิ่งที่ตัวเอง “ไม่มีให้” แฟนเลยคือ เวลา

และในมุมของเขาเอง ก็เริ่มรู้สึกว่า ถ้ายังคบกันต่อไป คนที่ต้องทนกับตารางชีวิตแบบนี้ คงไม่มีความสุขเท่าไร

อกหักที่ปารีส เมืองโรแมนติกแต่ใจหนาว

หลังเลิกกับแฟนได้ไม่นาน ต้องเตต้องบินไปปารีส เพื่อนำหนังไปฉายที่นั่น เมืองที่หลายคนบอกว่าโรแมนติกที่สุดในโลก

เขาเล่าว่า ในวันที่ฝนตกพรำ ๆ ผู้คนเดินกันแน่นเมือง ทั้งที่ตัวเองกำลังอยู่ในช่วงอกหัก แต่สมองของผู้กำกับกลับทำงานเต็มกำลัง

เขายังเผลอคิดไปว่า “ถ้าเอาซีนแบบนี้ใส่ในหนัง หรือในมิวสิกวิดีโอ มันต้องโคตรอิมแพ็ก”

แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่เขาก็ยังแอบหยิบความรู้สึกนั้นมาเปลี่ยนเป็นภาพในหัว เหมือนเอาชีวิตจริงไปต่อยอดงานอยู่ตลอด

ผู้กำกับที่เดาความรู้สึกคนอื่นจนเกินไป

ต้องเตบอกว่า ด้วยความที่ตัวเองเป็นผู้กำกับ เคยกำกับหนังรัก เลยเผลอเอาวิธีคิดแบบในหนังมาใช้กับชีวิตจริง

เขาเดาเอาเองว่า คนรักคง “ไม่มีความสุข” กับความสัมพันธ์แบบนี้ และน่าจะไปเจอคนที่ดีกว่า มีเวลาให้มากกว่า

เขาคิดเองทั้งหมดว่า

  • ถ้าเลิกกัน แฟนน่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

  • เขาน่าจะได้เจอคนที่เหมาะสมกว่า

  • การที่ตัวเองไม่มีเวลาให้ คือเหตุผลใหญ่ที่อีกฝ่ายไม่ควรต้องทน

สุดท้าย เขาเลยเป็นฝ่ายตัดสินใจบอกเลิก พร้อมบอกเหตุผลทั้งหมดกับอีกคน ทั้งที่ในใจยังรู้สึกชัดเจนว่า “มันยังรักอยู่”

รักอยู่ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิมอีกต่อไป

ต้องเตอธิบายว่า ความรู้สึกในวันนี้คือ

มันยังรักอยู่ แต่เป็นความรักอีกแบบหนึ่ง

ไม่ใช่ความรักที่ต้องจับมือเดินไปด้วยกันในฐานะคู่รัก แต่เป็นความรักแบบพี่ แบบคนที่หวังดี และอยากเห็นอีกฝ่ายมีความสุขจริง ๆ

เขาย้ำว่า ตัวเองไม่เคยโกรธ ไม่เคยเกลียด และไม่เคยคิดไม่ดีกับอดีตแฟนเลย มีแต่ความปรารถนาดีที่ยังอยู่เหมือนเดิม

คำขอโทษที่อยากส่งไปถึงคนเคยรัก

เมื่อถูกถามว่า ถ้าวันนี้มีโอกาสพูดอะไรกับอดีตแฟนได้ อยากบอกอะไร ต้องเตตอบแบบไม่อ้อมค้อมเลยว่า

“ขอโทษครับ ขอโทษเลย”

เขายอมรับว่า ในตอนนั้นตัวเองก็ผิด และก็เห็นแก่ตัวอยู่ไม่น้อย เพราะ

  • คิดและตัดสินใจแทนคนอื่นเองทั้งหมด

  • มั่นใจในความเข้าใจของตัวเองจนล้ำเส้นความรู้สึกของอีกฝ่าย

  • เชื่อว่าการตัดสินใจเลิกคือสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ได้ฟังใจของคนที่อยู่ตรงข้ามจริง ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังยืนยันว่า สิ่งที่เลือกในตอนนั้น เป็นการตัดสินใจที่เขาเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายในเวลานั้น

และวันนี้ สิ่งที่เขายังมีให้เสมอคือ

  • การให้เกียรติ

  • ความยินดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีความสุข

  • ความรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายทุกข์

รักอาจไม่เหลือในฐานะแฟน แต่ความห่วงใยไม่เคยหายไปจากใจเลย

เมื่อชีวิตจริงขมกว่าหนังรักที่เคยกำกับ

เรื่องราวของต้องเตทำให้เห็นว่า บางครั้งคนที่เล่าเรื่องรักเก่งที่สุดในหนัง ยังพลาดกับความรักของตัวเองได้ง่าย ๆ

เขาเคยใช้ความเป็น “ผู้กำกับ” ไปกำกับความรู้สึกของคนที่รัก จนลืมว่า ความสัมพันธ์ไม่ใช่สคริปต์ที่เขียนจบไว้ล่วงหน้าได้

และคำว่า “ขอโทษ” ที่เขาพูดในวันนี้ ก็อาจจะไม่ใช่แค่ส่งไปถึงอดีตแฟนเท่านั้น แต่ยังเป็นคำขอโทษที่เขาส่งกลับไปหาตัวเองในวันนั้นเหมือนกัน

บทเรียนจากความรักที่ไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

เรื่องนี้อาจไม่ได้มีตอนจบหวานชื่นเหมือนหนังรักที่ต้องเตเคยเล่า แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ มันเต็มไปด้วยบทเรียนสำคัญ

  • อย่าคิดแทนคนรักจนลืมถามความรู้สึกเขาจริง ๆ

  • ความหวังดี ถ้าไม่มีการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา ก็อาจกลายเป็นการทำร้ายโดยไม่รู้ตัว

  • การยอมรับว่าตัวเองผิด และกล้าขอโทษต่อหน้าทุกคน คืออีกหนึ่งรูปแบบของความกล้าในความรัก

บางที ความรักที่สุขที่สุด อาจไม่ใช่การได้อยู่ด้วยกันตลอดไป แต่อาจเป็นการที่เรายังยินดีเมื่อเห็นคนที่เคยรัก มีความสุข แม้จะไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ แล้วก็ตาม