Major Cineplex และจุดเปลี่ยนของการตลาดโรงภาพยนตร์
การตลาดโรงภาพยนตร์ยุคใหม่คือแนวทางที่เปลี่ยนโรงหนังจากสถานที่ขายตั๋วและป๊อปคอร์น ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ทางสังคม และการมีส่วนร่วมของแฟนหนัง โดยใช้คอนเทนต์ การสร้างชุมชนแบรนด์ และแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์เชื่อมโยงคนดู เข้ากับภาพยนตร์และพื้นที่โรงหนังในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง จุดที่น่าสนใจคือ Major Cineplex Group ไม่ได้ชนะรางวัล “Best Movie Community Influencer Campaign” แค่ครั้งเดียว แต่กวาดต่อเนื่อง 4 ปี ตั้งแต่ 2023-2026 สะท้อนว่าแนวคิด “โรงหนังคือ Movie Community ไม่ใช่แค่ที่นั่งดูหนัง” ไม่ใช่ลูกเล่นชั่วคราว แต่เป็นยุทธศาสตร์หลักของแบรนด์ การที่ผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่ถูกดึงเข้ามาเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกัน ทำให้โรงหนังมีความหมายเกินกว่าป้ายโปรแกรมหน้าโรง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมรางวัลปีล่าสุดจึงมีนัยสำคัญต่อทิศทางการตลาดโรงภาพยนตร์ทั้งอุตสาหกรรม

แคมเปญ Landlord Local Influencer: จากคนดูสู่เจ้าของเสียงในชุมชนหนัง
หัวใจของรางวัลครั้งนี้คือแคมเปญ “Landlord Local Influencer Campaign” ที่ตั้งใจเปลี่ยนบทบาทผู้ชมให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร ไม่ใช่ผู้รับสารฝ่ายเดียว Major เลือกใช้พลัง KOC และ KOL ท้องถิ่นมาร่วมเล่าเรื่องหนัง ผ่านประสบการณ์และวัฒนธรรมของพื้นที่จริง ทำให้การตลาดโรงภาพยนตร์หลุดจากภาพรีวิวสวยเนี้ยบในเมืองใหญ่ ไปสู่เสียงจริงของคนในจังหวัดต่างๆ ตลอด 1 ปี มีอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมกว่า 10,000 คน และคอนเทนต์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในต่างจังหวัดมากกว่า 25 ล้านคนต่อเดือน ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สวยบนสไลด์ แต่แปลว่าคนดูทั่วประเทศเริ่มรู้สึกว่าโรงหนังใกล้ตัวขึ้น พูดภาษาเดียวกันมากขึ้น และมีโอกาสเติบโตเป็นอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพผ่านพื้นที่ Movie Community ของแบรนด์โดยตรง

Local เข้าใจ Local: เมื่อการตลาดโรงภาพยนตร์ตั้งต้นจากสำเนียงและวัฒนธรรม
จุดพลิกเกมของแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์นี้คือแนวคิด “Local เข้าใจ Local” ที่ยอมรับว่าคนดูแต่ละภูมิภาคมีความสนใจและบริบทต่างกัน Major ไม่บังคับให้ทุกคอนเทนต์พูดแบบกลาง แต่เปิดทางให้ใช้ภาษาถิ่น น้ำเสียง และอารมณ์ของพื้นที่จริง โดยเฉพาะเมื่อภาพยนตร์หลายเรื่องผูกกับท้องถิ่น เช่น สัปเหร่อ และ ไทบ้าน ที่สะท้อนอีสาน หรือ ของแขก ที่เชื่อมกับบริบทภาคใต้ การให้ Local Influencer รีวิวผ่านประสบการณ์ชมรอบสื่อในภูมิภาคของตัวเอง พร้อมอิสระในการเล่าเรื่อง ทำให้คอนเทนต์มีความจริงใจ เข้าถึงง่าย และน่าเชื่อถือมากกว่าการสื่อสารส่วนกลาง นี่คือการสร้างชุมชนแบรนด์ผ่านความเป็นเจ้าของร่วม คนดูไม่ได้ถูกขายหนัง แต่ถูกชวนมาเล่าหนังในแบบของตัวเอง จนรู้สึกว่าโรงหนังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่สถานที่แวะไปเป็นครั้งคราว

จาก Awareness สู่ยอดขาย และบทบาทใหม่ของโรงหนังในวัฒนธรรมร่วมสมัย
สิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้ชนะรางวัลต่อเนื่อง ไม่ได้มีแค่ภาพสวยของการสร้างคอมมูนิตี้ แต่คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านการรับรู้และพฤติกรรมซื้อ แคมเปญสามารถสร้างการรับรู้มากกว่า 25 ล้านคนต่อเดือนในต่างจังหวัด และส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อตั๋วชมภาพยนตร์อย่างมีประสิทธิภาพ แปลว่าการสร้างชุมชนแบรนด์ไม่ได้ขัดกับเป้าหมายทางธุรกิจ แต่ช่วยให้ยอดขายเติบโตบนฐานความสัมพันธ์ระยะยาวกับคนดู ที่สำคัญ รางวัล “Best Movie Community Influencer Campaign” สะท้อนว่าการมองโรงหนังเป็นพื้นที่ชุมนุมทางสังคมและวัฒนธรรมของคนรักหนัง คือทิศทางการตลาดโรงภาพยนตร์ที่ตอบโจทย์ยุคอินฟลูเอนเซอร์ โรงหนังไม่ใช่แค่ปลายทางของแคมเปญโฆษณา แต่กลายเป็นเวทีให้คนรุ่นใหม่ค้นหาศักยภาพทางคอนเทนต์ เติบโตเป็นอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพ และสร้างพลัง Movie Community ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างยั่งยืน







