ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์
ความสนใจ|อุปกรณ์ถ่ายภาพ

Arles Zoom คืออะไร และทำไมช่างภาพยนตร์ควรสนใจตั้งแต่วันนี้

DZOFilm Arles Zoom คือซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมแบบ parfocal สองตัวระยะ 25‑75mm และ 65‑180mm ที่ให้รูรับแสง T2.6 constant aperture ตลอดช่วงซูม ออกแบบมาให้ภาพคมระดับเลนส์ไพรม์ น้ำหนักเบาไม่ถึง 1.8 กิโลกรัม รองรับงานภาพยนตร์ความละเอียดสูงอย่าง 8K โดยตั้งใจเป็นชุดเลนส์ซูมที่ใช้งานร่วมกับเลนส์ไพรม์ Arles ได้อย่างต่อเนื่องทั้งด้านสีและการควบคุม ไม่ต้องกังวลการเปลี่ยนเลนส์แล้วโทนภาพหรือการจัดการอุปกรณ์ต้องเปลี่ยนตาม จุดสำคัญที่คนทำหนังต้องมองเห็นจากการประกาศ Arles Zoom คือการขยับเส้นแบ่งระหว่างเลนส์ไพรม์กับซูมเลนส์ฟิล์มแบบเดิม เลนส์ซูมสำหรับกล้องฟูลเฟรมที่เป็น parfocal และให้รูรับแสงคงที่มักทั้งใหญ่ หนัก และราคาเกินเอื้อมสำหรับทีมโปรดักชันขนาดเล็กถึงกลาง Arles Zoom เข้ามาในช่องว่างนั้นด้วยน้ำหนักประมาณ 1.77 กิโลกรัมต่อชิ้นถูกออกแบบให้เบากว่าซูมฟิล์มฟูลเฟรมแบบ constant aperture ทั่วไปอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ทีมถ่ายทำที่เคยพึ่งเลนส์ไพรม์เปลี่ยนมายืนฝั่งเลนส์ซูมมากขึ้นโดยไม่เสียคุณภาพภาพ

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์

จาก 11 เลนส์ไพรม์สู่เมทริกซ์ไพรม์‑ซูม แนวคิดระบบเดียวทั้งซินีม่า

จะเข้าใจ Arles Zoom ได้ดี ต้องมองย้อนกลับไปที่กลยุทธ์เลนส์ Arles ทั้งชุด DZOFilm เปิดตัว Arles primes ครั้งแรกด้วยเลนส์ T1.4 ห้าระยะตั้งแต่ 25mm ถึง 100mm จากนั้นเพิ่มชุด Arles B ระยะ 14mm 21mm 40mm 135mm และ 180mm แล้วปิดท้ายด้วย 18mm T1.4 รวมเป็น 11 เลนส์ไพรม์ตั้งแต่ 18mm ถึง 180mm ทั้งหมดถูกออกแบบให้ใช้ color science เดียวกันและมาตรฐานการจับถือเดียวกันเพื่อให้ระบบเลนส์ทำงานเป็นชุดเดียวอย่างแท้จริง DZOFilm จึงนิยาม Arles ในวันนี้ว่าเป็นเมทริกซ์ 11 เลนส์ไพรม์และ 2 เลนส์ซูมที่แชร์ภาพลักษณ์และการใช้งานร่วมกัน Arles Zoom สองตัวใหม่สานต่อแนวคิดนี้อย่างตรงตัว ทั้งคู่เลือกใช้ coating แบบความอิ่มสีต่ำเพื่อลดแฟลร์และ ghosting มีรูรับแสง 16 ใบเหมือนเลนส์ไพรม์ ให้โบเก้ทรงกลม และถูกออกแบบเป็นเลนส์ที่ “สะอาด” และเที่ยงตรงทางเทคนิคมากกว่าเลนส์คาแรกเตอร์ ผลคือคนที่ลงทุนชุดเลนส์ไพรม์ Arles แล้ว สามารถเพิ่มซูมเข้าไปเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดระยะและความเร็วการทำงานโดยไม่ต้องกังวลว่าคอนทราสต์หรือโทนสีจะเปลี่ยนระหว่างช็อต การรักษาเอกลักษณ์ภาพเดียวกันตลอดโปรดักชันคือเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ระบบเลนส์ชุดเดียวมีความหมายในสายภาพยนตร์

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์

ซูม T2.6 constant aperture ที่ parfocal จริง ชนะเกม workflow บนกองถ่าย

หัวใจของ Arles Zoom คือการผสาน T2.6 constant aperture เข้ากับการออกแบบ parfocal อย่างจริงจัง ทั้ง 25‑75mm และ 65‑180mm รักษารูรับแสง T2.6 ได้ตลอดช่วงซูมและปิดได้ถึง T22 ครอบคลุมวงภาพ 43.5mm โครงสร้างออปติคัลใช้ระบบ quad‑synchronized หรือสี่กลุ่มเลนส์เชื่อมโยงกันเพื่อควบคุม field curvature ความคลาดสี และการแยกรายละเอียดให้สม่ำเสมอทั่วช่วงซูม ตามคำอธิบาย Arles Zoom จึงพร้อมสำหรับงานฟูลเฟรม 8K โดยยังรักษาฟีลเลนส์ไพรม์เดิมของ Arles ทั้งสองตัวเป็น parfocal zoom lens อย่างแท้จริง โฟกัสยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเมื่อเปลี่ยนระยะโฟกัส DZOFilm ระบุว่าเลนส์ทั้งคู่ใช้กลไกซูมแบบ quad‑synchronized เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของฟิลด์ภาพตลอดช่วงซูมซึ่งก็คือผลลัพธ์ของการเป็น parfocal ในส่วนของ focus breathing ทางผู้ผลิตบอกว่าช่วงเทเลโฟโต้มีการขยับภาพน้อยมาก แม้ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลจากผู้ผลิต แต่มันบอกทิศทางชัดเจนว่า Arles Zoom ถูกออกแบบมาเพื่อ workflow ซินีม่า ไม่ใช่การดัดแปลงเลนส์สติลล์มาใส่เกียร์ ช็อตซูมที่ต้องรักษาโฟกัสและ cut ต่อจากเลนส์ไพรม์ได้อย่างเนียนคือโจทย์ที่ Arles Zoom ตั้งใจตอบ

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์

น้ำหนักต่ำกว่า 1.8 กิโลและการวางเกียร์แบบเดียวกับไพรม์ เปลี่ยนวิธีจัดชุดเลนส์

จุดที่ทำให้ Arles Zoom แตกต่างจากซูมฟิล์มฟูลเฟรมในตลาดคือ cinema zoom weight ที่เบาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งสองตัวหนักประมาณ 1,767‑1,782 กรัม หรือราว 3.9 ปอนด์ ต่ำกว่า 1.8 กิโลกรัมต่อชิ้น เมื่อเทียบกับเลนส์ไพรม์ Arles ที่ระยะสั้นสุดหนักราว 1,490 กรัม และระยะ 135mm หนักประมาณ 1,846 กรัม ซูมเหล่านี้หนักใกล้เคียงไพรม์ระยะยาวหนึ่งตัวแต่ครอบคลุมระยะโฟกัส 3x หรือมากกว่า สำหรับคนทำหนัง นี่แปลว่า gimbal สร้างสมดุลได้ง่ายขึ้น ชุดเลนส์บนรถถ่ายหรือ steadycam ไม่บานปลายเรื่องน้ำหนัก และทีมถ่ายทำคนเดียวหรือสองคนจัดการอุปกรณ์ได้นานขึ้นโดยไม่หมดแรงเร็ว อีกประเด็นที่ถูกออกแบบเพื่อเรื่อง workflow คือการจับมาตรฐานทางกายภาพร่วมกับเลนส์ไพรม์ Arles ซูมทั้งสองมีหน้าฟิลเตอร์ 95mm เกลียว M86 เกียร์ pitch 0.8 MOD และระยะหมุนโฟกัส 270 องศาเท่ากัน ตำแหน่งเกียร์โฟกัสและซูมถูกวางให้ตรงกับเลนส์ไพรม์ ทำให้ไม่ต้องขยับ follow focus หรือมอเตอร์เลนส์เมื่อเปลี่ยนจากไพรม์ไปซูมในกองถ่าย ความต่างของน้ำหนักเพียง 15 กรัมและความยาวต่างกันราว 13mm ระหว่างสองซูมก็ช่วยให้การตั้งบาลานซ์บน gimbal หรือหัวแพนไม่ต้องปรับมาก เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงว่าทั้งสองช่วงซูมซ้อนทับระหว่าง 65‑75mm เพื่อให้สองกล้องตั้งระยะเดียวกันได้และ cut กันเนียน Arles Zoom จึงเป็นชุดซูมที่คิดถึงการใช้งานจริงมากกว่าตัวเลขสเปกบนกระดาษ

DZOFilm Arles ซูมเลนส์ฟิล์มฟูลเฟรมที่กล้าท้าชนเลนส์ไพรม์

Arles Zoom พร้อมแทนเลนส์ไพรม์หรือควรเป็นตัวเสริมในชุดเลนส์

คำถามใหญ่สำหรับสายภาพยนตร์คือ ซูมเลนส์ฟิล์มแบบนี้จะต้องอยู่ตรงไหนในชุดเลนส์ของคุณ สำหรับคนที่คุ้นกับการใช้เลนส์ไพรม์ การมีเลนส์ซูมที่อ้างว่าคมระดับไพรม์และแชร์ color science เดียวกันกับ Arles primes ทำให้การตัดสินใจไม่ชัดนัก แม้ DZOFilm ให้ตัวเลข “8K resolving power” โดยระบุว่า Arles Zoom 65‑180mm สามารถแยกรายละเอียดได้ถึง 56 line pairs ที่กลางภาพเมื่อเปิด T2.6 บน chart 8,000 เส้น แต่ข้อมูลนี้มาจากผู้ผลิตและเน้นศูนย์กลางภาพ จุดนี้คนทำหนังที่จริงจังกับคุณภาพควรนำเลนส์ไปวัด chart เองทั้งช่วงซูมและทุก f stop โดยเฉพาะมุมภาพและช่วง wide ในด้าน workflow ถ้าคุณทำงานสารคดี รายการสัมภาษณ์ หรือกองถ่ายที่ต้องเคลื่อนกล้องและเปลี่ยนขนาดเฟรมเร็ว การมี parfocal zoom lens สองตัวที่ครอบคลุมระยะ wide ถึง telephoto พร้อม T2.6 constant aperture น่าจะให้ความเร็วและความมั่นใจมากกว่าการวิ่งเปลี่ยนเลนส์ไพรม์ตลอดเวลา คนทำงานที่ใช้ Arles primes อยู่แล้วสามารถเพิ่มซูมเป็น “เลนส์ประจำกล้อง” แล้วใช้ไพรม์เฉพาะช็อตที่ต้องการ T1.4 หรือบุคลิกภาพเฉพาะ การที่ DZOFilm ตั้งคำถามตรง ๆ ว่า “ชุดเลนส์ซูม T2.6 ที่เข้ากันได้จะมาแทนเลนส์ไพรม์ในชุดเลนส์ของคุณ หรือวงภาพ 43.5mm จะเป็นข้อจำกัดกับกล้องของคุณ” แสดงว่าผู้ผลิตเองก็เห็นว่าการมาของ Arles Zoom กำลังเขย่ามาตรฐานการเลือกเลนส์ของมืออาชีพ สรุปแล้ว Arles Zoom ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าเลนส์ไพรม์ แต่เพื่อดันค่ายซูมขึ้นมาใกล้คุณภาพไพรม์มากที่สุดเท่าที่งบประมาณระดับกลางจะพาไปได้ การตัดสินใจว่ามันจะเป็นศูนย์กลางชุดเลนส์หรือเป็นเพียงตัวเสริมจึงขึ้นกับลักษณะงานและกล้องที่คุณใช้ หากคุณให้ความสำคัญกับความคล่องตัว น้ำหนักเบา และสีสันที่สม่ำเสมอทั้งระบบ Arles Zoom คือคู่ซูมที่ควรลองก่อนซื้อเลนส์ไพรม์ตัวต่อไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!