ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

AI และการจ้างงาน เมื่อเทคโนโลยีเร่งเกม นโยบายต้องเร่งตาม

AI และการจ้างงาน เมื่อเทคโนโลยีเร่งเกม นโยบายต้องเร่งตาม
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI และการจ้างงาน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือหัวข้อปากท้อง

AI และการจ้างงาน คือประเด็นว่าการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในธุรกิจและภาครัฐส่งผลต่อจำนวนงาน ลักษณะงาน และความมั่นคงของคนงาน โดยทำให้บางตำแหน่งถูกแทนที่ เพิ่มความต้องการทักษะใหม่ และสร้างช่องว่างระหว่างผู้ใช้เทคโนโลยีกับผู้ที่เข้าไม่ถึง ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจฐานรากและธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่ต้องปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงแรงงานยุคดิจิทัล ประเด็นสำคัญของ AI และการจ้างงานวันนี้ไม่ใช่แค่คำถามว่า “งานจะหายไปเท่าไร” แต่คือ “ใครจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายสุวัจน์เตือนชัดว่าเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานมากขึ้น และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันประคับประคองประชาชนไม่ให้เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น นี่คือการยอมรับว่าหากนโยบายเศรษฐกิจไทยยังปล่อยให้เทคโนโลยีเดินหน้าโดยไม่มีเกราะคุ้มครอง ความมั่นคงของคนงานจะสั่นคลอนก่อนใคร

AI และการจ้างงาน เมื่อเทคโนโลยีเร่งเกม นโยบายต้องเร่งตาม

สามข้อเสนออุ้มเศรษฐกิจฐานราก จุดทดสอบว่ารัฐเห็นหัวคนทำงานหรือไม่

เมื่อเทคโนโลยีวิ่งนำหน้าความสามารถของแรงงาน นโยบายเศรษฐกิจไทยต้องเลือกข้างว่าจะอยู่กับคนตัวเล็กหรือปล่อยให้ตลาดจัดการเอง นายสุวัจน์เสนอให้รัฐจัดลำดับความสำคัญงบประมาณไปที่การพยุงเศรษฐกิจฐานรากและผู้มีรายได้น้อยให้อยู่รอดก่อน พร้อมชงสามมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1 อุ้มเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อยโดยดูแลสภาพคล่องและเปิดโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้ธุรกิจสามารถรักษาการจ้างงานได้ 2 อัดฉีดภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลไกที่กระจายรายได้ลงสู่ชุมชนและหมู่บ้านได้รวดเร็ว และสร้างอาชีพโดยตรง และ 3 สนับสนุนการลงทุนและการส่งออกเพื่อพยุงเศรษฐกิจในภาพรวมและรักษาการเติบโตของ GDP ข้อเสนอเหล่านี้สะท้อนว่าหัวใจของความมั่นคงของคนงานอยู่ที่ธุรกิจขนาดกลางและเล็กและเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่เพียงภาคเทคโนโลยีชั้นสูง หากรัฐไม่เร่งลงมือ วิกฤต AI อาจกลายเป็นวิกฤตสังคมอย่างแท้จริง

AI และการจ้างงาน เมื่อเทคโนโลยีเร่งเกม นโยบายต้องเร่งตาม

จากผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI สู่การแข่งด้วยคุณค่า ไม่ใช่แข่งด้วยราคา

คำถามสำคัญคือเราจะอยู่ในเกม AI แบบเป็นฝ่ายถูกกระทบ หรือจะขยับมาเป็นผู้สร้างโอกาส นางศุภจีชี้ว่าไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศผู้ส่งออกอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับ AI รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย โดยมีศักยภาพทั้งด้าน Hard Disk Drive และ Optical Transceiver นี่ไม่ใช่สถานะของประเทศที่ควรกลัวเทคโนโลยี แต่ควรใช้จุดแข็งนี้ต่อยอดให้ทั้งระบบเศรษฐกิจได้ประโยชน์ เธอย้ำว่า AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ผู้ประกอบการทุกธุรกิจสามารถนำ AI และข้อมูลมาเพิ่ม Productivity เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร และวิเคราะห์ตลาดให้แม่นยำขึ้น เพื่อเปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเน้นปริมาณไปสู่การสร้าง Value ที่สูงขึ้น แนวคิด “แข่งด้วยคุณค่า ไม่ใช่แข่งด้วยราคา” จึงเป็นคำตอบว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็กควรใช้ AI เพื่อหนีการแข่งขันที่บีบกำไร และสร้างงานที่มีมูลค่าแทนงานใช้แรงราคาต่ำ

ส่งออก โตเร็วแต่เสี่ยงสูง เวลาเหมาะในการคิดใหม่เรื่องคนงานและ SMEs

แม้โลกผันผวน การส่งออกไทยในช่วงหกเดือนแรกของปี 2569 ยังขยายตัวกว่า 17% และมีโอกาสเติบโตทั้งปีไม่ต่ำกว่า 8% โดยอาจแตะระดับ Double digit หากไม่มีปัจจัยกระทบเพิ่มเติม ตัวเลขนี้ดูสวย แต่ความเสี่ยงยังสูง เพราะตลาดสหรัฐและจีนรวมกันคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการส่งออก ทำให้ต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ทั้ง EU อาเซียน อินเดีย เอเชียใต้ ลาตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง ในบริบท AI และการจ้างงาน คำถามคือใครจะได้ประโยชน์จากการขยายตัวของการส่งออก หาก SMEs มีผู้ส่งออกกว่า 22,000 ราย จากผู้ส่งออกทั้งหมด 30,000 ราย แต่สร้างรายได้เพียงประมาณ 12% ของมูลค่าส่งออก เรากำลังเห็นโครงสร้างที่ให้รายได้ไปกองอยู่ในบริษัทใหญ่ ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและเล็กยังเข้าไม่ถึงห่วงโซ่คุณค่าโลก การเจรจา FTA กับ EU ที่เดินหน้าถึงรอบที่ 9 และตั้งเป้าสำเร็จภายในปี 2569 จึงไม่ควรเป็นแค่เรื่องภาษี แต่ต้องแฝงนโยบายให้ SMEs และคนงานได้ส่วนแบ่งจากโอกาสนี้อย่างเป็นธรรม

รู้ใน รู้นอก รู้จังหวะ สู่สมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับความมั่นคงของคนงาน

เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว การรอให้วิกฤตเกิดก่อนแล้วค่อยแก้ คือความเสี่ยงที่แพงเกินไปสำหรับคนทำงานฐานราก นางศุภจีเสนอแนวคิด TAM model “Think Big Act Small Move Right” ให้ผู้ประกอบการคิดให้ใหญ่ เริ่มจากจุดเล็ก สร้างพันธมิตร เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain และ Ecosystem ของผู้อื่น และรู้จังหวะว่าจะเดินหน้า เร่งเครื่อง หรือรอเวลา พร้อมแนวคิด “รู้ใน รู้นอก และรู้จังหวะ” คือรู้ศักยภาพตนเอง รู้ทิศทางและเทรนด์โลก และรู้ว่าควรลงมือเมื่อใด เพื่อให้สามารถ Prioritize Focus และ Execute และเปลี่ยนความผันผวนของโลกให้เป็นโอกาสใหม่ มองจากมุมคนงานและธุรกิจขนาดกลางและเล็ก สิ่งที่ขาดอยู่คือรัฐที่ “รู้จังหวะ” เช่นเดียวกัน นโยบายเศรษฐกิจไทยต้องกล้าจัดลำดับการลงทุนในเทคโนโลยีควบคู่ไปกับงบยกระดับทักษะแรงงาน การคุ้มครองความมั่นคงของคนงาน และการปลดล็อกข้อจำกัด SMEs ถ้าเราใช้ AI เพื่อเพิ่มคุณค่า โดยไม่ทิ้งคนงานไว้ข้างหลัง วิกฤตจะกลายเป็นทางลัดสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเท่าเทียมกว่าที่เคย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!