ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่ครึ่งหนึ่งไม่มั่นใจทักษะตัวเอง

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่ครึ่งหนึ่งไม่มั่นใจทักษะตัวเอง
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ใช้ AI แทบทุกวัน แต่วิกฤตความมั่นใจแรงกว่าที่คิด

ช่องว่างทักษะ AI คือสถานการณ์ที่การใช้ AI ในการทำงานเติบโตเร็วกว่าอัตราการพัฒนาทักษะ ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากใช้เครื่องมือ AI เป็นประจำ แต่ไม่มั่นใจว่าตนเองใช้ได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์มาตรฐานงานหรือความคาดหวังขององค์กร ช่องว่างนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงในอาชีพ โอกาสเติบโต และความสามารถในการแข่งขันของทั้งคนทำงานและองค์กรในระยะยาว ข้อมูลจากการสำรวจพนักงานและองค์กรกว่า 5,000 รายใน 10 ตลาดหลักของเอเชีย พบว่าในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้ AI ในการทำงานสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานที่ระบุว่าใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำวัน ทว่าความรู้สึก “เก่ง AI พอหรือยัง” กลับสวนทางกับอัตราการใช้งาน ตัวเลขที่น่าตกใจคือ 94% ของพนักงานกลุ่มหนึ่งใช้ AI ในการทำงาน แต่มีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งถึง 57% ที่มั่นใจว่าทักษะการใช้งาน AI ของตนยังสอดคล้องกับความต้องการของงานและองค์กรในปัจจุบัน นี่ไม่ใช่ปัญหาเล็ก เพราะมันบอกเราว่า การใช้ AI เยอะไม่ได้แปลว่าคนทำงานพร้อมสำหรับโลกการทำงานยุคใหม่

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่ครึ่งหนึ่งไม่มั่นใจทักษะตัวเอง

การใช้ AI แบบกว้างแต่ตื้น: ภาพใหญ่ของโลกการทำงาน

ภาพจากต่างประเทศสะท้อนปัญหาเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูล Real-Time Population Survey เพื่อดูว่าคนทำงานใช้ Generative AI จริงแค่ไหน โดยพบว่าเทคโนโลยีนี้เข้าถึงอาชีพมากถึง 80% และครอบคลุมมากกว่า 40% ของงานย่อย แต่ในส่วนใหญ่ของอาชีพเหล่านั้น มีคนใช้ AI ไม่ถึงครึ่งของพนักงานในแต่ละสายงาน งานวิจัยสรุปชัดว่า GenAI ถูกใช้ในหลายอาชีพและหลายประเภทงาน แต่มีเพียงไม่กี่อาชีพที่มีอัตราการใช้งานระดับสูงมาก โดยประมาณสี่ในห้าอาชีพย่อยมีอัตราการใช้เกิน 20% แต่มีเพียงหนึ่งในหกอาชีพที่มีการใช้งานเกิน 70% ของพนักงาน สิ่งนี้สะท้อนว่า การใช้ AI ตอนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบ “กว้างแต่ตื้น” คือกระจายไปเกือบทุกสายอาชีพ แต่ไม่ได้ลงลึกถึงระดับที่คนส่วนใหญ่ในแต่ละบทบาทใช้เป็นจริงจังหรือใช้ในงานที่ซับซ้อน ช่องว่างทักษะ AI จึงไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นโครงสร้างใหม่ของตลาดแรงงานยุค GenAI

94% ใช้ AI ทุกวัน แต่ครึ่งหนึ่งไม่มั่นใจทักษะตัวเอง

เมื่อองค์กรวิ่งนำ แต่การพัฒนาทักษะ AI ยังตามไม่ทัน

อีกด้านหนึ่งของปัญหา คือความเร็วที่องค์กรนำ AI เข้าไปในที่ทำงาน ข้อมูลจากการสำรวจในภูมิภาคหนึ่งระบุว่า 58% ขององค์กรได้นำ AI เข้ามาใช้ในสถานที่ทำงานแล้ว ขณะที่ 93% ของพนักงานบอกว่าตนเองกำลังใช้งาน AI อย่างจริงจัง การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นเร็ว แต่โครงสร้างการพัฒนาทักษะกลับช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด ผลคือพนักงานส่วนใหญ่เรียนรู้ด้วยตนเองจากการลองผิดลองถูก ใช้ AI แค่กับงานที่เคยทำอยู่แล้ว เช่น ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล 53% ช่วยงานด้านการสื่อสาร 44% และการวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมสร้างข้อมูลเชิงลึก 43% เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ทั้งที่ AI สามารถเข้าไปเปลี่ยนวิธีออกแบบงาน วัดผลงาน หรือสร้างบริการใหม่ได้มากกว่านั้น คำกล่าวหนึ่งจากรายงานระบุว่า เมื่อรูปแบบงานเปลี่ยนไปเรื่อย การพัฒนาทักษะใหม่หรือ reskilling กำลังกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพนักงานเริ่มกังวลว่าตนเองตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ถ้าองค์กรยังเดินหน้าใช้ AI โดยไม่ยกระดับการพัฒนาทักษะ AI อย่างเป็นระบบ ช่องว่างทักษะ AI จะยิ่งกว้าง และกลายเป็นความเสี่ยงต่อประสิทธิภาพและความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กรเอง

ความกลัวที่ซ่อนอยู่: AI, ความมั่นคงในงาน และความรับผิดชอบ

ตัวเลขความกังวลของพนักงานไม่ได้มาจากความรู้สึกคลุมเครือ แต่ผูกตรงกับความมั่นคงในอาชีพ พนักงานจำนวนมากเชื่อว่า AI เปิดโอกาสในสายงานของตน 72% มองว่า AI จะส่งผลดีต่อเส้นทางอาชีพ แต่ในเวลาเดียวกัน 43% กังวลว่าทักษะบางอย่างของตนอาจล้าสมัยหรือไม่จำเป็นเมื่อระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ยังมีความกังวลด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบที่ชัดเจน 46% ของพนักงานรู้สึกไม่แน่ใจว่าใครต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่อ้างอิงจาก AI ขณะเดียวกัน 43% กังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ผิดทางหรือการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญขององค์กร ช่องว่างระหว่างการใช้ AI กับความมั่นใจในทักษะจึงสะท้อนสองอย่างพร้อมกัน หนึ่ง คนทำงานเข้าใจแล้วว่า ความสามารถด้าน AI คือประเด็นความมั่นคงในงาน ไม่ใช่แค่เทรนด์ของเล่นใหม่ สอง พวกเขาขาดเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน ทั้งโครงสร้างการพัฒนาทักษะ AI ภายในองค์กรและแนวทางกำกับดูแลด้านจริยธรรมที่ทำให้กล้าใช้เครื่องมือเหล่านี้กับงานที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

จากผู้ใช้ทั่วไปสู่ผู้มีทักษะ: ทางรอดของพนักงานและองค์กร

เมื่อ Generative AI กระจายไปถึงราว 80% ของอาชีพ แต่ส่วนใหญ่ยังมีอัตราการใช้งานระดับปานกลางหรือต่ำกว่าครึ่งของพนักงานในแต่ละอาชีพ การแข่งขันในตลาดงานจะไม่ได้วัดกันที่ “ใช้ AI เป็นหรือไม่” อีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ “ใช้ AI เก่งแค่ไหน” และ “ต่อยอดเป็นผลงานที่จับต้องได้อย่างไร” ช่องว่างทักษะ AI จึงกลายเป็นเส้นแบ่งใหม่ระหว่างคนทำงานที่แค่เอาตัวรอด กับคนที่มีสิทธิ์เติบโต สำหรับพนักงาน การรอให้บริษัทส่งเข้าอบรมไม่พออีกแล้ว การฝึกใช้ AI กับงานจริงของตัวเองอย่างเป็นระบบ ตั้งคำถามกับผลลัพธ์ เรียนรู้เรื่องข้อมูลและจริยธรรมการใช้ AI ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตัวเอง สำหรับองค์กร การลงทุนกับการพัฒนาทักษะ AI แบบต่อเนื่องและเป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การลงทุนในเครื่องมือใหม่ การสร้างกรอบการใช้ที่ชัดเจน โปรแกรม reskilling และโค้ชภายใน ช่วยเปลี่ยนจากการใช้ AI แบบ “บนผิว” มาเป็นการใช้ที่ลึกขึ้น มีมาตรฐาน และเพิ่มผลลัพธ์ต่อธุรกิจ บทสรุปคือ การใช้ AI สูงไม่ใช่สัญญาณว่าพร้อมสำหรับอนาคต สิ่งที่บอกความพร้อมจริง คือความสามารถในการปิดช่องว่างทักษะ AI ให้เร็วกว่าอัตราการเปลี่ยนแปลงของงาน ถ้าทำได้ ทั้งพนักงานและองค์กรจะไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังมีโอกาสนำหน้าในยุคที่ AI เป็นส่วนหนึ่งของทุกอาชีพ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!