บูธที่ไม่ใช่แค่โชว์รถ แต่คือเวทีเล่าเรื่องแบบมังงะ

นิสสัน (NISSAN) เผยโฉมคอนเซ็ปต์การออกแบบบูธสำหรับงาน Japan Mobility Show 2025 (JMS 2025) พร้อมภาพตัวอย่างก่อนวันเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม 2568
บูธในปีนี้ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนงานศิลปะขนาดใหญ่ สะท้อนธีมหลักของงาน JMS ที่พูดถึง วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอนาคต ไปพร้อมกัน และยังตอกย้ำวิสัยทัศน์ของนิสสันที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการเดินทางรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง

ดีไซน์ขาวดำ สไตล์มังงะ ที่เล่าเรื่องญี่ปุ่นแบบทันสมัย
หัวใจของการออกแบบบูธครั้งนี้ คือการหยิบวัฒนธรรม มังงะ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ระดับโลกของญี่ปุ่นมาถ่ายทอดใหม่ในสไตล์นิสสัน
ใช้โทนสีขาวดำเป็นหลัก ให้อารมณ์เหมือนหลุดเข้าไปในหน้าการ์ตูน
ดึงเสน่ห์ของลายเส้นมังงะมาเป็นพื้นหลังของการเล่าเรื่องแบรนด์
ทำให้บูธกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมของนิสสันกับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
สุนทรียศาสตร์ของมังงะไม่ได้ถูกใช้แค่เป็นลูกเล่นด้านภาพ แต่ถูกยกระดับให้กลายเป็น ผืนผ้าใบสำหรับเล่าเรื่อง ที่เชิญชวนให้ผู้เข้าชมเดินสำรวจเส้นทางที่บรรจบระหว่าง “ประเพณี” และ “การเปลี่ยนแปลง” ที่กำลังจะมาถึง
NISSAN Elgrand รุ่นใหม่ และเวทีโชว์นวัตกรรมสุดล้ำ
บูธนี้ไม่ได้มีดีแค่ดีไซน์ แต่มันยังทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับการเปิดตัว NISSAN Elgrand รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์และไลน์อัปโมเดลที่น่าตื่นเต้น ซึ่งเตรียมกลับมาสร้างสีสันให้ตลาดญี่ปุ่นอีกครั้ง
การออกแบบบูธผสมผสานระหว่าง งานศิลปะกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อถ่ายทอดนวัตกรรมและบริการล่าสุดของนิสสันในรูปแบบที่ทั้งดึงดูดสายตาและติดอยู่ในความทรงจำของผู้เข้าชม

เมืองมังงะมีชีวิต ที่เดินเข้าไปสัมผัสได้จริง
ดีไซน์ของบูธถูกออกแบบให้ “สนุกแต่แฝงความซับซ้อน” ราวกับยกเมืองในโลกมังงะมาไว้ตรงหน้า โดยมีเป้าหมายให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในฉากเมืองที่มีชีวิตชีวา
ภายในบูธ ผู้เข้าชมสามารถ:
เดินสำรวจโซนต่าง ๆ ที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกันเหมือนลำดับช่องการ์ตูน
โต้ตอบกับเทคโนโลยีและโซลูชันการเดินทางรูปแบบใหม่ของนิสสัน
สัมผัสประสบการณ์ทางเลือกการสัญจรล่าสุดได้แบบใกล้ชิด
ทั้งหมดนี้ทำให้บูธไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่โชว์สินค้า แต่กลายเป็น ประสบการณ์การเดินทางในโลกมังงะแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ
มุมมองจากทีมดีไซน์: เมื่อศิลปะเจออนาคตการขับเคลื่อน
อัลฟอนโซ อัลบายซ่า (Alfonso Albaisa, Corporate Executive of Global Design, Nissan Motor) อธิบายมุมมองการออกแบบว่า วัฒนธรรมสร้างสรรค์ของญี่ปุ่นคือแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญของทีมดีไซน์ทั่วโลกของนิสสัน
เขามองว่าบูธในปีนี้คือการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณนั้น ผ่านการผสมผสาน ศิลปะกับนวัตกรรม เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ “สัมผัสอนาคตแห่งการขับเคลื่อน” ด้วยตัวเอง
แม้ภาพลักษณ์ของบูธจะเป็นตัววางฉาก แต่ แก่นแท้จริง ๆ จะมีชีวิตขึ้นเมื่อผู้เข้าชมเดินเข้าไปข้างใน แล้วเติมสีสัน พลัง และตัวตนของแต่ละคนลงบนฉากหลังขาวดำแบบมังงะ กลายเป็นความแตกต่างที่ทรงพลังในแบบที่ไม่มีใครซ้ำกัน




สรุป: จากหน้ามังงะสู่บูธจริงที่เดินเข้าไปได้
บูธของนิสสันในงาน Japan Mobility Show 2025 คือการตีความวัฒนธรรมมังงะในรูปแบบใหม่ ให้กลายเป็นพื้นที่จริงที่เดินเข้าไปสัมผัสได้
ใช้โทนขาวดำเล่าเรื่องอนาคตการเดินทาง
ผสานมรดกแบรนด์เข้ากับวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนยุคใหม่
เปิดตัวรถรุ่นใหม่ พร้อมโชว์เทคโนโลยีและบริการล่าสุดในแบบที่จำไม่ลืม
ใครหลงรักมังงะและหลงใหลยานยนต์อนาคต บูธนี้คือจุดนัดพบของทั้งสองโลกที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

