ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพ

จากจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นิยามใหม่ของการท่องเที่ยว: จากตัวเลขคนสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ

แนวคิดเศรษฐกิจการท่องเที่ยวแบบใหม่ คือการขยับจากการนับจำนวนนักเดินทางไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจากผู้มาเยือน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพรายได้ ประสบการณ์ที่ได้รับ ความปลอดภัย และการเชื่อมโยงกับชุมชนและภาคธุรกิจอื่น มากกว่าการแข่งขันกันที่ตัวเลขผู้โดยสารเข้าออกเพียงอย่างเดียว

แก่นของนโยบายท่องเที่ยวชุดล่าสุดจึงชัดเจนว่า “ท่องเที่ยวคุณภาพ” สำคัญกว่าปริมาณ นักท่องเที่ยวชั้นสูงและกลุ่มที่มีกำลังใช้จ่ายสูงถูกมองเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ แทนการทุ่มงบเพื่อดึงคนจำนวนมากแต่สร้างรายได้ต่อหัวต่ำ แนวคิด Visitor Economy มองเศรษฐกิจจากผู้มาเยือนแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างพำนัก ไปจนถึงหลังเดินทางกลับ เน้นการยืดระยะเวลาพำนัก เพิ่มการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่ชุมชน ไม่ใช่เพียงการเร่งยอดนักท่องเที่ยวเข้าเมือง การเปลี่ยนกรอบคิดเช่นนี้สะท้อนว่ารัฐยอมรับแล้วว่า โมเดลเน้นปริมาณไม่ตอบโจทย์การแข่งขันยุคใหม่และเสี่ยงต่อปัญหาความหนาแน่น คุณภาพบริการ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Visitor Economy: เมื่อการท่องเที่ยวเชื่อมติดเศรษฐกิจทั้งระบบ

หัวใจของ Visitor Economy คือการเลิกมองการท่องเที่ยวเป็น “เกาะโดดเดี่ยว” แต่เชื่อมกับการค้า การบริการ การผลิต เกษตร ความมั่นคงอาหาร ชุมชน และเอสเอ็มอีอย่างเป็นระบบ นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนศัพท์เทคนิค แต่เป็นการเปลี่ยนสมองของรัฐทั้งชุด ว่าทุกบาทที่นักท่องเที่ยวใช้จ่าย คือวงจรเศรษฐกิจที่ต้องบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อห่วงโซ่ภายในประเทศ

รัฐบาลจึงยกระดับเป้าหมายจากจำนวนคน มาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระยะเวลาพำนัก และการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ กลไกความร่วมมือรัฐ–เอกชนถูกดึงเข้ามาเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อให้เอกชนสะท้อนปัญหาและร่วมออกแบบสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่ตอบตลาดได้จริง นโยบายท่องเที่ยวรูปแบบนี้ตั้งอยู่บนทุนวัฒนธรรมที่มีอยู่ แต่ที่ผ่านมาใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ การเชื่อมปฏิทินเทศกาล วิถีชุมชน และทรัพยากรท้องถิ่นเข้ากับการตลาดตลอดปี จึงไม่ใช่เรื่องกิจกรรมสีสัน หากแต่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ

จากจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพ

เจาะนักท่องเที่ยวชั้นสูง: รายได้คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

เมื่อรัฐประกาศชัดว่าต้องการ “รายได้คุณภาพ” การออกแบบนโยบายจึงหันไปเจาะตลาดศักยภาพ แยกเป็นรายประเทศและรายกลุ่มเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์รายจ่ายต่อหัวและระยะเวลาพำนักอย่างละเอียด นี่คือการประกาศสงครามกับความเคยชินเดิมที่ตั้งเป้าด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวรวม โดยไม่ถามคำถามสำคัญว่า “หนึ่งคนสร้างรายได้เท่าไร และอยู่กี่วัน”

ตัวเลขล่าสุดชี้ชัดว่า เกมนี้เดิมพันสูง ภายในสิ้นไตรมาสที่ 3 มีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสม 2.12 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 3.5 ล้านล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีการเดินทาง 156 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 9.16 แสนล้านบาท ประโยคที่ควรถูกอ้างซ้ำคือ “เวลาเราตั้งเป้า เอาตัวเลขคนก่อนก็ไม่ได้ผิด... เพราะสุดท้ายเราต้องมองให้เห็นว่า จะทำอย่างไรให้การเดินทาง สร้างรายได้ให้ประเทศได้มากขึ้น” นี่คือจุดยืนที่ชัดว่า นักท่องเที่ยวชั้นสูงและกลุ่มที่มี Purpose ชัด เช่น การแพทย์ สุขภาพ MICE และความงาม คือเป้าหมายหลักของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวใหม่

จากจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพ

ความปลอดภัย มาตรฐาน และทุนวัฒนธรรม: เงื่อนไขของท่องเที่ยวคุณภาพ

ถ้าต้องการดึงนักท่องเที่ยวชั้นสูง การประกาศนโยบายไม่พอ สิ่งที่ต้องขายคือความมั่นใจ Visitor Economy จึงยก “ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ใหม่” เป็นองค์ประกอบหลักของห่วงโซ่การเดินทางทั้งหมด ไม่ใช่แค่ทำให้ถึงที่หมาย แต่ต้องทำให้รู้สึกปลอดภัยตั้งแต่วางแผนเดินทางไปจนกลับบ้าน และอยากกลับมาอีกครั้ง

หน่วยงานความปลอดภัยถูกกำชับให้วิเคราะห์ปัจจัยเชิงโครงสร้างตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงความเชื่อมั่นเชิงจิตวิทยาของแต่ละตลาด เพื่อสามารถออกมาตรการแบบเจาะจง ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกกลุ่ม ควบคู่กัน รัฐเริ่มทบทวนกฎระเบียบและมาตรฐาน โดยเฉพาะที่พักและกิจการนอกระบบ รวมถึงแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่ยังต่อยอดได้อีกมาก ผ่านการออกแบบปฏิทินท่องเที่ยวเชื่อมเทศกาล กิจกรรม และวิถีชุมชนตลอดปี มุมมองนี้ชี้ชัดว่า “วัฒนธรรม” ไม่ใช่ของสวยงามริมเวที แต่คือหัวใจของท่องเที่ยวคุณภาพที่ขายประสบการณ์ ไม่ใช่แค่รูปถ่าย

จากจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพ

บทสรุป: จะชนะเกมท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องกล้าทิ้งความหมกมุ่นกับตัวเลข

เมื่อมองภาพรวม นโยบายท่องเที่ยวใหม่กำลังส่งสัญญาณที่ถูกทางคือ เลิกหมกมุ่นกับจำนวนหัว และหันมาให้ค่ากับมูลค่าในทุกมิติ ทั้งรายได้คุณภาพ ความยั่งยืน และประสบการณ์ของผู้มาเยือน แผนบูรณาการร่วมหลายหน่วยงานที่ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 94.11% สูงกว่าเป้าหมายเดิม 87% สะท้อนว่าระบบราชการเริ่มขยับตามนโยบายได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่การแปลงคำว่า Visitor Economy ให้เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมหน่วยงานและผู้ประกอบการจริงๆ ท่องเที่ยวคุณภาพไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากยังมองนักท่องเที่ยวเป็น “ตัวเลขในรายงาน” มากกว่าผู้มาเยือนที่ต้องการ Purpose ประสบการณ์ และความปลอดภัย หากรัฐเดินหน้าตามแนวคิดเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าอย่างสม่ำเสมอ และกล้าปรับมาตรการให้ตรงตลาดแบบที่ประกาศไว้ ไทยมีโอกาสเปลี่ยนจากประเทศที่วัดความสำเร็จด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว ไปเป็นประเทศที่วัดความสำเร็จด้วยคุณภาพของรายได้และผลประโยชน์ที่กระจายสู่คนส่วนใหญ่ในสังคม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!