เวียดนาม: สนามรบใหม่ของธุรกิจค้าปลีกจากกลุ่มเซ็นทรัล
การขยายตัวในเวียดนามของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทลคือยุทธศาสตร์การลงทุนระหว่างประเทศในธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้า ที่มุ่งสร้างอีโคซิสเต็มครบวงจรทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าฟู้ดและน็อนฟู้ด รวมถึงมอลล์และโครงการมิกซ์ยูส เพื่อยึดส่วนแบ่งตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการปักหมุดระยะยาวในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูงและผู้บริโภคเปิดรับโมเดิร์นรีเทลในหลายเมือง ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง การตัดสินใจลุยเวียดนามไม่ใช่การทดลอง แต่เป็นการวางหมากเพื่อครองโครงสร้างพื้นฐานค้าปลีกระดับภูมิภาค กลุ่มเซ็นทรัลเริ่มเข้าตลาดนี้ตั้งแต่ปี 2555 และเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ เซ็นทรัล รีเทลได้ลงทุนสะสมแล้วกว่า 49,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานให้คนท้องถิ่นกว่า 13,000 ตำแหน่ง และมีพนักงานชาวเวียดนามถึง 99.5% ของทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่กำไร แต่คือการฝังรากลึกในเศรษฐกิจเวียดนาม

จากไฮเปอร์มาร์เก็ตถึงมิกซ์ยูส: ยุทธศาสตร์รุกลึกทุกฟอร์แมต
เพื่อครองตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เซ็นทรัล รีเทลเลือกทางเดินแบบรุกทุกฟอร์แมตในเวียดนาม ตั้งแต่ GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go และ Lan Chi Mart ในฝั่งฟู้ด ไปจนถึง Supersports, Kubo, Dyson, Columbia, Crocs, Hoka, Speedo และ Under Armour ในฝั่งน็อนฟู้ด รวมถึงการสร้างประสบการณ์ในกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้อย่าง GO Mall อย่างครบวงจร การปูพรมแบรนด์หลายระดับเช่นนี้ทำให้บริษัทไม่ขึ้นกับรายได้จากรูปแบบเดียว และสามารถจับผู้บริโภคในทุกช่วงรายได้และไลฟ์สไตล์ หนึ่งในประโยคที่สะท้อนผลลัพธ์ชัดคือ "ปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ครองความเป็นเบอร์ 1 ในตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 40%" นี่คือหลักฐานว่าการยึดโครงสร้างพื้นฐานค้าปลีกผ่านไฮเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์การค้าไม่ใช่แค่แนวคิดบนกระดาษ แต่กลายเป็นอำนาจจริงในตลาด ที่สำคัญ บริษัทให้บริการลูกค้ามากถึง 500,000 ครั้งต่อวัน และใช้ฐานข้อมูลสมาชิก The One Vietnam เชื่อมบริการได้ต่อเนื่อง จึงไม่ใช่แค่ขยายสาขา แต่สร้างแพลตฟอร์มข้อมูลผู้บริโภคระยะยาว

Vietnamese Week: เวทีเชื่อมซัพพลายเชนสองประเทศ
งาน Vietnamese Week in Thailand 2026 กลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้แพลตฟอร์มค้าปลีกผลักดันการลงทุนระหว่างประเทศ กลุ่มเซ็นทรัลและเซ็นทรัล รีเทลร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเปิดงานอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด Discover the Charm of Vietnam โฟกัสของงานไม่ใช่แค่แสดงวัฒนธรรม แต่คือการจับคู่ธุรกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวฉลองวาระ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตสองประเทศ ภายในงานมีผู้ประกอบการเวียดนามมากกว่า 60 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรมออกบูธโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้แบรนด์เวียดนามเข้าถึงตลาดไทยโดยตรง และรับฟีดแบ็กจริงจากผู้บริโภค อีกด้านหนึ่ง บูธสินค้าจาก TOPS Food Hall นำสินค้านำเข้าจากเวียดนามที่วางจำหน่ายในร้านอยู่แล้ว เช่น กาแฟ King Coffee และ Mr Viet ขนมจาก Bibica และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Acecook และ VIFON นี่คือสัญญาณชัดว่าซัพพลายเชนค้าปลีกเริ่มผูกกันแน่นขึ้น และผู้เล่นค้าปลีกกำลังกลายเป็นสะพานหลักของการค้าระหว่างประเทศ

แผนลงทุนระยะยาวและผลต่อผู้บริโภคในภูมิภาค
เมื่อมองไปข้างหน้า กลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้คิดแค่ขยายร้าน แต่กำลังออกแบบภูมิทัศน์ค้าปลีกใหม่ของภูมิภาค ผ่านแผนลงทุนในเวียดนามมูลค่ารวมมากกว่า 116,000 ล้านบาท เพื่อเติบโตไปพร้อมประเทศ เงินลงทุนนี้ไม่จำกัดอยู่ในธุรกิจค้าปลีก แต่กระจายไปสู่โครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสของกลุ่มพัฒนาและโรงแรมในเครือเซ็นทารา ที่กำลังศึกษาตลาด มองหาพันธมิตร และโลเคชั่นเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง แนวคิดคือสร้างเมืองย่อยที่รวมค้าปลีก อาหาร ที่พัก และบริการในที่เดียว ทำให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตในระบบนิเวศของกลุ่มได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น สำหรับคนเวียดนาม การลงทุนเหล่านี้แปลตรงตัวเป็นโอกาสงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้น เซ็นทรัล รีเทลจ้างงานมากกว่า 13,000 คน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวเหล่านี้ ส่วนผู้บริโภคในภูมิภาคจะเห็นผลในรูปแบบทางเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น จากทั้งในเวียดนามและสินค้าที่ไหลเข้าสู่เครือข่ายค้าปลีกของกลุ่มในประเทศอื่น ผ่านการขยายตัวในเวียดนามที่ยึดซัพพลายเชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ข้อสรุป: เวียดนามคือหมากยุทธศาสตร์สู่การครองตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อรวมทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าเวียดนามไม่ใช่แค่ตลาดต่างประเทศที่เติบโตดี แต่คือหมากยุทธศาสตร์ที่กลุ่มเซ็นทรัลใช้เพื่อครองโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจค้าปลีกทั้งภูมิภาค การลงทุนระยะยาวกว่า 14–15 ปี การสร้างอีโคซิสเต็มที่ครบวงจร และการใช้กิจกรรมอย่าง Vietnamese Week เป็นพื้นที่เชื่อมธุรกิจและซัพพลายเชนข้ามพรมแดน แสดงให้เห็นการวางตำแหน่งตัวเองเป็นตัวกลางสำคัญในการค้าปลีกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับผู้อ่าน การจับตาเส้นทางของเซ็นทรัล รีเทลในเวียดนามจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะจะกำหนดว่าผู้บริโภคในภูมิภาคจะซื้อสินค้าอะไร ที่ไหน และภายใต้อำนาจต่อรองของใคร หากกลุ่มนี้เดินเกมต่อเนื่อง เปิดสาขา CRC เพิ่มอีก 50 แห่งจากราว 300 สาขาเดิม และปักหมุดมิกซ์ยูสและโรงแรมตามแผน ภูมิทัศน์ศูนย์การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศในภูมิภาคอาจถูกนิยามใหม่ด้วยมือของผู้เล่นรายเดียว นี้คือการรวมศูนย์พลังค้าปลีกที่ทั้งสร้างโอกาสและตั้งคำถามเรื่องการแข่งขันในอนาคต







